9 · วิทยาศาสตร์ของโชคที่ดังที่สุด และสิ่งที่มันเป็นจริงๆ
ถ้าวันนี้มีใครพิมพ์คำว่า "วิทยาศาสตร์ของโชค" ลงในช่องค้นหา สิ่งที่ขึ้นมาเกือบเป็นอันดับแรกเสมอคือชุดหลักการสี่ข้อของนักจิตวิทยาชาวอังกฤษชื่อ Richard Wiseman จาก University of Hertfordshire — เปิดรับโอกาส · เชื่อสัญชาตญาณ · คาดหวังสิ่งดี · เปลี่ยนเรื่องร้ายให้เป็นดี ชุดนี้ถูกอ้างซ้ำในบทความ ในคลิป ในสรุปโดยเครื่องมือค้นหาอัตโนมัติ และเกือบทุกครั้งมันถูกแนะนำด้วยคำว่างานวิจัยสิบปี
งานชุดนั้นไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารที่มีการตรวจโดยผู้รู้เสมอกัน และหลักฐานที่หนักที่สุดของข้อนี้มาจากตัว Wiseman เอง — บัญชีผลงานวิชาการที่เขาจัดทำและดูแลด้วยตัวเอง ซึ่งมีรายการเกินร้อยชิ้น ไม่ได้นับงานชิ้นนี้ไว้ในนั้น
ที่มันตีพิมพ์จริงมีสามที่ คือหนังสือขายทั่วไปปี 2003 ชื่อ The Luck Factor · บทความในนิตยสาร Skeptical Inquirer ฉบับปี 2003 · และบทความในนิตยสาร Psychology Review ซึ่งเป็นสื่อการเรียนสำหรับนักเรียนมัธยมปลายในอังกฤษ ทั้งสามที่เป็นการเผยแพร่สู่สาธารณะ ไม่ใช่การส่งให้เพื่อนร่วมสาขาตรวจก่อนพิมพ์ ความต่างนี้ไม่ใช่เรื่องพิธีการ มันคือความต่างระหว่างข้ออ้างที่ผ่านคนที่มีแรงจูงใจจะหาจุดผิด กับข้ออ้างที่ยังไม่เคยผ่าน
เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เขาเขียนเป็นเท็จ มันแปลว่าเราไม่รู้ และการไม่รู้กับการรู้ว่าจริง เป็นสองสถานะที่ห่างกันมาก
การทดลองที่ทุกคนจำได้
การทดลองที่ถูกเล่าซ้ำมากที่สุดของงานชุดนี้ดีจริง และควรได้เครดิตของมัน
Wiseman ให้ผู้เข้าร่วมถือหนังสือพิมพ์เล่มหนึ่ง แล้วบอกให้นับว่ามีรูปภาพอยู่กี่รูป คนที่บอกว่าตัวเองเป็นคนโชคร้ายใช้เวลานับราวสองนาที คนที่บอกว่าตัวเองโชคดีใช้เวลาไม่กี่วินาที เหตุผลอยู่ที่หน้าสอง ซึ่งมีข้อความตัวใหญ่ครึ่งหน้าเขียนว่า "หยุดนับได้ ในหนังสือพิมพ์เล่มนี้มี 43 รูป" และต่อมาอีกไม่กี่หน้ามีข้อความอีกชิ้นเขียนว่าถ้าบอกผู้ทดลองว่าเห็นข้อความนี้ จะได้เงินรางวัล
นี่เป็นการออกแบบที่สวย มันแยกการมองหาสิ่งที่ถูกสั่งให้หา ออกจากการเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ได้ในการทดลองเดียว
สิ่งที่หายไปคือตัวเลข บทความต้นทางไม่ได้ระบุว่าการทดลองย่อยชิ้นนี้มีผู้เข้าร่วมกี่คน (ตัวเลข "อาสาสมัคร 400 คน" ที่มักถูกเล่าคู่กัน เป็นจำนวนของโครงการทั้งสิบปี ไม่ใช่ของการทดลองนี้) ไม่มีค่าสถิติ ไม่มีช่วงความเชื่อมั่น ไม่มีกลุ่มควบคุมที่ระบุไว้ เมื่อไม่มีตัวเลขเหล่านี้ เราไม่มีทางรู้ว่าความต่างที่เล่ามานั้นใหญ่แค่ไหน และเกิดขึ้นกับกี่คน
เรื่องเดียวกันเกิดกับกลไกที่เขายกมาอธิบาย เขาเขียนว่าความวิตกกังวลทำให้การมองแคบลง และอ้างถึงการทดลองเรื่องจุดที่เคลื่อนที่บนจอ โดยไม่ระบุว่าใครทำ ปีไหน ตีพิมพ์ที่ไหน การค้นคว้ารอบนี้ตามหาการทดลองชิ้นนั้นไม่พบ
