8 · เรื่องเล่าที่ถูกจัดให้เรียบร้อยทีหลัง
เรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่เดินทางไกลที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์มีรูปร่างแบบนี้ เดือนกันยายน 1928 Alexander Fleming กลับจากวันหยุดมาถึงห้องแล็บที่โรงพยาบาลเซนต์แมรีในลอนดอน เห็นจานเพาะเชื้อที่ลืมทิ้งไว้ มีราขึ้นอยู่ก้อนหนึ่ง และรอบก้อนรานั้นแบคทีเรียตายเป็นวงใส สปอร์ของราลอยเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดไว้ เขามองแล้วเอะใจ นั่นคือเพนิซิลลิน และนั่นคือยาปฏิชีวนะตัวแรกของโลก
เรื่องนี้ถูกเล่าเป็นครั้งแรกโดยตัวเอกของมันเอง ในปี 1945 — สิบเจ็ดปีหลังจากวันที่มันควรจะเกิดขึ้น — และในบรรดาเอกสารร่วมสมัยของปี 1928 ไม่มีชิ้นไหนเลยที่รองรับมัน ไม่มีบันทึกห้องแล็บ ไม่มีจดหมาย ไม่มีหมายเหตุในปฏิทิน
เอกสารที่มีอยู่จริงเล่าอีกแบบ บันทึกห้องแล็บชิ้นแรกที่เอ่ยถึงรา Penicillium ลงวันที่ 30 ตุลาคม 1928 ซึ่งห่างจากช่วงที่เขาบอกว่ากลับจากวันหยุดเกือบสองเดือน และสิ่งที่บันทึกนั้นบรรยายไม่ใช่การเจอจานที่ปนเปื้อนโดยบังเอิญ มันบรรยายการทดลองที่ ออกแบบไว้ล่วงหน้า คือเลี้ยงราไว้ก่อน แล้วจึงใส่แบคทีเรียลงไปทีหลัง แม้แต่วันที่เขากลับจากวันหยุดก็ยังไม่ลงตัว แหล่งหนึ่งให้วันที่ 3 กันยายน อีกแหล่งให้วันที่ 28 กันยายน และไม่มีเอกสารร่วมสมัยชิ้นไหนชี้ขาด
บทความจริงตีพิมพ์ใน British Journal of Experimental Pathology เล่มที่ 10 ปี 1929 กองบรรณาธิการรับต้นฉบับวันที่ 10 พฤษภาคมปีนั้น ในบทความมีภาพจานเพาะเชื้อที่กลายเป็นภาพที่คนจำได้มากที่สุดภาพหนึ่งของวงการ คือภาพที่แบคทีเรียสลายตัวเป็นวงรอบก้อนรา
ปัญหาคือภาพนั้นแสดงสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนั้นไม่ได้
เพนิซิลลินทำงานด้วยการขัดขวางการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ซึ่งแปลว่ามันทำอะไรได้เฉพาะกับเซลล์ที่ กำลังแบ่งตัว อยู่ แบคทีเรียที่โตเต็มที่เป็นโคโลนีแล้ว ไม่แบ่งตัวแล้ว และไม่สลายตัวจากเพนิซิลลิน ถ้าราปลิวมาตกบนจานที่มีโคโลนีขึ้นเต็มแล้วจริงตามเรื่องเล่า ภาพที่ควรได้คือราขึ้นทับโคโลนี ไม่ใช่โคโลนีละลายหายไป
มีคนพยายามทำภาพนั้นซ้ำอย่างน้อยสามครั้งและไม่มีใครทำได้ Margaret Jennings ลองในปี 1944 · D. B. Colquhoun ลองในปี 1955 และพบว่ารา Penicillium ไม่ยอมขึ้นบนจานที่มีสแตฟิโลค็อกคัสคลุมอยู่แล้วด้วยซ้ำ · W. D. Foster ลองในปี 1965 ทั้งสามครั้งได้ข้อสรุปเดียวกัน คือลำดับเหตุการณ์ตามเรื่องเล่าให้ผลแบบในภาพไม่ได้
ส่วนหน้าต่าง Ronald Hare สืบเรื่องนี้ไว้ในปี 1970 และชี้ว่าเส้นทางที่เป็นไปได้มากกว่าคือสปอร์ลอยขึ้นมาตามช่องบันไดจากห้องแล็บของ C. J. La Touche ที่อยู่ชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องที่ทำงานเรื่องภูมิแพ้จากราโดยเฉพาะ และเก็บราไว้เต็มห้อง ส่วนขอบหน้าต่างของ Fleming เอง ตามที่ Hare บรรยาย มักมีหลอดทดลองที่บรรจุเชื้อโรควางอยู่เต็ม การเปิดหน้าต่างทิ้งไว้เป็นนิสัยจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นในห้องแบบนั้น
