เลเวล 91–100 · ท้องแข็ง
เลเวล 91 · ระลอกสอง
ภายนอก. ชุมชนริมคลอง. ฟ้าดำครึ้ม
นักวิทยาศาสตร์หนุ่ม เสื้อกาวน์เปียกครึ่งตัว วิ่งเข้ามาชูแท็บเล็ต
นักวิทยาศาสตร์: "ทุกคนฟังผม! ประตูระบายน้ำรับไม่ไหวแล้ว อีกสิบห้านาทีน้ำจะถึงที่นี่ สูงหนึ่งเมตรครึ่ง!"
ป้าร้านก๋วยเตี๋ยว: (ลวกเส้น) "อือ"
นักวิทยาศาสตร์: "ป้าไม่เข้าใจ นี่ไม่ใช่น้ำท่วมธรรมดา นี่คือ—"
ป้า: "เมตรครึ่งใช่ไหม" (หันไปตะโกน) "ไอ้ต้น เอาโต๊ะขึ้นบนโต๊ะ"
(ตัดภาพ) น้ำมาเป็นแผ่น ไหลเข้าซอย (เพลงระทึก) ถังขยะลอย รถเก๋งลอย รองเท้าแตะลอยเป็นขบวน
(ตัดภาพ) สิบห้านาทีต่อมา
ร้านก๋วยเตี๋ยวเปิดปกติ ป้ายืนบนโต๊ะซ้อนโต๊ะ ลูกค้านั่งบนหลังคารถเก๋งที่ลอยมาจอดพอดี
ป้ายร้าน (เขียนใหม่ด้วยปากกาเคมี): ก๋วยเตี๋ยวเรือ — เรือจริง
ไรเดอร์พายกะละมังผ่าน: "ป้า ออเดอร์สิบสอง เส้นเล็กน้ำตก ไม่ผัก"
ป้า: "แป๊บ กำลังลวก"
นักวิทยาศาสตร์เกาะเสาไฟ น้ำถึงอก แท็บเล็ตชูเหนือหัว
นักวิทยาศาสตร์: "ระลอกสอง! อีกสิบนาที เพิ่มอีกหนึ่งเมตร!"
ป้า: "ไอ้ต้น เอาเก้าอี้ขึ้นบนโต๊ะบนโต๊ะ"
เสียงเฮลิคอปเตอร์กระหึ่ม กู้ภัยห้อยลงมาตามบันไดเชือก โทรโข่งในมือ
กู้ภัย: "ใครต้องการอพยพ ยกมือขึ้น!"
ไม่มีใครยกมือ
ลูกค้าคนหนึ่งยกมือ
กู้ภัย: "คุณครับ! เกาะเชือกไว้! ผมจะดึงคุณขึ้นไป!"
ลูกค้า: "เปล่า ขอน้ำเปล่าอีกขวด"
กู้ภัยเหลียวมองรอบตัว ลูกค้าสิบสองคนซดน้ำซุปเสียงดังจ้วบ กระเป๋ากันน้ำแขวนคอทุกคน เด็กพายกล่องโฟมส่งผักบุ้งให้ป้า
กู้ภัย: (ปล่อยเชือก น้ำถึงคาง) "งั้น… ผมขอชามนึง"
ป้า: "น้ำหรือแห้งลูก"
กู้ภัย: (มองน้ำรอบตัว) "…แห้งครับ"
เลเวล 92 · ห้ามคืนกล่องเปล่า
วันจันทร์ ห้าโมงครึ่ง ป้าศรีบ้านเลขที่ 47 ยื่นกล่องพลาสติกสีชมพูฝาเขียวข้ามรั้วมา ข้างในเป็นแกงเขียวหวานไก่ "ทำเยอะ ลองชิมดูนะ"
บ้านเราเลขที่ 45 และบ้านเรามีกฎที่แม่ไม่เคยยอมให้ใครแหก ห้ามคืนกล่องเปล่า
วันอังคาร ฉันคืนกล่องไปพร้อมขนมชั้นจากตลาด สี่สิบบาท
วันพุธ กล่องกลับมาพร้อมปลาทับทิมทอดทั้งตัว หางยื่นออกนอกกล่อง ฝาปิดไม่ลง ต้องรัดหนังยางไว้สองเส้น
