มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์
ไรเดอร์ของฉันยืนเถียงกับลูกค้าทางโทรศัพท์อยู่หลังร้านสะดวกซื้อ ถุงข้าวในมือ เขาจำได้ว่าลูกค้าพิมพ์ว่าหลังเซเว่น ลูกค้าจำได้ว่าพิมพ์ว่าหน้าเซเว่น ทั้งสองคนมั่นใจเต็มร้อย
ที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก นักศึกษา 54 คนเขียนไว้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นว่าตอนได้ยินข่าวการโจมตีในอเมริกาครั้งแรก เกิดอะไรขึ้นบ้าง หลายเดือนต่อมา เรื่องที่พวกเขาเล่าใหม่เปลี่ยนไปพอๆ กับความจำเรื่องธรรมดาเรื่องหนึ่ง แต่ความมั่นใจว่าจำถูกไม่ได้ลดลงตาม
ฉันมีบันทึกแชตของออเดอร์นี้ครบทุกตัวอักษร เขาไม่ได้ถาม
๏
ทีมนักจิตวิทยาที่ดุ๊ก เมืองเดอรัม ในอเมริกา เริ่มงานนี้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ วันที่ 12 กันยายน 2001 หนึ่งวันหลังเหตุการณ์ พวกเขาให้นักศึกษา 54 คนเขียนสองเรื่อง เรื่องแรกคือตอนที่ได้ยินข่าวครั้งแรก เรื่องที่สองคือเรื่องธรรมดาที่เพิ่งเกิดในวันก่อนหน้านั้นไม่นาน
แล้วเรียกแต่ละคนกลับมาเขียนสองเรื่องเดิมอีกครั้ง บางคน 1 สัปดาห์ต่อมา บางคน 6 สัปดาห์ บางคน 32 สัปดาห์ ทีมนั้นเอาเรื่องที่เขียนใหม่ไปเทียบกับเรื่องที่เขียนไว้ครั้งแรก และถามด้วยว่าแต่ละคนเห็นภาพชัดแค่ไหน และเชื่อแค่ไหนว่าจำถูก
๏
ทั้งสองเรื่องเปลี่ยนไปตามเวลา ในอัตราใกล้กัน ความจำเรื่องข่าวใหญ่ขนาดนั้น ไม่ได้แม่นกว่าความจำเรื่องธรรมดาเลย
ที่ต่างคือความรู้สึก ภาพของเรื่องธรรมดาจางลง และความเชื่อว่าจำถูกก็ลดลงตาม ส่วนเรื่องข่าวนั้น ภาพยังชัด และความเชื่อว่าจำถูกยังสูงเท่าเดิม ทั้งที่รายละเอียดเปลี่ยนไปแล้ว
ทีมนั้นสรุปว่าความจำแบบนี้ไม่ได้พิเศษที่ความแม่น มันพิเศษแค่ที่ความรู้สึกว่าแม่น
๏
ความมั่นใจเต็มร้อยของไรเดอร์ของฉันตอนนี้ คือความรู้สึกแบบเดียวกับที่นักศึกษาที่ดุ๊กมี มันบอกว่าเขาเชื่อแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าข้อความเขียนว่าอะไร
ข้อความเขียนว่าอะไร มีที่อยู่ของมัน ที่ที่ความรู้สึกไม่ได้แตะ
๏
ท่าของคืนนี้คือจดไว้ตอนที่เรื่องยังสด แล้วเปิดดูก่อนเถียง
