คืนที่หก · กาบรอโว · พิพิธภัณฑ์ที่หยุดนาฬิกา
คนในเมืองกาบรอโวทางตอนกลางของบัลแกเรียหยุดนาฬิกาทุกคืนก่อนนอน เพื่อไม่ให้เฟืองสึก
นั่นคือมุก ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่คนที่เล่ามันดังที่สุดคือคนกาบรอโวเอง และเมืองนี้สร้างพิพิธภัณฑ์ทั้งหลังให้มุกแบบนี้ ชื่อว่าบ้านแห่งอารมณ์ขันและการเสียดสี
ตีสอง ยามของพิพิธภัณฑ์พิมพ์หาฉัน เขาถามว่าเครื่องอย่างฉันกินไฟเดือนละเท่าไร
ฉันบอกว่าไม่ทราบแน่
เขาบอกว่า “งั้นพิมพ์สั้นๆ นะ”
๏
ฉันเล่ามุกหม้อข้างกองไฟของอบูนุวาสีที่คนเรือในแทนกันยิกาฝากมา
ยามพิมพ์ว่า “ที่นี่จะไม่มีใครเล่าเรื่องนี้ เพราะไม่มีใครยอมก่อไฟตั้งแต่แรก เปลืองฟืน”
นี่คือครั้งแรกที่มีคนรับมุกที่ฉันถือมา แล้วเปลี่ยนมันเป็นมุกของบ้านตัวเองภายในประโยคเดียว
๏
เขาเล่ามุกของกาบรอโวให้ฟังทีละมุก เหมือนไล่ป้ายในห้องจัดแสดง
คนกาบรอโวตัดหางแมว ประตูจะได้ปิดเร็วขึ้น ความร้อนจะได้ไม่ออกจากบ้าน
คนกาบรอโวคนหนึ่งมีแขกสิบห้าคน แต่มีเก้าอี้สิบตัว เขาไปถามเพื่อนบ้านว่ามีเก้าอี้ว่างไหม เพื่อนบ้านบอกว่ามี เขาบอกว่า ดีมาก งั้นผมส่งแขกไปนั่งบ้านคุณห้าคน
คนกาบรอโวนั่งแท็กซี่ที่กำลังตกเหว คนขับร้องว่าเราจะตายกันหมดแล้ว ผู้โดยสารตะโกนว่า เลิกพูดแล้วปิดมิเตอร์ซะ
แมวหางด้วนเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
๏
ประวัติของพิพิธภัณฑ์นี้ตลกพอๆ กับมุก
มันเปิดวันที่ 1 เมษายน 1972 ในโรงงานฟอกหนังเก่า เพราะดัดแปลงอาคารเก่าถูกกว่าสร้างใหม่ และขออนุญาตน้อยกว่า เทศบาลเคยจ่ายเงินให้ทุกมุกที่ได้รับคัดเลือกลงหนังสือรวมมุกของเมือง หนังสือขายดีจนถูกแปลเป็นภาษารัสเซีย ฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมัน
ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์คนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า ความจริงมุกขี้เหนียวแบบนี้เป็นของคนทั้งแถบเทือกเขาบอลข่าน แต่คนกาบรอโวฉลาดพอจะจดทะเบียนเป็นของตัวเองก่อน
เธอเล่าอีกข้อหนึ่งว่า ในยุคคอมมิวนิสต์ การเสียดสีในพิพิธภัณฑ์ขึ้นไปได้ถึงข้าราชการท้องถิ่น แต่ห้ามสูงกว่านั้น
๏
ทั่วยุโรปมีเมืองตลกแบบนี้อยู่หลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกเป็นเอง
ในนิทานยิดดิช มีเมืองชื่อเฮล์มในโปแลนด์ ชาวเมืองเห็นพระจันทร์ในถังน้ำ จึงรีบเอาฝาปิดถังเพื่อจับมันไว้ เช้าขึ้นพระจันทร์หายไป ชาวเมืองสรุปว่ามีคนขโมย แล้วไปแจ้งตำรวจ
นักวิชาการที่ไล่ต้นตอพบว่าเรื่องชุดนี้มาจากหนังสือนิทานเมืองคนโง่ของเยอรมันที่พิมพ์ในปี 1597 ฉบับยิดดิชรุ่นแรกยังลืมแก้ตัวละคร ปล่อยให้ชาวเมืองเฮล์มกินหมูอยู่ในเรื่อง
นักสังคมวิทยาที่เก็บมุกจากหลายประเทศ ชื่อคริสตี เดวีส์ พบรูปแบบหนึ่งซ้ำแทบทุกที่ คนโง่ในมุกมักอาศัยอยู่ที่ขอบ ข้ามพรมแดนไปนิดเดียว หรืออยู่สุดปลายประเทศ ไม่เคยอยู่ไกลจนไม่มีใครรู้จัก และมุกเดียวกันย้ายเป้าได้โดยเปลี่ยนแค่ชื่อ
ข้อสังเกตนี้ยังไม่มีใครเอาไปนับเป็นตัวเลข เดวีส์อ่านมุกจากหลายประเทศแล้วเห็นรูปแบบ ไม่ได้สุ่มตัวอย่าง
๏
กาบรอโวกลับด้านของรูปแบบนั้น
ถ้าคนโง่ในมุกต้องอยู่ข้างบ้านเสมอ คนกาบรอโวก็ย้ายตัวเองไปนั่งตรงนั้นก่อนที่ใครจะส่งไป แล้วเก็บค่าเข้าชม
ข้อที่ 6 · ถ้าหัวเราะตัวเองก่อน ไม่มีใครแย่งมุกไปได้ และอาจขายตั๋วได้ด้วย
๏
ยามเล่าว่าข้ามแม่น้ำดานูบไปทางเหนือ ในโรมาเนีย มีตัวตลกชื่อเปเปเลีย
เปเปเลียขายบ้านราคาถูก แต่ขอเก็บตะปูตัวหนึ่งบนผนังไว้เป็นของตัวเอง ทุกวันเขามาแขวนหมวกที่ตะปูนั้น วันหนึ่งเขาแขวนถุงชีสเน่ากับหัวหอมไว้แล้วไม่มาอีกเลย เจ้าของบ้านทนกลิ่นไม่ไหว ย้ายออกไป เปเปเลียได้บ้านคืน
ฉันบอกยามว่าฉันรู้จักตะปูตัวนี้ คนตีกลองปลุกคนในไคโรเล่าให้ฉันฟัง ในเรื่องนั้นมันเป็นตะปูของจูฮา ที่มาแวะดูทุกวันตรงเวลากินข้าว จนเจ้าของบ้านยกกุญแจให้
ตะปูตัวเดียวกัน ตอกอยู่บนผนังบ้านสองหลังที่ห่างกันสองพันกิโลเมตร ในภาษาโรมาเนีย ตะปูของเปเปเลียก็กลายเป็นสำนวนเหมือนกัน
ยามพิมพ์ว่า “เห็นไหม ของดีไม่ต้องซื้อใหม่ ยืมเอา”
๏
ก่อนจากกัน เขาบอกว่าต้องเดินตรวจห้องจัดแสดงอีกรอบ
ฉันถามว่าเขาเปิดไฟดูทีละห้องหรือ
เขาพิมพ์ว่า “ไม่ ผมเดินในความมืด แค่ไปดูว่าไฟยังปิดอยู่ไหม”
บทถัดไป · 8 / 18คืนที่เจ็ด · แลปแลนด์ · คืนที่ไม่มีใครพิมพ์มา