มีอีกข้อที่ควรสังเกต เรื่องหน้าต่างที่เปิดไว้กับราที่ลอยเข้ามา เป็นโครงเดียวกับเรื่องการค้นพบไลโซไซม์ของ Fleming ในปี 1922 เป๊ะ
คนที่พูดเรื่องนี้ตรงที่สุดคือ Fleming เอง
ก่อนที่เรื่องนี้จะฟังดูเหมือนการจับผิดคนตาย ควรบันทึกไว้ว่าคนที่ออกตัวชัดที่สุดเรื่องความทรงจำของตัวเองคือเจ้าตัว ในปี 1944 เขาเขียนไว้เองว่าเมื่อเวลาผ่านไปสิบห้าปีแล้ว เป็นเรื่องยากมากที่จะบอกได้ว่าตอนนั้นกระบวนการคิดเป็นอย่างไร
นั่นคือคำพูดของคนซื่อสัตย์ และมันเป็นคำพูดที่หายไปจากเรื่องเล่าทุกฉบับที่เดินทางต่อมา เรื่องที่รอดคือฉบับที่มีหน้าต่าง
Robert Root-Bernstein เสนอคำอธิบายอีกแบบไว้ในปี 1989 ซึ่งอาจใกล้ความจริงที่สุด คือ Fleming ไม่ได้บังเอิญเจออะไร เขากำลังไล่หาแหล่งใหม่ของไลโซไซม์อย่างเป็นระบบมาหลายปี ซึ่งเป็นงานที่ต้องเลี้ยงราและเชื้อต่างๆ จำนวนมากอยู่แล้วโดยธรรมชาติ เขาเจอรา ทดสอบว่ามีฤทธิ์แบบไลโซไซม์ไหม ไม่มีอะไรน่าสนใจจึงไม่ได้จด แล้วจึงออกแบบการทดลองชิ้นที่สองซึ่งบันทึกไว้จริงในวันที่ 30 ตุลาคม และเจอฤทธิ์ฆ่าเชื้อในนั้น
ถ้าเป็นแบบนั้น มันไม่ใช่การสะดุดขาตัวเองแล้วล้มไปเจอของ มันคือการทอดแหกว้างๆ ไว้นานๆ แล้วได้ปลาคนละตัวกับที่ตั้งใจ ซึ่งตรงกับนิยามของ Walpole พอดี
สิบปีที่ไม่มีใครเล่า
ส่วนที่หายไปจากเรื่องเล่ามากที่สุด ไม่ใช่รายละเอียดของปี 1928 แต่เป็นสิบปีถัดมา
Fleming แยกสารตัวนั้นให้บริสุทธิ์ไม่ได้ ทำให้มันคงตัวไม่ได้ และท้ายที่สุดก็แทบวางมือจากมัน เพนิซิลลินอยู่ในสถานะบทความที่ไม่มีใครสนใจอยู่เกือบสิบปี จนกระทั่ง Ernst Chain ไปเจอบทความปี 1929 เข้า แล้วทีมที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดซึ่งนำโดย Howard Florey พร้อมด้วย Chain และ Norman Heatley ที่ทำเรื่องการผลิตในปริมาณมาก หยิบมันขึ้นมาทำต่อตั้งแต่ปี 1938
ปี 1940 ทีมออกซ์ฟอร์ดฉีดเชื้อร้ายแรงเข้าไปในหนูแปดตัว ให้เพนิซิลลินสี่ตัว ไม่ให้สี่ตัว วันรุ่งขึ้นสี่ตัวที่ไม่ได้รับตายหมด สี่ตัวที่ได้รับรอดหมด (แหล่งที่การค้นคว้ารอบนี้อ่านได้ ให้วันที่ของการทดลองนี้ไม่ตรงกัน เล่มนี้จึงไม่พิมพ์วันที่) ผลตีพิมพ์ใน The Lancet วันที่ 24 สิงหาคม 1940
ผู้ป่วยคนแรกชื่อ Albert Alexander เป็นตำรวจสำรอง เขาติดเชื้อจากสะเก็ดระเบิดตอนสถานีตำรวจที่เซาแธมป์ตันถูกทิ้งระเบิดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 1940 เขาได้รับเพนิซิลลินวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1941 ไข้ลดและเริ่มกินอาหารได้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง แล้วยาหมด ทีมพยายามสกัดยากลับคืนจากปัสสาวะของเขาเองเพื่อใช้ต่อ แต่ไม่พอ เขาเสียชีวิตวันที่ 15 มีนาคม 1941
(เรื่องที่เล่ากันว่า Alexander ติดเชื้อจากหนามกุหลาบข่วนตอนทำสวน เป็นเรื่องที่ครอบครัวของเขาปฏิเสธเอง หลานสาวของเขาบอกกับผู้ค้นคว้าในปี 2022 ว่าฉบับหนามกุหลาบเป็นการโฆษณาชวนเชื่อยุคสงคราม เพื่อลดทอนข่าวผู้บาดเจ็บจากการทิ้งระเบิด)
รางวัลโนเบลปี 1945 มอบให้สามคน คือ Fleming, Florey และ Chain