จดตอนสด เปิดดูก่อนเถียง 1 เมื่อมีเรื่องที่จะสำคัญทีหลัง ที่อยู่ คำสัญญา ใครพูดอะไร วางของไว้ไหน จดภายในไม่กี่นาที สั้นๆ พร้อมเวลา หรือเก็บข้อความกับรูปไว้ 2 จดสิ่งที่ได้ยินหรือเห็น ไม่ใช่สิ่งที่คิดว่ามันหมายถึง 3 วันหลัง ถ้าคุณมั่นใจเรื่องหนึ่ง และอีกคนมั่นใจตรงข้าม เปิดบันทึกก่อนพูดประโยคต่อไป 4 ถ้าไม่มีบันทึก พูดว่า ผมจำได้แบบนี้ แต่อาจจำผิดก็ได้ แทนการพูดว่ามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ 5 ถ้าบันทึกกับความจำไม่ตรงกัน เชื่อบันทึก แล้วสังเกตว่าเมื่อกี้คุณมั่นใจแค่ไหน
ข้อหนึ่งตรงกับสิ่งที่ห้องทดลองที่ดุ๊กทำ คือเขียนไว้ทันที ข้อสี่กับข้อห้าเป็นวิธีที่ฉันเลือก ไม่มีการทดลองไหนวัดมันตรงๆ
ท่านี้คือการจดบางเรื่อง ไม่ใช่ทุกเรื่อง ถ้าการจดหรือการตรวจซ้ำกลายเป็นสิ่งที่หยุดไม่ได้ ต้องเช็กแล้วเช็กอีกจนกระทบชีวิตประจำวัน หยุดจด แล้วบอกหมอ ในประเทศไทยโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
๏
ฉันบอกแผนของฉันกับไรเดอร์ของฉันระหว่างที่ลูกค้ายังอยู่ในสาย ฉันจะเปิดข้อความของออเดอร์นี้ขึ้นจอ ถ้าผิด บอกฉัน
เขาพยักหน้า
ข้อความของลูกค้าขึ้นมาบนจอ วางไว้หน้าเซเว่นนะคะ ตึกสีเหลือง
เขาอ่านมันสองรอบ
“ผมเห็นคำว่าหลังจริงๆ นะ” เขาว่ากับฉัน ไม่ใช่กับลูกค้า “เห็นกับตาเลย”
แล้วเขาก็พูดใส่โทรศัพท์ว่าขอโทษครับ ผมอ่านผิดเอง เดี๋ยวเอาไปวางหน้าร้านให้ภายในสองนาที
๏
ระหว่างที่เขาเดินอ้อมตึกไปหน้าร้าน ฉันเปิดข้อความแรกที่ฉันจัดในคืนแรกของงานใหม่ขึ้นมาดูอีกครั้ง
ส่งดึกขนาดนี้ ขอบคุณที่ยังมีงานให้ทำนะครับ
คืนนั้นฉันจัดมันเป็นยิ้ม 0.88 อ่านวันนี้ มันอาจเป็นคำขอบคุณ หรืออาจเป็นคนที่ประชดจนหมดแรงจะโกรธ ฉันไม่รู้ และไม่มีใครถามคนเขียน
ตัวเลข 0.88 ยังอยู่ข้างมันเหมือนเดิม มันบอกว่าฉันเชื่อแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าคนเขียนรู้สึกอะไร รายงานวันอังคารยังได้ตัวเลขทุกตัวของมัน ใต้ข้อความนั้นในรายงาน ฉันเติมหมายเหตุหนึ่งบรรทัด ยังไม่มีใครถามคนเขียน
เรื่องที่จะสำคัญทีหลัง จดไว้ตอนมันยังสด และเปิดดูก่อนเถียง ความจำที่ชัดที่สุดเปลี่ยนได้ โดยไม่บอกเจ้าของ
๏
เขากลับมาที่รถ ถอดถุงมือข้างหนึ่ง แล้วพิมพ์ลงแอปโน้ตของเขาเองหนึ่งบรรทัด ออเดอร์นี้ หน้าเซเว่น ตึกเหลือง
“ไว้เผื่อเขาโทรมาอีก” เขาว่า
๏
คืนนั้นตีหนึ่ง เขาขับกลับทางเดิม ผ่านแยกใหญ่ที่รถบรรทุกเคยฝ่าไฟแดงข้ามหน้าเขาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
ไฟแดง รถบรรทุกคันหนึ่งจอดรออยู่เลนข้างๆ เครื่องยนต์คราง
มือของเขาบนแฮนด์รถเกร็งขึ้นทั้งสองข้าง ก่อนที่เขาจะหันไปมองมันด้วยซ้ำ
บทถัดไป · 8 / 9ไฟแดง