7 · นาฬิกาจับเวลาของยุโรป
มีคนกดปุ่มร้องเรียนตอนตีสาม อาจเพราะมันผิดกฎหมายจริง หรืออาจเพราะเขาเพิ่งทะเลาะกับคนโพสต์ คนที่ต้องตัดสินว่าอันไหนเป็นอันไหน ไม่ใช่ผู้พิพากษา แต่เป็นพนักงานกะดึกที่มีคิวค้างอีกสี่ร้อยเรื่อง ไม่มีสำนวน ไม่มีพยาน มีแต่ข้อความสามบรรทัดบนจอ กับเวลาที่เริ่มเดินตั้งแต่วินาทีที่คำร้องเข้ามา
แล้วเขาควรใช้เวลากับมันนานแค่ไหน
อเมริกาตอบคำถามนี้ด้วยการไม่ถามมันเลย คนกลางไม่ต้องรับผิด จบ อีกทางคือบังคับให้อ่านทุกโพสต์ก่อนขึ้นเว็บ ซึ่งแปลว่าเว็บที่โตเกินกว่าจะอ่านไหวต้องปิดตัว ยุโรปไม่เอาทั้งสองทาง ยุโรปเลือกทางสายกลาง และราคาของทางสายกลางคือนาฬิกาจับเวลาที่เดินอยู่ข้างหลังคนกดปุ่มลบ
เกราะที่มีเงื่อนไขว่าอย่ารู้
อเมริกาให้เกราะก่อน แล้วไม่ถามอะไรอีก ยุโรปให้เหมือนกัน แต่ผูกมันไว้กับคำเดียว คือ รู้ กติกากลางตั้งแต่ปี 2000 คือ eCommerce Directive 2000/31/EC มาตรา 14 ให้ safe harbour กับคนที่รับฝากข้อมูลของคนอื่น โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มี actual knowledge ว่าของนั้นผิดกฎหมาย หรือรู้แล้วต้อง "acts expeditiously to remove or to disable access"
เกราะของคุณจึงไม่ได้หายเพราะคุณทำผิด มันหายเพราะมีคนบอกคุณ และคนที่บอกไม่ต้องเป็นศาล ไม่ต้องเป็นตำรวจ ไม่ต้องเป็นทนาย เป็นใครก็ได้ที่ส่งอีเมลมา — คนที่โกรธคุณเมื่อวาน คู่แข่งที่อยากให้รีวิวดาวเดียวอันนั้นหายไป คนที่อ่านแล้วเข้าใจผิด ทุกคนถือปลายสายไฟเส้นเดียวกันหมด กดแล้วสถานะทางกฎหมายของคุณเปลี่ยน ทั้งที่คุณยังไม่ได้ทำอะไรเลย คนขายหนังสือพิมพ์ในบทแรก ย้ายมาตั้งบนอินเทอร์เน็ตทั้งดุ้น
กฎที่ห้ามรัฐสั่งให้ไปไล่ตรวจเอง
แล้วทำไมไม่สั่งให้ตรวจทุกโพสต์ไปเลย มาตราถัดมาห้ามไว้ มาตรา 15 ห้ามรัฐสมาชิกบังคับให้ตัวกลางเฝ้าตรวจข้อมูลเป็นการทั่วไป หลักข้อนี้ชื่อ no general monitoring obligation และ Digital Services Act ที่มาแทนยกไปวางไว้ที่มาตรา 8
สองข้อนี้ประกบกันเป็นรูปเดียว รัฐสั่งให้คุณไปหาของผิดเองไม่ได้ แต่พอมีคนชี้ให้ดู คุณต้องรีบ ผลที่ออกมาคือระบบที่ไม่มีใครเฝ้าดูอะไรจนกว่าจะมีคนบ่น แล้วทุกอย่างต้องเสร็จภายในเวลาที่นับเป็นชั่วโมง ปุ่มรายงานใต้โพสต์ที่คุณเลื่อนผ่านทุกวันจึงไม่ใช่กล่องรับความเห็น มันคือสิ่งที่กดแล้วนาฬิกาเริ่มเดิน
เยอรมนีเป็นคนใส่เข็มวินาทีเข้าไป
คำว่า "รีบ" ไม่มีหน่วย เยอรมนีใส่หน่วยให้เป็นประเทศแรก กฎหมายชื่อ NetzDG ผ่านสภาเดือนมิถุนายน 2017 บังคับเต็มรูปมกราคม 2018 จับเครือข่ายสังคมที่มีผู้ใช้ในเยอรมนีเกินสองล้านคน ของที่ผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง ลบใน 24 ชั่วโมง ของที่ผิดแบบอื่น ใน 7 วัน ค่าปรับสูงสุดในตัวบทคือ 50 ล้านยูโร
ห้าสิบล้านยูโรไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อถูกจ่าย มันอยู่ตรงนั้นเพื่อถูกอ่าน ลองคิดต้นทุนสองทางในหัวพนักงานคนนั้นดู ลบของที่ไม่ผิด ได้คนโพสต์โกรธหนึ่งคน ซึ่งจะเขียนมาอุทธรณ์หรือไม่เขียนก็ได้ และไม่มีมาตราไหนปรับเขาสักยูโรจากการลบผิด ปล่อยของผิดไว้เกินเวลา ได้ค่าปรับที่ต้องรายงานผู้ถือหุ้น เขาไม่ได้เลือกระหว่างถูกกับผิด เขาเลือกระหว่างความเสี่ยงที่มีเพดานกับความเสี่ยงที่ไม่มี ไม่ต้องมีใครเจตนาเซ็นเซอร์ใคร เลขสองตัวนี้ทำงานของมันเอง