สิ่งที่บทนี้เป็นเรื่องของจริงๆ
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของเพนิซิลลิน มันเป็นเรื่องของรูปทรงที่เรื่องเล่าต้องมี เพื่อจะเดินทางได้
และมันคือความบกพร่องเดียวกับเรื่องเครื่องบินในบทที่ 4 ย้ายสนาม ที่นั่นสิ่งที่ถูกคัดคือกลุ่มตัวอย่าง ที่นี่สิ่งที่ถูกคัดคือรายละเอียดภายในเรื่องเดียว ทั้งสองแบบทำงานเงียบ และทั้งสองแบบทำให้ของที่เหลืออยู่ดูเหมือนภาพที่ครบถ้วน
เรื่องที่เดินทางได้ต้องมีคนคนเดียว ช่วงเวลาสั้นๆ และจุดพลิกหนึ่งจุด เรื่องที่มีคนหกคน กินเวลาสิบเจ็ดปี มีการทดลองที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า มีความพยายามที่ล้มเหลว มีคนไข้ที่ตายเพราะยาไม่พอ — เรื่องแบบนั้นเดินทางไม่ได้ มันหนักเกิน ทุกครั้งที่มันถูกเล่าต่อ ส่วนที่หนักจะหลุดออกไปทีละชิ้น จนเหลือรูปทรงที่เบาพอจะลอยได้ คือชายคนหนึ่ง หน้าต่างบานหนึ่ง และบ่ายวันหนึ่ง
และนี่คือจุดที่เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องของคุณ เพราะความทรงจำของคุณเกี่ยวกับโอกาสที่พลาดไป ถูกบีบอัดด้วยกลไกเดียวกันเป๊ะ
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในวันนั้นมีหลายสิบชิ้น คุณอายุเท่าไร คุณกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ คุณมีเงินเท่าไร ใครพูดกับคุณบ้าง มันฟังดูน่าเชื่อแค่ไหนด้วยข้อมูลที่มีในตอนนั้น มีกี่คนรอบตัวที่เห็นด้วย คุณเคยเสียเงินกับอะไรมาก่อนหน้านั้น ทั้งหมดนั้นเป็นน้ำหนัก และมันหลุดออกไปทีละชิ้นทุกครั้งที่คุณเล่าเรื่องนี้ให้ตัวเองฟัง จนเหลือรูปทรงที่เบาพอจะลอยได้ คือประโยคเดียวว่า "ตอนนั้นผมโง่เอง" หรือ "ตอนนั้นผมโชคไม่ดี"
ประโยคนั้นเบา เดินทางง่าย และวนกลับมาได้ทุกคืน และมันลบทุกอย่างที่จะเอาไปใช้ได้ทิ้ง
ท่าที่เอาไปใช้ได้: เขียนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่คุณเสียดายให้ครบสิบข้อ — อายุ เงินในมือ สิ่งที่รู้ สิ่งที่ไม่รู้ คนที่อยู่ตรงนั้น ความกลัวที่มีอยู่ตอนนั้น การเขียนสิบข้อนี้ทำสองอย่างพร้อมกัน คือคืนน้ำหนักให้เรื่อง และทำให้เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่แก้ได้จริง
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีเอกสารร่วมสมัยจากปี 1928 ปรากฏขึ้น — บันทึก จดหมาย หรือหมายเหตุ — ที่ยืนยันว่า Fleming เจอจานที่ปนเปื้อนโดยบังเอิญจริงตามที่เล่าไว้ในปี 1945 ถ้ามีเอกสารแบบนั้น ครึ่งแรกของบทนี้ผิด
แหล่ง: การตรวจสอบหลักฐานทั้งชุดพร้อมบันทึกห้องแล็บ การทำซ้ำสามครั้งที่ล้มเหลว และคำอธิบายของ Hare กับ Root-Bernstein — The Penicillin Myth, Asimov Press · บทความต้นฉบับปี 1929 — ฉบับ PDF · บันทึกของ Fleming ในคลังเอกสารการแพทย์ — PMC 1139110 · Florey, Chain และ Heatley — Science History Institute · Albert Alexander และที่มาของบาดแผล — Guns, not roses, The Conversation 2022 · บันทึกกรณีพร้อมวันที่) · รางวัลโนเบล 1945 — Nobel Prize
บทถัดไป · 10 / 139 · วิทยาศาสตร์ของโชคที่ดังที่สุด และสิ่งที่มันเป็นจริงๆ