แม่ยืนมองปลาตัวนั้นอยู่นาน "จะคืนน้อยกว่านี้ไม่ได้"
วันพฤหัส แม่ตื่นตีห้ามาทำห่อหมกแปดห่อ วันศุกร์ กล่องกลับมาพร้อมหม้ออีกหนึ่งใบ ในหม้อเป็นเป็ดพะโล้ครึ่งตัวกับไข่พะโล้หกฟอง ฝาหม้อมีโน้ตแปะไว้ "หม้อไม่ต้องรีบคืนนะจ๊ะ"
ตอนนี้บ้านเรามีภาชนะของป้าศรีสองใบ ห้ามคืนเปล่าทั้งสองใบ สัปดาห์นั้นบ้านเราจ่ายค่ากับข้าวไปสองพันสามร้อยบาท ได้กินเองไม่ถึงสามร้อย
คืนวันเสาร์ ฉันตัดสินใจจบเรื่องนี้แบบผู้ใหญ่ ล้างกล่องกับหม้อจนใส แนบโน้ตขอบคุณ แล้วแอบเอาไปวางหน้าประตูบ้าน 47 ตอนสามทุ่ม โดยไม่บอกแม่
เช้าวันอาทิตย์ ป้าศรีมายืนหน้าบ้าน พร้อมข้าวสารถุงห้ากิโล ไข่สามแผง และกล่องสีชมพูใบเดิมที่มีแกงเขียวหวานอยู่เต็มกล่อง แล้วพูดกับแม่ด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่คนทั้งซอยจะได้ยิน
"ถ้าลำบากอะไร บอกป้านะ ไม่ต้องอาย"
บ่ายวันนั้น บ้าน 49 ส่งแกงส้มมาหนึ่งหม้อ บ้าน 51 ส่งข้าวผัดมาสี่กล่อง บ้านหัวมุมส่งแกงจืดมาในปิ่นโตสามชั้น ป้าร้านชำหัวซอยให้เด็กหิ้วบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาให้หนึ่งตะกร้า
ก่อนมืด บ้านเรามีภาชนะของเพื่อนบ้านสิบใบ ห้ามคืนเปล่าทั้งสิบใบ
แม่ไม่พูดอะไรสักคำ แม่พับแขนเสื้อ เปิดตู้เย็น แล้วโทรตามน้ามาช่วยตั้งแต่ตีสี่
ตีห้าครึ่ง ฉันยืนล้างภาชนะสิบใบอยู่ข้างแม่ ใบสุดท้ายคือกล่องสีชมพูใบแรก ฉันคว่ำมันลงบนตะแกรง
ก้นกล่องมีเลข 45 เขียนด้วยปากกาเคมี ลายมือแม่
เลเวล 93 · เก้าสิบวินาที
ภายนอก. ถนนสุขุมวิท. 17:30 น.
พระเอกเสื้อยืดดำรัดรูป กระโดดขึ้นแท็กซี่ กระแทกประตู
พระเอก: "ตามรถตู้คันนั้นไป!"
คนขับ: "ไม่ไปครับ"
พระเอก: "โลกจะระเบิดในเก้าสิบวินาที!"
คนขับ: "ไปทางนั้นแก๊สหมดครับ"
พระเอกกระโดดลง สายตาคมกริบ วิ่งไปวินหัวมุม
พระเอก: "ตามรถตู้คันนั้น! ด่วน!"
วิน: "ห้าสิบ"
พระเอก: "ไม่มีเวลาต่อ!"
วิน: "งั้นหกสิบ"
(กล้องตามข้างรถ) มอเตอร์ไซค์พุ่งขึ้นทางเท้า มุดใต้ป้ายรถเมล์ เฉียดร้านหมูปิ้ง ป้าหมูปิ้งพัดถ่านต่อ ไม่เงยหน้า
ระยะห่างจากรถตู้: ยี่สิบเมตร
รถตู้: ไม่ขยับ
มอเตอร์ไซค์: ไม่ขยับ
พระเอก: (มองนาฬิกา) "หกสิบวินาที!"
