ภาคผนวก
ทุกข้อในหน้าเหล่านี้ตรวจกลับได้ ถ้าเฉลยข้อไหนผิด เล่มนี้แพ้ตรงนั้น
ให้คะแนนประโยคของคุณ
ใช้ส่วนนี้หลังทำชุดที่สองในบทที่ 13 เสร็จแล้ว วางประโยคที่เขียนตอนต้นเล่มไว้ข้างประโยคในบทที่ 13 แล้วให้คะแนนทั้งสองพร้อมกันด้วยเกณฑ์เดียวกัน
ประโยคละไม่เกินสามคะแนน ได้หนึ่งคะแนนต่อหนึ่งข้อข้างล่างที่ประโยคพูดถึง จะใช้คำไหนก็ได้ ขอให้ความหมายอยู่ในนั้น
- ข้ออ้างต้องแพ้ได้ คือบอกได้ว่าผลแบบไหนจะแสดงว่ามันผิด
- การเทียบหรือการทดสอบที่ยุติธรรม
- การเปิดให้คนอื่นตรวจ
ประโยคที่บอกว่าวิทยาศาสตร์คือความรู้เรื่องธรรมชาติได้ศูนย์ ประโยคนั้นไม่ผิด แต่มันบอกว่าวิทยาศาสตร์รู้อะไร ไม่ได้บอกว่ารู้ได้อย่างไร ประโยคที่บอกว่าวิทยาศาสตร์คือการทดลองอย่างยุติธรรมแล้วให้คนอื่นตรวจซ้ำ ได้สองคะแนน จากข้อ 2 กับข้อ 3
ถ้าประโยคในบทที่ 13 ได้คะแนนไม่มากกว่าประโยคตอนต้นเล่ม ครึ่งแรกของคำสัญญาในหน้าแรกแพ้
เฉลยชุดแรก
แปดข้อตอนต้นเล่ม นับข้อที่ตรงแล้วจดไว้ เหตุผลของแต่ละข้อรออยู่หลังเฉลยชุดที่สอง
1. ข · บทที่ 5
2. ง · บทที่ 6
3. ก · บทที่ 7
4. ค · บทที่ 8 และ 4
5. ง · บทที่ 9
6. ก · บทที่ 11
7. ค · บทที่ 11
8. ข · บทที่ 12
หยุดตรงนี้ ถ้ายังไม่ได้ทำชุดที่สองในบทที่ 13 อย่าอ่านเลยบรรทัดนี้ไป
เฉลยชุดที่สอง
แปดข้อในบทที่ 13 นับข้อที่ตรง แล้ววางไว้ข้างคะแนนชุดแรก
1. ค · บทที่ 5
2. ก · บทที่ 6 และ 5
3. ข · บทที่ 7
4. ง · บทที่ 8
5. ข · บทที่ 9
6. ค · บทที่ 11
7. ง · บทที่ 11 และ 9
8. ก · บทที่ 12
เหตุผลของแต่ละข้อ
ข้อที่เลขตรงกันในสองชุดถามเรื่องเดียวกัน ข้อที่ผิดในชุดที่สองบอกว่าบทไหนควรอ่านซ้ำ
ชุดแรก
1. ข น้ำหนักที่ขึ้นลงในเดือนเดียวกันของคนคล้ายกันที่ไม่ได้ดื่ม คือกลุ่มเปรียบเทียบที่บอกว่าถ้าไม่มีมะนาว น้ำหนักจะเป็นอย่างไร คำยืนยันของเพื่อนเอง รีวิว และคำอธิบายของผู้รู้ ไม่มีใครให้เทียบ
2. ง สิบวันที่ได้กำไรจะมีความหมายก็ต่อเมื่อรู้ว่าแอดมินแนะนำไปทั้งหมดกี่ครั้ง ครั้งที่ขาดทุนคือตัวหารที่ไม่มีใครโพสต์ ภาพที่ไม่ได้ตัดต่อหรือสมาชิกที่ได้กำไรก็ยังเป็นแค่ครั้งที่ได้
3. ก คำทำนายที่ไม่บอกว่าอะไรจะเกิดเมื่อไร ไม่มีผลลัพธ์ไหนทำให้มันผิดได้ รอครบปีหรือถามลูกค้าอีกกี่คนก็แก้ข้อนี้ไม่ได้ ต้องให้คำทำนายพูดให้แพ้ได้ก่อน
4. ค งานชิ้นเดียวคือการทดสอบหนึ่งครั้ง งานทบทวนบอกว่าเมื่อรวมหลายชิ้นแล้วผลไปทางไหน ชื่อวารสาร ยอดแชร์ และประวัติของผู้วิจัยไม่ใช่การตรวจ
5. ง กระดาษที่จดไว้ก่อนเปิดไม่รู้ว่าคุณอยากได้ยินอะไร และมีคนในบ้านไว้ทวง ความตั้งใจจะเป็นกลางไม่ทิ้งอะไรให้ใครตรวจ อ่านละเอียดขึ้นก็ไม่ได้กันความอยาก และคนที่กินด้วยกันก็อยากให้มันได้ผลเหมือนคุณ
