ตาที่สอง · 60 ตาแรกเป็นของไพ่
ชื่อล่างสุดบนกระดานคืนนั้นคือครูแอ๋ว
เธอเขียนยอดชิปของตัวเองด้วยลายมือตัวบรรจง ปิดฝาปากกา หยิบกระเป๋า แล้วเดินลงบันไดตอนสี่ทุ่มตรง ไม่มีใครเห็นเธอหันกลับมามองกระดานอีก
วันแรกที่ฉันมาถึงร้าน ต้นบอกฉันว่าคนที่เล่นเก่งที่สุดในร้านคือครูแอ๋ว คืนนั้นคนที่เก่งที่สุดอยู่ล่างสุด และคนที่ตามแทบทุกตาอยู่บนสุด ฉันตรวจตัวเลขซ้ำ ไม่มีอะไรผิด
รอบสั้น โชคเสียงดังกว่าฝีมือ
๏
คืนนั้นโต๊ะของฉันมีการเปิดไพ่ 19 ครั้ง ลุงชัยอยู่ใน 17 ครั้ง และใน 17 ครั้งนั้น ไพ่ใบสุดท้ายช่วยลุงไว้ 9 ครั้ง ถ้าต้องบรรยายคืนนั้นด้วยประโยคเดียว ฉันจะบอกว่าไพ่เข้าข้างลุงอยู่บ้าง
ลุงหัวเราะทุกครั้งที่ชนะ และหัวเราะเกือบทุกครั้งที่แพ้ ฉันยังไม่มีข้อมูลพอจะแยกสองเสียงนั้นออกจากกัน
ส่วนครูแอ๋ว ฉันไม่รู้ว่าคืนนั้นเธอได้ไพ่อะไร โต๊ะที่สองไม่มีเครื่อง และเธอชอบให้มันเป็นแบบนั้น ฉันรู้แค่ตัวเลขบนกระดาน และตัวเลขบอกว่าคืนนั้นไม่ใช่คืนที่ดีที่สุดของเธอ
๏
ถ้าอยากรู้ว่าฝีมือทำอะไรได้ในเวลาสั้นๆ ต้องทำให้ไพ่ยุติธรรมกับทุกคนเท่ากันก่อน มีทีมนักวิจัยด้านการพนันทีมหนึ่งทำแบบนั้นจริง และตีพิมพ์ผลในปี 2013
พวกเขาจัดโต๊ะหกที่บนคอมพิวเตอร์ ให้ผู้เล่นฝีมือดีสามคนนั่งกับผู้เล่นระดับธรรมดาสามคน เล่นเท็กซัสโฮลเด็มด้วยเงินจริง 60 ตา แล้วกำหนดการแจกไพ่ไว้ล่วงหน้าให้เป็นแบบมาตรฐาน ยุติธรรมในที่นี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนได้ไพ่ดี แปลว่าไพ่ดีกับไพ่แย่ถูกแบ่งให้สองกลุ่มเท่าๆ กัน โชคของสองกลุ่มจึงถูกคุมให้เท่ากัน
ผลคือผู้เล่นฝีมือดีไม่ได้จบด้วยเงินมากกว่าผู้เล่นระดับธรรมดา ผู้วิจัยเขียนว่าสิ่งที่ตัดสินคือไพ่ที่แจก ผลออกมาแบบเดียวกันทั้งเกมที่จำกัดขนาดการลงและเกมที่ไม่จำกัด สิ่งที่ฝีมือทำได้ใน 60 ตานั้น คือเสียน้อยกว่าเมื่อได้ไพ่แย่
สังเกตว่ากลุ่มที่ถูกเทียบไม่ใช่มือใหม่ เป็นผู้เล่นที่ผู้วิจัยจัดว่าอยู่ระดับธรรมดา และ 60 ตาก็สั้นกว่าคืนเดียวที่โต๊ะของฉันเสียอีก คืนแรกของคิว โต๊ะนี้แจกไป 71 ตา
ฉันลองคิดตามด้วยแบบจำลองง่ายๆ สมมติว่าคนหนึ่งเก่งกว่าทั้งโต๊ะ พอจะได้ชิปเพิ่มเฉลี่ย 5 BB ทุก 100 ตา และผลของแต่ละ 100 ตาแกว่งห่างจากค่าเฉลี่ยนั้นราว 100 BB ขนาดของความแกว่งแบบนี้เรียกว่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) ใน 60 ตา คนคนนั้นมีโอกาสจบติดลบ 48.46%
ตัวเลขสองตัวที่ใส่เข้าไปเป็นเลขกลมที่ฉันตั้งเอง ไม่ใช่การวัด ความแกว่งที่ฉันหาเจอว่ามีคนพิมพ์ไว้มีตัวเดียว คือ 90 สำหรับโต๊ะหกคน จากหน้าคำนวณของเว็บสอนโป๊กเกอร์แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ได้บอกว่าได้ตัวเลขมาจากไหน และทศนิยมสองตำแหน่งข้างบนก็ละเอียดเกินกว่าแบบจำลองหยาบๆ ที่ใช้กับ 60 ตาจะรับไหว
ที่พูดได้จริงคือ คนที่เก่งที่สุดในโต๊ะแพ้คืนแบบนี้ได้เกือบครึ่งหนึ่งของทุกคืน จะตั้งความแกว่งไว้ 100 หรือ 90 ก็ได้คำตอบนี้ และไม่มีอะไรผิดปกติในตัวเลขนั้น
๏
งานอีกชิ้นมองจากอีกฝั่ง ทีมหนึ่งดูทัวร์นาเมนต์ 81 รายการที่ค่าสมัครตั้งแต่ 3,000 ดอลลาร์ขึ้นไป ช่วงปี 2001 ถึง 2005 แล้วเก็บผลของผู้เล่น 899 คนที่เคยเข้าไปถึง 18 คนสุดท้ายอย่างน้อยหนึ่งรายการ แล้วถามว่าผลครั้งก่อนทำนายผลครั้งต่อไปได้ไหม
ได้ และได้พอๆ กับในกอล์ฟ กีฬาที่ไม่มีใครแจกไพ่ให้ใคร
แต่พอดูขนาด ในโป๊กเกอร์ ถ้าเอาความต่างของอันดับที่แต่ละคนจบมาดูทั้งหมด ผลครั้งก่อนอธิบายได้แค่ 0.1% ถึง 2.8% ที่เหลือมาจากอย่างอื่น ฝีมืออยู่ในนั้นจริง มันแค่ถูกเสียงอื่นกลบไปเกือบหมด
๏
พฤหัสถัดมา ครูแอ๋วมาถึงตอนหนึ่งทุ่มตรง นั่งที่โต๊ะที่สอง สับเจ็ดรอบ นับเบาๆ เหมือนทุกครั้ง เธอไม่พูดถึงกระดานของสัปดาห์ก่อน และไม่มีใครถาม
คิวถามฉันแทน ตอนที่ไฟติด
“ถ้า 60 ตาไม่พอ ต้องกี่ตา ถึงจะรู้ว่าใครเก่งจริง”
ฉันบอกเธอว่าฉันยังไม่รู้ แต่ฉันรู้วิธีหา
ร้านปิดไฟตอนห้าทุ่ม แต่ฉันไม่ได้ปิด
บทถัดไป · 4 / 10ตาที่สาม · คิว 20 คนที่เก่งเท่ากัน