วิน: (ชี้ไฟแดง) "อีกสองร้อยแปดสิบ"
พระเอกกระโดดลง วิ่ง กระโดดข้ามฝากระโปรงรถเก๋ง หนึ่งคัน สองคัน สามคัน (สโลว์โมชัน กลองรัว) สี่คัน ห้าคัน
พระเอกหยุด หอบ เงยหน้า
รถตู้อยู่ตรงหน้า ระยะห่างยี่สิบเมตรเท่าเดิม
เพราะรถตู้ก็ขยับมาห้าคันเหมือนกัน
พระเอก: (ตะโกนใส่ฟ้า) "สามสิบวินาที!"
ประตูรถตู้เลื่อนเปิด วายร้ายชุดสูทดำก้าวลงมา ยืนกลางถนน ไม่มีรถคันไหนบีบแตร
วายร้าย: "ช้าไปแล้ว พระเอก อีกสามสิบวินาที ระเบิดจะไปถึง—"
พระเอก: "ไปถึง?"
วายร้าย: "…ผมสั่งส่ง"
(โทรศัพท์วายร้ายดังติ๊ง วายร้ายก้มอ่าน)
วายร้าย: (อ่านออกเสียง) "ไรเดอร์: พี่ครับ ขอโทษจริง ๆ รถติดมาก ขออีกสี่สิบห้านาทีนะครับ"
(เงียบ ทั้งถนนเงียบ ไฟแดงเหลือสองร้อยเจ็ดสิบ)
วายร้าย: (ถอนหายใจ พิมพ์) "ไม่รีบครับ"
เลเวล 94 · คดีผู้เยาว์
ภายใน. ห้องพิจารณาคดี. บรรยากาศตึงเครียด
ผู้พิพากษา: (เคาะค้อน) "คดีนี้มีผู้ร้องสามราย ขอสิทธิในการเลี้ยงดูผู้เยาว์" (พลิกเอกสาร) "…ผู้เยาว์เพศผู้ ขนสีส้ม หางคด"
ทนายป้าบ้านเลขที่ 12: "หลักฐานชิ้นที่หนึ่ง ใบเสร็จค่าอาหารแมวย้อนหลังสามปี รวมสองหมื่นสี่พันบาท ลูกความของผมเรียกเขาว่า 'ส้มจี๊ด'"
ทนายลุงบ้านเลขที่ 15: "หลักฐานชิ้นที่สอง ภาพถ่ายรอยเท้าบนหลังคารถลูกความของผม สามร้อยกว่าคืน เขาชื่อ 'ทองคำ'"
ทนายป้า: "ขอค้านครับ! รอยเท้าบนหลังคารถไม่ได้พิสูจน์ความผูกพัน พิสูจน์แค่ว่าหลังคารถลุงอุ่น"
ผู้พิพากษา: "ค้านฟังขึ้น"
นักศึกษาหอหัวซอย: (ยกมือ) "หนูไม่มีทนายค่ะ แต่เขาชื่อ 'ข้าวต้ม' เขามากินข้าวต้มที่ห้องหนูทุกเช้า"
(เสียงฮือฮาทั่วห้อง)
ผู้พิพากษา: "ขอความสงบ! ศาลจะใช้วิธีที่เป็นธรรมที่สุด นำตัวผู้เยาว์เข้ามา"
เจ้าหน้าที่วางแมวส้มลงกลางห้อง มันนั่งเลียอุ้งเท้า
ผู้พิพากษา: "ผู้ร้องเรียกชื่อได้ทีละราย ผู้เยาว์เดินไปหาใคร คนนั้นชนะคดี"
ป้า: (ย่อตัว ตบพื้นเบา ๆ) "ส้มจี๊ด… มาหาแม่มา"
แมวหาว
ลุง: (เขย่าถุงขนมแมว) "ทองคำ! ทองคำ!"