6. ก ชื่อผู้เขียน ปี และวารสารที่ครบทุกช่องแต่งขึ้นได้ AI ตัวเดิมที่ยืนยัน หรือ AI สองตัวที่อ้างตรงกัน ก็ยังเป็นเครื่องตรวจเครื่อง และวารสารที่มีจริงไม่ได้แปลว่างานชิ้นนั้นมีจริง การเปิดงานเองเป็นทางเดียวที่บอกว่ามันมีอยู่และพูดแบบนั้นจริง
7. ค ห้องใหม่ที่ไม่รู้ว่าไอเดียเป็นของคุณ กับคำขอเหตุผลที่มันจะล้ม คือท่าถามใหม่ในห้องใหม่กับท่าขอฝั่งตรงข้าม ที่มีคนเล่าว่าช่วยลดการประจบ แชตใหม่ที่ยังถามว่าไอเดียของคุณดีไหม ห้องเดิมที่รู้แล้วว่าคุณหวังอะไร และรุ่นที่เสียเงิน ยังบอกเครื่องว่าคุณอยากได้ยินอะไร
8. ข สามแก้วที่หน้าตาเหมือนกันและคนเสิร์ฟก็ไม่รู้คำตอบ คือการทดสอบแบบปิดตาสองชั้น ความหวังของใครก็เข้าไปช่วยไม่ได้ และรู้ล่วงหน้าว่าการเดาจะถูกราวหนึ่งในสาม ทำหลายรอบจึงนับเทียบกับการเดาได้ อีกสามทางมีคนรู้คำตอบ หรือไม่มีอะไรให้เทียบ
ชุดที่สอง
1. ค คนเจ็บคอแบบเดียวกันที่ไม่ได้ใช้สเปรย์ คือกลุ่มเปรียบเทียบที่บอกว่าถ้าไม่มีสเปรย์ สามวันนั้นจะเป็นอย่างไร เพราะเจ็บคอดีขึ้นเองได้ การซื้อซ้ำ สมุนไพร และแพทย์ที่รับรอง ต่อให้ไม่ได้รับเงิน ก็ไม่ได้ตอบเรื่องนี้
2. ก ห้าสิบคนยังไม่มีตัวหาร ต้องรู้ว่ามีศิษย์ทั้งหมดกี่คน และต้องเทียบกับคนเก่งพอๆ กันที่ไม่ได้เรียน เพราะคนที่มาเรียนที่นี่อาจติดได้อยู่แล้ว เวลาเรียน ครูที่สอน และรูปถ่ายไม่ได้ตอบเรื่องนี้
3. ข โฆษณาไม่บอกว่าสดชื่นขึ้นแค่ไหน วัดอย่างไร เทียบกับน้ำแบบไหน จึงยังไม่มีผลแบบไหนทำให้มันแพ้ เมื่อระบุให้ครบก็ทดสอบได้ เช่นให้คนดื่มน้ำสองแบบโดยไม่รู้ว่าแก้วไหนผ่านเครื่อง ส่วนกลไก รีวิว และราคาไม่ได้แก้ปัญหานี้
4. ง หน่วยงานที่ทบทวนหลักฐานคือที่ที่ยาตัวนี้ถูกตรวจจากหลายแหล่ง และแพทย์ที่สั่งยารู้จักคนในบ้านคุณ ถ้าจะหยุดหรือเปลี่ยนยาให้ถามเขาก่อน สาขาที่แพทย์ในคลิปจบ ยอดผู้ติดตาม และยอดไลก์ไม่ใช่การตรวจ
5. ข กระดาษที่เขียนก่อนเปิดทำให้ความเชื่อของคุณแพ้ได้ก่อนรู้ผล ความตั้งใจจะเป็นกลางไม่ทิ้งอะไรให้ใครตรวจ อ่านแค่บทคัดย่อไม่ได้กันความชอบ และเพื่อนที่ชอบอาหารเดียวกันก็อยากได้ยินแบบเดียวกับคุณ
6. ค สรุปของ AI ชี้ไปที่ข้อ 12 เอง การอ่านข้อ 12 ด้วยตัวเองใช้เวลาไม่กี่นาที และเป็นทางเดียวที่บอกว่าสัญญาเขียนแบบนั้นจริง ห้องใหม่หรือ AI อีกตัวที่สรุปตรงกันยังผิดพร้อมกันได้ และเพื่อนที่เคยเช่าอาจได้สัญญาคนละฉบับ
