ตาที่สอง · เดาโกหกเท่ากับโยนเหรียญ
หลังพฤหัสที่สาม ฉันทำสิ่งที่คนจับโกหกทั้งโลกทำไม่ได้ ฉันเปิดสมุดทั้งเล่มเทียบกับไพ่จริงทุกใบ
ฉันเริ่มจากสามบรรทัดที่ฉันมั่นใจที่สุด
บรรทัดแรก ต้นแตะแก้วน้ำก่อนลงชิป เกิดตอนไพ่ดีพอๆ กับตอนไพ่แย่
บรรทัดที่สอง คิวหมุนลูกบาศก์ในมือระหว่างคิด เกิดทุกตา ไม่ว่าไพ่อะไร
บรรทัดที่สาม ลุงชัยพูดว่าตาม แล้วลุงชัยก็ตาม ถูกทุกครั้ง
บรรทัดเดียวในสมุดที่ทำนายได้แม่น ทำนายสิ่งที่เจ้าของพูดออกมาเองแล้ว
คนจับโกหกได้แทบไม่ต่างจากโยนเหรียญ
๏
ข้อนี้มีคนวัดไว้ก่อนฉันเปิดสมุดนานแล้ว
ปี 2006 นักจิตวิทยาชื่อบอนด์กับเดอเปาโล รวบรวมงานวิจัยเรื่องการจับโกหกได้ 206 ชิ้น มีคนทำหน้าที่ตัดสินรวมกัน 24,483 คน ทุกชิ้นถามคำถามแบบเดียวกัน คนตรงหน้ากำลังพูดจริงหรือโกหก
เมื่อรวมทุกชิ้นเข้าด้วยกัน คนตัดสินถูก 54% การโยนเหรียญได้ 50%
ข้างในตัวเลขนั้นมีอีกสองตัวที่น่าดูกว่า คำพูดจริงถูกเชื่อว่าจริง 61% คำโกหกถูกจับได้แค่ 47% ต่ำกว่าโยนเหรียญเสียอีก
แต่ 47 ไม่ได้แปลว่าฝั่งคนโกหกไม่มีฝีมือ คนตัดสินเอนไปทางเชื่อ ตอบว่าจริงราว 57 ครั้งในร้อย เหรียญที่เอนแบบเดียวกันจะถูกฝั่งคนพูดจริง 57% และฝั่งคนโกหก 43% คนตัดสินได้ 61% กับ 47% คือเก่งกว่าเหรียญเอียงนั้นราว 4 ครั้งในร้อยทั้งสองฝั่ง สี่ครั้งนั้นคือฝีมือทั้งหมดที่มี
ตัวเลขชุดนี้วัดคนที่ดู ไม่ได้วัดท่าทาง ท่าทางอาจมีข้อมูลอยู่บ้าง อย่างแขนของนักเล่นไพ่ในคลิปสองวินาที แต่คนที่ดูอยู่อ่านมันออกได้แค่นี้
คนที่บลัฟ (bluff) พยายามให้คนอื่นเชื่อสิ่งที่ไม่จริง งานจับโกหกจึงเป็นงานที่ใกล้โต๊ะไพ่ที่สุดที่ผู้ค้นคว้าของเล่มนี้หาเจอ
๏
แล้วสีหน้าที่แวบขึ้นมาแล้วหายไปในเสี้ยววินาทีล่ะ
ปี 2008 พอร์เตอร์กับเทน บริงก์ ถ่ายหน้าคนที่ถูกขอให้ซ่อนอารมณ์จริง หรือแกล้งทำอารมณ์ที่ไม่มี แล้วถอดสีหน้าออกมาทีละอันได้ 697 สีหน้า
สีหน้าแวบเดียว (micro-expression) คือสีหน้าที่อยู่ได้ระหว่าง 1/25 ถึง 1/5 วินาที มันโผล่มาแค่ 2% ของสีหน้าทั้งหมด คนที่มีมันอย่างน้อยหนึ่งครั้งมีราว 22% และไม่มีครั้งไหนเกิดเต็มหน้า มันโผล่แค่ครึ่งบนหรือครึ่งล่าง
ปี 2021 มีการทดลองกับคน 106 คน กลุ่มหนึ่งฝึกอ่านสีหน้าแวบเดียวด้วยชุดฝึกสำเร็จรูป ผลคือคนที่ฝึกจับโกหกได้ไม่ดีกว่าคนที่ไม่ได้ฝึก นี่คือการทดลองเดียว กับเครื่องมือฝึกแบบเดียว และเป็นงานเดียวในเรื่องนี้ที่ผู้ค้นคว้าของเล่มนี้เปิดอ่านได้
แม้แต่คนที่เขียนเรื่องภาษากายเองก็ไม่อ้างว่ามีท่าวิเศษ ปี 2022 โจ นาวาร์โร กับแอบบี มาโรโญ เขียนว่าไม่มีพฤติกรรมไหนเพียงอย่างเดียวที่บ่งบอกการโกหก สิ่งที่มีความหมายคือภาพรวมทั้งหมด
๏
ฉันกลับไปที่สมุด แล้วไล่ทุกบรรทัดที่เหลือแบบเดียวกับสามบรรทัดแรก บรรทัดไหนบอกไพ่ได้จริง เล่มนี้เรียกมันว่าอาการฟ้อง (tell)
บรรทัดส่วนใหญ่ไม่ใช่อาการฟ้อง มันเกิดตอนไพ่ดีพอๆ กับตอนไพ่แย่ บางบรรทัดดูเหมือนจะบอกอะไร จนฉันนับครั้งที่มันพลาดด้วย บรรทัดของแขนดีกว่าบรรทัดอื่นนิดหน่อย นิดหน่อยในความหมายที่ยังไม่พอจะเขียนเป็นตัวเลข
เครื่องจับเท็จเครื่องเดียวในโลกที่มีเฉลย เพิ่งตรวจข้อสอบของตัวเองเสร็จ และพบว่าข้อส่วนใหญ่ไม่มีคำตอบ
๏
แต่ระหว่างตรวจ ฉันเห็นอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในสมุด เพราะมันไม่ใช่ท่าของคนที่ถือไพ่ มันคือสิ่งที่เกิดกับคนที่นั่งตรงข้าม
เวลาคิวลง ต้นหมอบบ่อยกว่าที่ไพ่ในมือเขาสมควร
บทถัดไป · 4 / 10ตาที่สาม · ใบหน้าที่น่าไว้ใจ