แมวเกาหู
นักศึกษา: (เคาะชามข้าวต้มเบา ๆ) "ข้าวต้มจ๋า…"
แมวลุกขึ้น บิดขี้เกียจ เดินผ่านป้า ผ่านลุง ผ่านนักศึกษา ผ่านทนายทั้งสอง กระโดดขึ้นบัลลังก์ แล้วขดตัวลงบนตักผู้พิพากษา
(เงียบทั้งห้อง)
ผู้พิพากษา: (มือลูบหัวแมวไปเองโดยไม่รู้ตัว) "มาแล้วเหรอ ไอ้ขนุนของป๊ะป๋า"
ผู้พิพากษา: (ชะงัก กระแอม) "ศาลขอถอนตัวจากการพิจารณาคดีนี้ เนื่องจากมีส่วนได้ส่วนเสีย"
เลเวล 95 · ผู้เจรจา
ภายใน. บ้าน. สองทุ่ม
ประตูห้องน้ำล็อกจากด้านใน เสียงการ์ตูนดังลอดออกมา
แม่: (เคาะประตูรัว) "ไข่มุก! เอามือถือแม่คืนมาเดี๋ยวนี้!"
พ่อ: (แตะไหล่แม่) "ให้ผมคุยเอง"
พ่อคุกเข่าหน้าประตู ถอดนาฬิกาวางลงบนพื้นช้า ๆ แล้วชูมือเปล่าทั้งสองข้าง
พ่อ: (เสียงนุ่ม) "ลูก… พ่อไม่ได้มาดุ พ่อแค่อยากให้ทุกคนปลอดภัย หนูต้องการอะไร"
ไข่มุก: "ไอติม"
พ่อ: (หันไปกระซิบแม่) "เขาต้องการไอติม" (หันกลับ) "ได้ลูก ไอติมหนึ่งแท่ง แลกกับมือถือแม่"
ไข่มุก: "สองแท่ง"
แม่ส่ายหน้า
พ่อ: "…สองแท่ง"
ไข่มุก: "แล้วคืนนี้ไม่แปรงฟัน"
แม่ส่ายหน้าแรงขึ้น
พ่อ: (เหงื่อตก) "ลูก เราคุยกันได้ แปรงแค่ฟันข้างบนได้ไหม"
ไข่มุก: "แล้วนอนห้าทุ่ม"
พ่อ: (เช็ดเหงื่อ) "สี่ทุ่มครึ่ง นี่คือข้อเสนอสุดท้ายของพ่อ"
(เงียบ)
(เสียงการ์ตูนหยุด)
(กลอนประตูดังแกร๊ก)
ไข่มุกเดินออกมา ยื่นมือถือคืนแม่
พ่อ: (น้ำตาคลอ) "ลูกพ่อ… หนูตัดสินใจถูกแล้ว"
ไข่มุก: "แบตหมด"
พ่อชะงัก
ไข่มุก: (เดินผ่านพ่อไปเปิดตู้เย็น) "ไอติมสองแท่ง แปรงแค่ข้างบน สี่ทุ่มครึ่ง พ่อสัญญาแล้วนะ"
เลเวล 96 · ขึ้นไปบอกดี ๆ
สี่ทุ่มสี่สิบ เพลงเดิมดังลงมาจากห้อง 1204 เป็นรอบที่เจ็ด ภรรยาผมนับ เพราะเธอนอนไม่หลับ ส่วนผมเลิกนับไปตั้งแต่รอบที่สี่ เพราะร้องตามได้แล้ว
ห้องเราคือ 1104 อยู่ใต้ห้องนั้นพอดี ผู้ชายข้างบนลากโน้ตสุดท้ายของท่อนฮุกยาวจนโคมไฟบนเพดานห้องเราสั่น
"ขึ้นไปบอกเขาดี ๆ นะ" ภรรยาบอก "อย่าไปมีเรื่อง"
ผมขึ้นไปทั้งชุดนอน เสื้อยืดย้วยกับกางเกงขาสั้นลายหมี กดกริ่งห้อง 1204 ประตูเปิดออกพร้อมแสงไฟดิสโก้หลากสี กับป้าคนหนึ่งในชุดปักเลื่อมสีทอง
"มาแล้ว ๆ ห้องข้างล่างใช่ไหม ป้ากำลังจะลงไปชวนพอดีเลย"
"คือผมขึ้นมาขอ..."
