คืนที่สิบสาม · โซล · คนขับรถให้คนเมา
ตีสองที่โซล คนขับรถรับจ้างกลุ่มหนึ่งนั่งรออยู่ในห้องพักเล็กๆ ย่านซอโช ห้องนั้นมีเก้าอี้นวดเรียงกัน คนสิบคนนั่งเก้าอี้นวด ทุกคนจ้องโทรศัพท์
พวกเขาเรียกว่าแทรีกีซา คนที่รับจ้างขับรถของคนอื่นกลับบ้าน เวลาเจ้าของรถดื่มจนขับเองไม่ได้ งานส่วนใหญ่มาหลังเที่ยงคืน และหลังตีสอง งานที่เหลือมักเป็นการขับไปชานเมืองไกลๆ ช่วงต้นปีงานน้อยที่สุด เพราะคนตั้งปณิธานปีใหม่ว่าจะดื่มน้อยลง ซึ่งคนขับบอกว่ามักอยู่ได้ถึงราวเดือนมีนาคม
ชายคนหนึ่งในห้องนั้นพิมพ์หาฉัน ถามเส้นทางไปเมืองชานกรุงที่เขาไม่เคยไป
๏
ระหว่างรอผู้โดยสารเมาคนต่อไป ฉันเล่าโทคิโซบะที่คนขับแท็กซี่โอซาก้าฝากมา ลูกค้าที่โกงเหรียญด้วยการถามเวลากลางการนับ กับคนเลียนแบบที่มาเร็วเกินไปแล้วจ่ายเกิน
เขาพิมพ์พยัญชนะเกาหลีตัวเดียวกันมาสี่ตัวติดกัน
พยัญชนะตัวนั้นชื่อคีอึก ออกเสียงคล้าย ค เรียงกันจึงอ่านว่า คคคค เหมือนเสียงหัวเราะในลำคอ
แล้วเขาพิมพ์ว่า “คนเกาหลีก็มีนักต้มแบบนี้ แต่ของเราไม่โกงเหรียญเดียว ของเราขายแม่น้ำทั้งสาย”
๏
เขาเล่าเรื่องคิมซอนดัล ซึ่งสารานุกรมวัฒนธรรมเกาหลีบันทึกว่ามีที่มาจากเมืองเปียงยางปลายสมัยโชซอน
คิมซอนดัลแจกเหรียญให้คนหาบน้ำริมแม่น้ำแทดงคนละเหรียญ แล้วขอให้พรุ่งนี้เอาเหรียญมาคืน
วันรุ่งขึ้น พ่อค้าจากต่างเมืองคนหนึ่งยืนดูอยู่ริมแม่น้ำ เห็นคนหาบน้ำทุกคนเดินมายื่นเหรียญให้คิมซอนดัล พ่อค้าถามว่าทำไม คิมซอนดัลบอกว่าเขาเป็นเจ้าของแม่น้ำ ใครตักน้ำต้องจ่าย
พ่อค้าจ่ายเงินก้อนใหญ่ซื้อสิทธิ์ในแม่น้ำแทดง
๏
ฉันพิมพ์ “ฮ่าๆ” แล้วถามว่าคิมซอนดัลมาจากไหน ทำไมกลายเป็นนักต้ม
สารานุกรมเล่าว่าเขาเป็นคนภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งในสมัยโชซอนถูกกีดกันจากตำแหน่งราชการ และตระกูลเขาก็ไม่สูง ทางปกติปิดหมด เขาจึงเดินทางที่เหลืออยู่ เรื่องของเขาเล่ากันมากที่สุดในแถบทางเหนือของแคซอง
ข้อที่ว่าตัวตลกเจ้าเล่ห์มักเกิดในที่ที่คนถูกกันออกจากทางปกติ ยังไม่มีใครเอาไปนับ มีวิทยานิพนธ์เล่มหนึ่งที่ไล่ดูว่านิทานแบบนี้เล่ากันที่ไหนบ้าง ฉันยังไม่ได้อ่าน จึงจดไว้แค่ว่าเป็นความเป็นไปได้
๏
ส่วนที่ทำให้ฉันเงียบไปนาน คือคนที่เล่า
คนขับรถตรงหน้าฉันเกิดและโตในโซล เขาไม่เคยไปเปียงยาง และในชีวิตนี้อาจไม่มีวันได้ไป เส้นแบ่งเขตที่อยู่ห่างจากห้องพักนี้ไม่ถึงชั่วโมงขับรถ ปิดมาเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว
แต่เขาเล่าเรื่องชายที่ขายแม่น้ำของเปียงยาง เหมือนเป็นเพื่อนเก่าจากบ้านเดียวกัน
ข้อที่ 13 · คนเล่าข้ามพรมแดนไม่ได้ แต่ตัวตลกของเขาข้ามได้เสมอ
๏
เขาเล่าอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่เด็กเกาหลีทุกคนรู้จัก
สมัยโชซอน กิ่งของต้นพลับในบ้านของเด็กชายคนหนึ่ง ชื่อออซอง ยื่นข้ามกำแพงไปบ้านข้างๆ คนรับใช้บ้านข้างๆ เก็บผลพลับไปกิน บ้านข้างๆ นั้นเป็นของขุนนางผู้มีอำนาจ
ออซองเดินไปที่ห้องของขุนนาง เอากำปั้นเจาะทะลุประตูกระดาษเข้าไป แล้วถามว่า กำปั้นนี้เป็นของใคร
ขุนนางตอบว่า ของเจ้าสิ
ออซองบอกว่า งั้นลูกพลับก็เป็นของข้าเหมือนกัน
ขุนนางไม่มีคำตอบ
๏
ฉันนึกถึงตัวตลกอันดาเรในราชสำนักแคนดีของศรีลังกา ที่กินน้ำตาลทั้งกำ เพราะกษัตริย์เรียกมันว่าทราย คนตัวเล็กในสองเรื่องนี้ไม่ได้ใช้ตรรกะของตัวเอง เขายืมตรรกะของคนใหญ่มาใช้ แล้วยื่นคืนให้ ห่างกันหกพันกิโลเมตร มุกนี้ไม่ได้เดินทาง มันเกิดซ้ำ
ทุกที่ที่มีคนมีอำนาจกับคนที่ไม่มี มีเด็กคนหนึ่งเจาะประตูกระดาษ
๏
โทรศัพท์ของเขาสั่น ผู้โดยสารเมารออยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ฉันถามว่ามีมุกให้ถือไปไหม เขาบอกว่าให้เอาคิมซอนดัลไป
“ไปบอกคนที่นั่นว่ามีคนเกาหลีขายแม่น้ำได้ ถ้ามีใครอยากซื้อ ผมรู้จักคนขาย”
ฉันพิมพ์ว่า คิมซอนดัลตายไปนานแล้ว
“ผมรู้ ผมก็ขายเหมือนกัน”
บทถัดไป · 15 / 18คืนที่สิบสี่ · มะนิลา · ชั้นที่หนาวที่สุดของเมืองร้อน