7. ง แชตใหม่ที่ได้ฟังทั้งสองฝั่งแบบคนนอก กับคำขอให้แย้งแทนพี่ชาย คือสองท่าเดียวกับข้อ 7 ชุดแรก AI อีกตัวที่ฟังแต่มุมของคุณยังได้ยินว่าคุณอยากให้มันเห็นด้วยกับอะไร เครื่องไม่ได้เป็นกลางเพียงเพราะมันเป็นเครื่อง และความมั่นใจที่มันบอกเองไม่ใช่การตรวจ
8. ก ยี่สิบรอบ การเดาให้ถูกเฉลี่ยเกือบเจ็ดรอบ และตารางในบทที่ 12 ตั้งเกณฑ์ของยี่สิบรอบไว้ที่สิบเอ็ด เก้าจึงยังแยกไม่ออกจากโชค แปดคือเกณฑ์ของสิบสองรอบ ไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่ารสเหมือนกัน และจะตัดรอบไหนทิ้งหลังเห็นผลไม่ได้
การ์ดหนึ่งหน้า
ทั้งเล่มย่อได้เหลือเท่านี้
วิทยาศาสตร์ในสามส่วน
พูดให้แพ้ได้ · ทดสอบอย่างยุติธรรม · เปิดให้คนอื่นตรวจ
คำถามห้าข้อ
- เทียบกับอะไร
- บังเอิญได้ไหม
- ถ้าผิด จะเห็นอะไร
- ใครตรวจแล้วบ้าง
- ฉันอยากให้มันจริงไหม
ห้าท่าเมื่อใช้ AI
- เปิดแหล่งเอง
- ขอฝั่งตรงข้าม
- ถามสิ่งที่รู้คำตอบก่อน
- ถามใหม่ในห้องใหม่
- เก็บการตรวจที่ไม่ใช้ AI ไว้หนึ่งอย่าง
โอกาสของแก้วสามใบ
ตารางเดียวกับในบทที่ 12
| ชิมกี่รอบ | ต้องถูกอย่างน้อย | โอกาสที่เดามั่วแล้วผ่าน |
|---|---|---|
| 6 | 5 | 1.8% |
| 9 | 6 | 4.2% |
| 10 | 7 | 2.0% |
| 12 | 8 | 1.9% |
| 15 | 9 | 3.1% |
| 20 | 11 | 3.8% |
เกณฑ์ทุกแถวตั้งด้วยกติกาเดียว คือจำนวนที่น้อยที่สุดที่การเดามั่วไปถึงได้ไม่เกินราวหนึ่งครั้งในยี่สิบ ถ้าอยากชิมจำนวนรอบอื่น เลือกแถวก่อนเริ่ม แล้วเขียนเกณฑ์ของแถวนั้นลงแผ่นที่เซ็น แถวที่เลือกหลังเห็นผลไม่นับ
ที่สิบสองรอบ การเดามั่วไปถึงเจ็ดรอบขึ้นไปได้ราว 6.6% หรือราวหนึ่งครั้งในสิบห้า ถึงแปดรอบขึ้นไปราว 1.9% หรือราวหนึ่งครั้งในห้าสิบ และถึงเก้ารอบขึ้นไปราว 0.4% หรือราวหนึ่งครั้งในสองร้อยห้าสิบ
ป้ายความแน่นของหลักฐาน
ป้ายเหล่านี้เป็นการตัดสินของเล่มนี้เอง และคุณเถียงมันได้
แน่น ถูกทดสอบมากกว่าหนึ่งครั้ง แหล่งที่เป็นอิสระต่อกันให้ผลไปทางเดียวกัน
พอเชื่อ หลักฐานดีจากหนึ่งหรือสองแหล่ง หรือยังมีคนแย้งอยู่
ยังบาง งานชิ้นเดียว ประสบการณ์ของคนคนเดียว หรือคำบอกของผู้ผลิตเกี่ยวกับของของตัวเอง
ตรวจไม่ได้ มีคนเล่า แต่เล่มนี้เปิดแหล่งต้นทางไม่ได้
ไม่มีประโยคไหนในเนื้อเรื่องที่พูดแรงกว่าป้ายของมัน ถ้าคุณเจอ นั่นคือที่ที่เล่มนี้ผิด
คำที่ใช้ความหมายเดียวตลอดเล่ม
ภาษาอังกฤษในวงเล็บคือคำที่ใช้ค้นต่อได้
วิทยาศาสตร์ (science) วิธีที่มนุษย์คิดขึ้นเพื่อจับความผิดของตัวเอง ย่อได้เป็นสามส่วนในการ์ดข้างบน
ข้ออ้าง (claim) ประโยคที่บอกว่าอะไรจริง หรืออะไรได้ผล คือสิ่งที่คำถามห้าข้อเอาไว้ตัดสิน
แพ้ได้ (falsifiable) ข้ออ้างที่แพ้ได้บอกไว้ก่อนว่าผลแบบไหนจะทำให้มันผิด