"ขอเพลงใช่ไหมลูก ได้เลย เข้ามา ๆ"
ในห้องมีคนสิบสี่คน ป้ายบนผนังเขียนว่า "สุขสันต์วันเกิด 60 ปี ป้าติ๋ม" เค้กเหลือครึ่งก้อน ลุงคนหนึ่งหลับอยู่บนโซฟา กอดไมค์ไว้แนบอก น่าจะเป็นเจ้าของเจ็ดรอบแรก
ผมคิดแผนใหม่ได้ในสามวินาที ร้องให้เขาสักเพลง ให้เขาเกรงใจ แล้วค่อยขอให้เบาเสียง
ผมเลือกเพลงเดียวที่ผมร้องได้ครบทั้งเพลง เพิ่งหัดมาจากเพดานห้องตัวเองเมื่อชั่วโมงก่อน
คะแนนขึ้นจอ 98 ทั้งห้องลุกขึ้นปรบมือ ป้าติ๋มน้ำตาคลอ "เพลงนี้ลุงเขาร้องจีบป้าเมื่อสี่สิบปีก่อน" ลุงบนโซฟาลืมตาขึ้นข้างเดียว พูดว่า "เอาอีก" แล้วหลับต่อ
ห้าทุ่มสิบห้า ผมส่งไลน์ลงไปหาภรรยาว่า "กำลังเจรจา" ขึ้นว่าอ่านแล้ว ไม่มีคำตอบ
เที่ยงคืนสิบห้า ตอนเปลี่ยนเพลง ผมรวบรวมความกล้าพูดเรื่องที่ตั้งใจขึ้นมาพูดตั้งแต่แรก "ป้าครับ เรื่องเสียง..." ป้าติ๋มพยักหน้าเข้าใจทันที หันไปบอกหลานชาย "เร่งเสียงให้น้องเขาหน่อย น้องเขาบอกไม่ค่อยได้ยิน"
เที่ยงคืนครึ่ง ผมเจรจาไปแล้วสิบเอ็ดเพลง ได้เบียร์ใส่น้ำแข็งสามแก้ว ข้าวผัดปูหนึ่งจาน เบอร์หลานชายป้าติ๋มที่ขายประกัน และที่นั่งหัวโต๊ะ
ตีหนึ่งยี่สิบ ป้าติ๋มขอเพลงปิดงาน เป็นเพลงเดิม ทั้งห้องหันมามองผม ผมรับไมค์ หลับตา แล้วลากโน้ตสุดท้ายของท่อนฮุกยาวลงไปถึงชั้นสิบเอ็ด
เสียงกริ่งดัง รปภ. ยืนอยู่หน้าประตู ถือกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่ง มองป้าติ๋ม มองไมค์ในมือผม แล้วก้มลงอ่าน
"ห้อง 1104 แจ้งมาครับ ฝากบอกดี ๆ ว่าคนที่ร้องเพลงนี้รอบที่เก้า ถ้าไม่ลงมาภายในห้านาที ไม่ต้องลงมาเลย"
เลเวล 97 · ลำดับที่ 47
ภายใน. บ้านไม้เก่า. ตีสอง. ฝนตก
หญิงสาวนั่งบนเตียง ผ้าห่มคลุมถึงคาง โทรศัพท์แนบหู
เสียงในโทรศัพท์: "สายของท่านมีความสำคัญกับเรา เจ้าหน้าที่ทุกท่านกำลังให้บริการ กรุณารอสักครู่"
(เพลงรอสาย เปียโนบรรเลง)
ไฟห้องกะพริบ ดับ ติด ดับ ติด
หญิงสาว: (ไม่เงยหน้า) "ค่ะ รอค่ะ"
โทรทัศน์เปิดเอง จอซ่า
หญิงสาว: (เอื้อมไปกดปิด โทรศัพท์ยังแนบหู) "ค่ะ ยังอยู่ค่ะ"
(กล้องแพนช้า) ใต้เตียง มือขาวซีดโผล่ออกมา หญิงผมยาวปิดหน้าคลานออก ยืดตัวขึ้นสูงข้างหัวเตียง ผมเปียกหยดน้ำติ๋ง ๆ ลงหมอน
ผี: (กระซิบ) "ฉัน… อยู่ที่นี่…"
เสียงในโทรศัพท์: "หากท่านต้องการรอสายต่อ กรุณากด 1"
หญิงสาว: (กด 1) "อยู่ค่ะ"
ผีชะงัก มองโทรศัพท์ มองหญิงสาว มองโทรศัพท์
ผีลอยผ่านกระจก กระจกร้าวเปรี๊ยะ
หญิงสาว: "ค่ะ เลขบัตรประชาชนใช่ไหมคะ… อ๋อ ยังไม่ถึงคิว โอเคค่ะ"
ผีขึ้นไปเกาะเพดาน ห้อยหัวลงมาตรงหน้าเธอ ห่างสามนิ้ว ปากอ้า ตาขาวทั้งดวง
เสียงในโทรศัพท์: "ขณะนี้ท่านอยู่ในลำดับที่ 47"
ผี: (หัวยังห้อย) "…สี่สิบเจ็ด?"