ข้ออ้างที่ตายไปแล้วในสาขาเดียวกัน
เพื่อให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับคนคนเดียว ให้ดูงานอีกชิ้นที่ ผ่าน การตรวจโดยผู้รู้เสมอกัน และตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำ
ปี 2010 Lysann Damisch, Barbara Stoberock และ Thomas Mussweiler ตีพิมพ์ใน Psychological Science ว่าการบอกผู้เข้าร่วมว่าลูกกอล์ฟที่ใช้เป็นลูกนำโชค ทำให้พัตต์ลงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ งานชิ้นนี้ดังมาก เพราะมันดูเหมือนแสดงว่าความเชื่อเรื่องโชคมีผลที่วัดได้จริงๆ
ปี 2014 Robert Calin-Jageman และ Tracy Caldwell ทำซ้ำสองครั้ง โดยลงทะเบียนแผนการวิเคราะห์ไว้ล่วงหน้าก่อนเก็บข้อมูล และทำโดยขอคำแนะนำจากผู้เขียนเดิม ผลที่ได้ใกล้ศูนย์ ปี 2020 กลุ่มของ Oliver Dickhäuser ทำซ้ำการทดลองอีกชิ้นในบทความเดียวกัน และล้มเหลวเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการตรวจทางสถิติย้อนหลังสองชุดที่สรุปตรงกันว่ารูปแบบผลลัพธ์ของงานเดิมไม่น่าเป็นไปได้ และการตรวจความสอดคล้องของตัวเลขพบว่าค่าเฉลี่ยที่รายงานในการทดลองหนึ่งเป็นไปไม่ได้ทางคณิตศาสตร์เมื่อเทียบกับจำนวนผู้เข้าร่วมที่รายงานไว้
และงานชิ้นนั้นก็ยังถูกอ้างต่อไป ในเดือนกรกฎาคม 2021 องค์กรวิชาชีพที่จัดพิมพ์วารสารนั้นเองยังเผยแพร่บทความประชาสัมพันธ์ที่เล่าผลของงานเดิม โดยไม่เอ่ยถึงการทำซ้ำที่ล้มเหลวเลยสักบรรทัด
แล้วอะไรที่ยังยืนอยู่
เล่มนี้ไม่ได้ต้องการปิดท้ายบทนี้ด้วยความรู้สึกว่าไม่มีอะไรจริงเลย เพราะไม่จริง มีของที่ยืนอยู่ และควรรู้ว่าอะไรบ้าง
ความเชื่อเรื่องโชคเป็นสิ่งที่วัดได้ และไม่ใช่สิ่งเดียวกับการมองโลกในแง่ดี Peter Darke และ Jonathan Freedman ตีพิมพ์ Belief in Good Luck Scale ใน Journal of Research in Personality ปี 1997 และแสดงว่ามันแยกออกจากการมองโลกในแง่ดีและความนับถือตัวเองได้ทางสถิติ
ความเชื่อนี้กระจายไม่เท่ากันทั่วโลกในแบบที่มีรูปแบบ งานรวบรวมข้ามวัฒนธรรมของ Emily Harris, Taciano Milfont และ Matthew Hornsey ปี 2022 ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างรวมกว่าหนึ่งหมื่นเจ็ดพันคน พบว่าความเชื่อเรื่องโชคและลางสังหรณ์สูงที่สุดในลัตเวีย รัสเซีย และเอเชียใต้ ต่ำที่สุดในยุโรปเหนือ และมีแนวโน้มสูงขึ้นในประเทศที่ดัชนีการพัฒนามนุษย์ต่ำกว่า
ส่วนข้อที่ว่าความเครียดทำให้การมองแคบลง มีรากทางทฤษฎีจริง J. A. Easterbrook เสนอไว้ตั้งแต่ปี 1959 ว่าระดับการตื่นตัวที่สูงขึ้นทำให้ช่วงของสิ่งเร้าที่คนใช้ได้แคบลง ทฤษฎีนี้ผ่านการตรวจโดยผู้รู้เสมอกันและอยู่ในตำรามาหกสิบปี