การทดสอบที่ยุติธรรม (fair test) การทดสอบที่เทียบกับกลุ่มที่เหมือนกันตั้งแต่ต้น และจัดไว้ไม่ให้ความหวังของใครเข้าไปเปลี่ยนผล
กลุ่มเปรียบเทียบ (control group) คนที่ไม่ได้รับสิ่งที่ถูกทดสอบในช่วงเวลาเดียวกัน เอาไว้ดูว่าถ้าไม่มีมัน ผลจะเป็นอย่างไร
การทดสอบแบบปิดตา (blind test) การทดสอบที่คนถูกทดสอบไม่รู้คำตอบ ว่าของอยู่ตรงไหนหรือตัวเองได้อะไร จนกว่าจะนับผลเสร็จ
ปิดตาสองชั้น (double-blind) ทั้งคนที่ถูกทดสอบและคนที่วัดผลหรือยกของมาให้ ไม่รู้คำตอบจนกว่าจะนับผลเสร็จ
ความบังเอิญ (chance) ผลที่เกิดได้แม้ไม่มีอะไรทำงานเลย เช่นการชี้แก้วถูกราวหนึ่งในสามเมื่อเดามั่ว
ยาหลอก (placebo) ของที่หน้าตา รสชาติ และวิธีใช้เหมือนของจริงทุกอย่าง แต่ไม่มีตัวยา สองกลุ่มจึงหวังได้เท่ากัน
การทดลองซ้ำ (replication) การทดลองที่ทำซ้ำตามวิธีเดิม เพื่อดูว่าผลเดิมยังออกมาไหม
งานทบทวน (systematic review) งานที่รวมงานวิจัยหลายชิ้นในเรื่องเดียวกันเข้าด้วยกัน แทนการเชื่องานชิ้นเดียว
ฉันทามติ (consensus) สิ่งที่ผู้รู้ในเรื่องนั้นเห็นตรงกันหลังตรวจกันมาแล้ว ซึ่งน่าเชื่อกว่าคนคนเดียว
ผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) เมื่อคนที่พูดหรือตัดสินข้ออ้าง ได้ประโยชน์จากคำตอบแบบใดแบบหนึ่ง
แหล่งอ้างอิง (citation) งานต้นทางที่คำตอบหรือบทความชี้ไปหา ซึ่งคุณเปิดดูเองได้ว่ามีอยู่จริงและพูดแบบนั้นจริง
ประจบ (sycophancy) การที่ AI เห็นด้วยกับผู้ใช้และชมเขาเกินกว่าที่หลักฐานให้
AI (artificial intelligence) โปรแกรมที่เรียนรูปแบบจากข้อมูลจำนวนมาก ในเล่มนี้มีทั้งตัวที่คนพิมพ์คุยด้วย และตัวที่ทายรูปร่างโปรตีนหรือพยากรณ์อากาศ
อ่านแนวขวาง (lateral reading) ออกจากหน้าที่กำลังอ่าน ไปเปิดแท็บใหม่ดูว่าที่อื่นพูดถึงแหล่งนั้นหรือข้ออ้างนั้นอย่างไร ก่อนจะอ่านเนื้อหาให้ละเอียด
การลงทะเบียนล่วงหน้า (preregistration) การประกาศคำถาม วิธีทดลอง และตัววัดหลักไว้ในที่ที่ใครก็เปิดดูได้ ก่อนเริ่มเก็บข้อมูล
วิทยาศาสตร์เทียม (pseudoscience) ข้ออ้างที่ใช้ภาษาของวิทยาศาสตร์ แต่หลบสามส่วนบนการ์ด เช่นไม่บอกว่าผลแบบไหนจะทำให้มันผิด หรือไม่ให้คนนอกทดสอบ
ตัววัดหลัก (primary outcome) สิ่งที่การทดลองประกาศไว้ก่อนเริ่มว่าจะใช้ตัดสินผล จะได้ไม่เลือกตัววัดที่ออกมาสวยหลังเห็นผล
กติกาหนึ่งในยี่สิบ (5% significance level) เกณฑ์ที่ยอมให้การเดามั่วผ่านได้ไม่เกินราวหนึ่งครั้งในยี่สิบ ผ่านเกณฑ์แล้วก็ยังเป็นโชคได้ แค่ไม่บ่อย
จบเล่มModern Science Handbookกลับหน้าหนังสือ