หญิงสาว: "เมื่อกี้หกสิบสอง ดีขึ้นเยอะ"
ผีค่อย ๆ หย่อนตัวลงมา นั่งขอบเตียง
(ตัดภาพ) นาฬิกาข้างเตียง 03:41
หญิงสาวหลับคาโทรศัพท์ ปากอ้า
ผีนั่งถือโทรศัพท์แนบหูเธอไว้ให้ ตาแดงก่ำ ผมแห้งสนิทแล้ว
เสียงในโทรศัพท์: "หากท่านต้องการรอสายต่อ กรุณากด 1"
ผี: (กด 1 เสียงแหบพร่า) "…ยังอยู่ค่ะ"
เลเวล 98 · ตอนจบ
สองทุ่มเจ็ดนาที ทีวียายขึ้นคำว่า "ไม่มีสัญญาณ" ละครที่ยายดูมายี่สิบสามตอนจะจบคืนนี้ สองทุ่มครึ่ง
ฉันถอดปลั๊กกล่องรับสัญญาณแล้วเสียบใหม่ วิธีนี้แก้ได้ทุกอย่างในบ้านมาตลอด กล่องขึ้นว่า "กำลังอัปเดตซอฟต์แวร์ ห้ามปิดเครื่อง" แถบสีเขียววิ่งจากศูนย์ไปหนึ่งเปอร์เซ็นต์ในสามนาที
ฉันบอกยายว่าพรุ่งนี้ดูย้อนหลังในมือถือก็ได้ ยายบอกว่าละครย้อนหลังมันไม่สด
ยายไม่พูดอะไรอีก ยายมองนาฬิกา
สองทุ่มยี่สิบ อัปเดตเสร็จ จอขึ้นว่า "ไม่มีสัญญาณ" เหมือนเดิม ฉันยืมบันไดอะลูมิเนียมบ้านลุงข้าง ๆ ปีนขึ้นหลังคา เสาอากาศก้างปลาเอียงหัวทิ่มไปทางบ้านลุงพอดี
แม่วิดีโอคอลขึ้นมา หันกล้องไปที่จอทีวีให้ฉันดู ฉันวางมือถือพิงกระเบื้องหลังคา หมุนเสาไปทางซ้าย จอเป็นเม็ดทราย หมุนไปทางขวา ขึ้นช่องขายหม้อ หมุนอีกนิด ขึ้นช่องข่าว ยายตะโกนแข่งกับผู้ประกาศข่าว "ไม่ใช่ ๆ"
สองทุ่มยี่สิบเก้า ภาพขึ้นชัดแจ๋ว ยายปรบมือ ฉันปล่อยมือจากเสา ภาพหาย ฉันจับเสา ภาพมา ฉันปล่อย ภาพหาย
"อย่าปล่อยนะลูก" ยายตะโกน "เริ่มแล้ว ๆ"
ฉันยืนจับเสาอยู่บนหลังคาทั้งตอน ภาพในมือถือกระตุกบ้าง แต่เสียงยายพากย์ทับชัดเจนทุกฉาก
สามทุ่มครึ่ง ฝนเริ่มตกปรอย ๆ แม่ส่งเสื้อกันฝนขึ้นมาทางบันได ลุงข้างบ้านยืนถือไฟฉายส่องให้ ป้าบ้านตรงข้ามได้ยินเสียงยายเลยเดินมานั่งดูด้วย
สี่ทุ่มสอง ฉากสุดท้าย แม่ของนางเอกคุกเข่าลงกลางสายฝนในจอ กำลังจะเฉลยความลับที่ปิดไว้ยี่สิบสามตอน ยุงตัวหนึ่งเกาะคอฉัน
ฉันเผลอยกมือข้างที่จับเสาขึ้นมาตบ
แค่วินาทีเดียว
จากข้างล่าง ฉันได้ยินเสียงร้องของคนห้าคนพร้อมกัน ตามด้วยเสียงยายตะโกนขึ้นมาท่ามกลางสายฝน
"ตกลงใครเป็นพ่อ!"