แต่ที่ต้องพูดให้ครบคือสถานะปัจจุบันของมัน การค้นคว้ารอบนี้พบร่องรอยของงานรวบรวมเชิงสถิติที่ทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างความวิตกกังวลกับการควบคุมความสนใจ และ เปิดอ่านตัวบทความไม่ได้ เพราะอยู่หลังกำแพงค่าสมาชิก เล่มนี้จึงไม่พิมพ์ผลของมัน สิ่งที่พูดได้อย่างซื่อสัตย์คือ ทฤษฎีของ Easterbrook มีอยู่จริงและถูกอ้างอย่างกว้างขวาง ส่วนคำถามว่ามันยืนแค่ไหนภายใต้วิธีวัดสมัยใหม่ เล่มนี้ตอบไม่ได้ในรอบนี้ และบันทึกไว้ว่าตอบไม่ได้ แทนที่จะเดาไปข้างใดข้างหนึ่ง
รวมแล้ว หลักสี่ข้อของ Wiseman อยู่ในสถานะ "น่าเชื่อ ยังไม่ถูกทดสอบ" ไม่ใช่ "พิสูจน์แล้ว" และนั่นไม่ใช่สถานะที่น่าอาย มันเป็นสถานะปกติของความคิดที่ดีจำนวนมาก ปัญหาเกิดตอนที่มันถูกย้ายกล่องเงียบๆ ระหว่างทาง
ทำไมมันถึงย้ายกล่องได้
กลไกไม่ได้เกี่ยวกับความไม่ซื่อสัตย์ของใคร มันเกี่ยวกับความเร็ว
ข้อค้นพบที่เล่าสนุกเดินทางเร็วกว่าการตรวจสอบเสมอ เพราะการเล่าใช้เวลาสามสิบวินาที ส่วนการทำซ้ำใช้เวลาสามปีและไม่มีใครอยากอ่าน ยิ่งไปกว่านั้น การทำซ้ำที่ล้มเหลวไม่มีเรื่องเล่า มันไม่มีลูกกอล์ฟนำโชค ไม่มีหนังสือพิมพ์ที่มีข้อความซ่อน มันมีแค่ประโยคว่า "เราลองแล้วไม่เจออะไร" ซึ่งไม่มีใครส่งต่อ
เมื่อของที่เดินทางเร็วคือเรื่องเล่า และของที่เดินทางช้าคือการตรวจสอบ สิ่งที่คุณเจอตอนพิมพ์คำค้นจึงมีอคติในตัวมันเองเสมอ ไม่ใช่เพราะมีใครโกหก แต่เพราะคุณกำลังมองกองที่ถูกคัดมาแล้ว — ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่บทที่ 4 พูดถึง คนละสนาม
ท่าที่ตามมาจากบทนี้จึงไม่ใช่การเลิกเชื่ออะไรทั้งนั้น มันคือการมีสองกล่อง กล่องหนึ่งใส่ของที่วัดแล้ว อีกกล่องใส่ของที่ฟังดูดีและยังไม่มีใครวัด ของในกล่องที่สองใช้ได้ ลองได้ เอาไปปรับพฤติกรรมได้ตามสบาย แต่ถ้าวันหนึ่งมันไม่ได้ผลกับคุณ คุณจะได้รู้ว่านั่นเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความบกพร่องของคุณ
ท่าที่เอาไปใช้ได้: เวลาเจอข้ออ้างที่มีคำว่า "งานวิจัยพบว่า" ให้หาสามอย่างก่อนเชื่อ — ตีพิมพ์ที่ไหน มีคนกี่คน และมีใครทำซ้ำได้หรือยัง ถ้าหาไม่เจอทั้งสามอย่างภายในห้านาที ให้ย้ายข้ออ้างนั้นไปกล่องที่สอง
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีบทความในวารสารที่ตรวจโดยผู้รู้เสมอกัน รายงานผลของหลักสี่ข้อหรือของ Luck School พร้อมจำนวนผู้เข้าร่วมและขนาดของผล ถ้ามีบทความแบบนั้นอยู่และการค้นคว้ารอบนี้หาไม่เจอ บทนี้ผิด และควรถูกแก้ทั้งบท
แหล่ง: Wiseman, The Luck Factor, Skeptical Inquirer 27(3), 2003 — ตัวบทเต็ม · บัญชีผลงานวิชาการที่ผู้เขียนดูแลเอง — richardwiseman.wordpress.com · Damisch และคณะ 2010 กับสถานะปัจจุบันของมัน — The Myth of the Lucky Golf Ball Lives On, Alas (2021) · Not Replicable but Citable · บทความประชาสัมพันธ์ที่ยังเล่าผลเดิม · Darke & Freedman, Belief in Good Luck Scale, 1997 — ฉบับ PDF · Harris, Milfont & Hornsey, ความเชื่อเรื่องโชคและลางสังหรณ์ทั่วโลก, 2022 — ฉบับ PDF
บทถัดไป · 11 / 1310 · ความเสียดายที่ปิดประตูบานที่สอง