เลเวล 99 · เคล็ดวิชาสุดท้าย
(เสียงขลุ่ย ใบไม้ร่วง)
ภายนอก. ลานหลังบ้าน. รุ่งสาง
อาจารย์ชราผมขาวยืนนิ่ง ในมือถือแฟ้มหนังสีดำ แบบที่ร้านอาหารใช้ใส่บิล
อาจารย์: "ในยุทธภพ ไม่มีศึกใดโหดร้ายเท่าศึกแย่งจ่าย"
ศิษย์: (คุกเข่า) "ขอท่านอาจารย์ถ่ายทอดวิชาด้วยขอรับ"
(ปีที่หนึ่ง) กระบวนท่า "หัตถ์ไร้เงา" คว้าแฟ้มบิลจากมือพนักงานก่อนมันแตะโต๊ะ ศิษย์ฝึกกับแฟ้มที่ผูกเชือกห้อยจากกิ่งมะขาม วันละพันครั้ง
(ปีที่สาม) กระบวนท่า "ห้องน้ำไร้ทางกลับ" ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้ววกไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ ศิษย์ฝึกย่องจนแมวที่นอนขวางทางไม่ตื่น
(ปีที่ห้า) กระบวนท่า "ฝ่ามือคืนทรัพย์" ยัดแบงก์คืนใส่กระเป๋าเสื้อคู่ต่อสู้ภายในครึ่งวินาที ศิษย์ฝึกกับหุ่นไล่กาใส่เสื้อเชิ้ต
อาจารย์: "จำไว้ ยอดฝีมือที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องขยับ"
ศิษย์: "หมายความว่าอย่างไรขอรับ"
อาจารย์: (หันหลังเดินจากไป) "วันนั้นมาถึง เจ้าจะเข้าใจเอง"
ภายใน. ร้านอาหาร. คืนวันเกิดยาย
โต๊ะกลมสิบสองที่ ญาติสองฝั่งนั่งเต็ม ปลากะพงนึ่งมะนาวเหลือแต่ก้าง
พนักงานเดินมา แฟ้มสีดำอยู่ในมือ
(ดนตรีหยุด)
ลุงเขยลุกพรวด ศิษย์ลุกพรวด
(สโลว์โมชัน) มือสองข้างพุ่งเข้าหาแฟ้ม แฟ้มหลุดลอยขึ้นกลางอากาศ ลุงเขยชูบัตรเครดิต ศิษย์ยัดแบงก์พันใส่กระเป๋าเสื้อลุงเขย ลุงเขยยัดคืน ศิษย์ยัดคืน พนักงานถูกดันถอยไปสามก้าว ช้อนกระเบื้องตกพื้นเพล้ง
ลุงเขย: (หรี่ตา) "ฝ่ามือคืนทรัพย์… เจ้าเป็นศิษย์สำนักไหน"
ศิษย์: "ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ"
ลุงเขย: "ข้าก็จะไปเข้าห้องน้ำ"
ทั้งสองเดินเร็วแข่งกันไปทางห้องน้ำ แล้วเลี้ยวขวับเข้าหาเคาน์เตอร์พร้อมกัน
แคชเชียร์: (ไม่เงยหน้า) "โต๊ะเจ็ดใช่ไหมคะ คุณยายจ่ายแล้วค่ะ"
ทั้งสองหันไปมองโต๊ะ
ยายนั่งแกะกุ้งอยู่หัวโต๊ะ ท่าเดิมตั้งแต่หัวค่ำ
แคชเชียร์: "จ่ายตั้งแต่โทรมาจองโต๊ะเมื่อวานค่ะ"
เลเวล 100 · จำพี่ได้ไหม
เที่ยงสี่สิบ ศูนย์อาหารชั้นสาม ผมเพิ่งจ่ายค่าข้าวมันไก่ห้าสิบห้าบาท ยังไม่ทันได้ตักคำแรก มือหนัก ๆ ข้างหนึ่งก็ตบลงบนไหล่
"เฮ้ย ไอ้น้อง! จำพี่ได้ไหม"
ผู้ชายอายุราวห้าสิบ ยิ้มกว้างจนตาหยี ผมไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนในชีวิต แต่หน้าเขาดีใจมาก ดีใจเกินกว่าที่ผมจะพูดคำว่า "ไม่ได้" ออกไป
"ได้สิพี่"
"ยังอยู่ที่เดิมป่ะ"
"ที่เดิมครับ"
เขาหันไปเรียกผู้หญิงที่ถือถาดก๋วยเตี๋ยวเดินมา "แม่ ๆ นี่ไง น้องที่พี่เล่าให้ฟังบ่อย ๆ" ภรรยาเขาวางถาด ยกมือไหว้ผมก่อนที่ผมจะไหว้ทัน "อ๋อ คนที่ช่วยเข็นรถพี่เขาตอนน้ำท่วมใช่ไหมคะ"
ผมไม่เคยเข็นรถใครตอนน้ำท่วม ปีนั้นผมอยู่คอนโดชั้นยี่สิบ
"ครับ"
ก่อนแยกกัน ภรรยาเขาขอมือถือผมไปบันทึกเบอร์ให้เสร็จสรรพ ในรายชื่อขึ้นว่า "พี่เอง" ส่วนไลน์ของเขาชื่อ "ขอบคุณที่แวะมา" รูปโปรไฟล์เป็นทุ่งทานตะวัน
ผมมีโอกาสถามชื่อเขาอยู่ครั้งเดียว คือวินาทีแรก และผมใช้มันไปกับคำว่า "ได้สิพี่" หลังจากนั้น ยิ่งวันผ่านไป คำถามนี้ก็ยิ่งแพงขึ้น
อาทิตย์ต่อมาเขาชวนไปกินหมูกระทะที่บ้าน ลูกเขาเรียกเขาว่าพ่อ ภรรยาเรียกเขาว่าพ่อ แม่ของเขาเรียกเขาว่าไอ้ตัวเล็ก ลูกน้องที่ร้านเรียกเขาว่าบอส พัสดุที่วางอยู่หน้าบ้านจ่าหน้าว่า "พี่ใหญ่ (ไม่ต้องโทร วางหน้าประตูเลย)"
ผมแอบถามลูกคนเล็ก อายุสี่ขวบ ว่าพ่อหนูชื่ออะไร น้องตอบทันทีอย่างมั่นใจ
"พ่อ"
ปีแรก ผมช่วยเขาขนของย้ายร้าน ไปงานรับปริญญาลูกสาวคนโต ยืนอยู่ในรูปครอบครัวแถวหลังตรงกลาง คืนหนึ่งตีสองเขาโทรมา "พี่เองนะ" รถเขาเสียกลางทาง ผมขับไปรับถึงบางปะอิน
ปีที่สอง ถ้าผมจะถามชื่อเขาตอนนี้ ผมต้องอธิบายย้อนไปถึงข้าวมันไก่ห้าสิบห้าบาทจานนั้น
เดือนที่แล้ว ภรรยาเขาโทรมาเสียงกระซิบ "น้องช่วยพี่หน่อยนะ เดือนหน้าพ่อเขาครบห้าสิบ พี่อยากจัดเซอร์ไพรส์ ไม่มีใครสนิทกับเขาเท่าน้องแล้ว"
ผมจองร้าน สั่งดอกไม้ ตั้งกลุ่มไลน์ชวนเพื่อนเขามาสามสิบคน ทุกคนในกลุ่มเรียกเขาว่า "พี่"
เมื่อเช้าร้านเค้กโทรมาถาม "หน้าเค้กจะให้เขียนว่าอะไรดีคะ"
ผมบอกให้เขียนว่า "สุขสันต์วันเกิด พี่เอง"
จบเล่มLevel 1 To 100กลับหน้าหนังสือ