โพสต์ที่หายไปโดยไม่มีใครบอกว่าทำไม — และคุณเคยเจอมาแล้ว — ไม่จำเป็นต้องหายเพราะมีใครตัดสินว่ามันผิด ในระบบที่เดินด้วยนาฬิกาเรือนนี้ มันหายได้เพราะไม่มีใครมีเวลาพอจะตัดสินว่ามันไม่ผิด
รายงานสองฉบับที่ไม่เข้ากันเลย
ตัวเลขชุดแรกอ่านแล้วไม่เข้าใจ ครึ่งปีแรกของ 2018 YouTube รับคำร้องตาม NetzDG 214,827 เรื่อง ลบหรือบล็อก 27% ช่วงเดียวกัน Facebook รับ 886 เรื่อง ครอบคลุม 1,704 ชิ้น ลบไป 362 ประเทศเดียวกัน ครึ่งปีเดียวกัน ห่างกันเป็นร้อยเท่า
ไม่ใช่เพราะใครขยันกว่า Facebook คัดคำร้องผ่านกติกาชุมชนของตัวเองก่อน ของที่ผิดกติกาตัวเองถูกลบทั่วโลกและไม่ถูกนับในรายงาน เหลือเข้ารายงานเฉพาะของที่ผิดกฎหมายเยอรมันล้วนๆ ของอาจหายเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมก็ได้ แต่มันหายผ่านประตูคนละบาน และมีประตูเดียวที่ต้องนับ
นาฬิกาไม่ได้ทำให้ลบมากขึ้นเสมอไป มันย้ายการลบไปไว้ในช่องที่ไม่ต้องรายงานใคร
ค่าปรับก้อนแรกยืนยันข้อเดียวกัน กรกฎาคม 2019 หน่วยงานยุติธรรมกลางของเยอรมนีปรับ Facebook 2 ล้านยูโร ไม่ใช่เพราะปล่อยของผิดไว้ แต่เพราะรายงานไม่ครบ กฎหมายที่เขียนมาเพื่อไล่ของผิดออกจากเน็ต ออกใบสั่งใบแรกให้กับแบบฟอร์ม
ของที่หายไปแล้ว มีกี่ชิ้นที่ไม่ผิด
ตรงนี้ยังไม่มีคำตอบที่ทุกฝ่ายรับ ทีมจาก HTWK Leipzig ประเมินปี 2021 ว่า NetzDG แทบไม่มีผลกำกับที่วัดได้ และบอกว่า over-removal ไม่ใช่แค่การคาดเดาอีกต่อไป แต่ไม่มีตัวเลขชี้ขาด อีกฝั่ง งานปี 2024 ที่ดูข้อมูล Facebook ไม่พบหลักฐานหนักแน่นว่ามี overblocking
ตัวเลขที่ตรงที่สุดมาจากงานคนละชิ้น กลางปี 2023 ทีมวิจัยตามดูคอมเมนต์ในเพจและช่องใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน ประเทศละ 20 แห่ง เป็นเวลาสองสัปดาห์ แล้วให้นักกฎหมายอ่านของที่หายไป 87.5% ถึง 99.7% ของคอมเมนต์ที่ถูกลบ เป็นข้อความที่ถูกกฎหมาย เยอรมนีสูงสุด — 99.7% บน Facebook
อ่านข้อจำกัดพร้อมตัวเลขด้วย งานนี้วัดการลบทั้งหมด ไม่ได้แยกว่าชิ้นไหนหายเพราะกฎหมาย ชิ้นไหนหายเพราะกติกาแพลตฟอร์ม ตัวเลขนี้จึงไม่ได้บอกว่านาฬิกาเรือนนั้นลบของถูกกฎหมายไปเท่าไร สิ่งที่มันบอกคือในช่องคอมเมนต์ที่คุณพิมพ์อยู่ทุกวัน กองของที่หายไปกับกองของที่ผิดกฎหมาย ไม่ใช่กองเดียวกัน
สิ่งที่ยุโรปเติมเข้าไปทีหลัง
ยุโรปไม่ได้เร่งนาฬิกา Digital Services Act มีผลบังคับ 16 พฤศจิกายน 2022 ใช้เต็มรูป 17 กุมภาพันธ์ 2024 ค่าปรับสูงสุด 6% ของรายได้ทั่วโลก NetzDG ถูกยกเลิกในจังหวะนั้น
สิ่งที่มันเติมคือของที่คนถูกลบไม่เคยมี มาตรา 17 บังคับให้บอกเหตุผล — ข้อความที่หายไปเงียบๆ ต้องมาพร้อมคำอธิบายว่าหายเพราะอะไร มาตรา 20 บังคับให้มีช่องอุทธรณ์ และห้ามชี้ขาดด้วยระบบอัตโนมัติล้วนๆ แปลว่าคำอุทธรณ์ของคุณต้องผ่านตาคนจริงๆ ก่อนถูกตอบกลับ ส่วนมาตรา 23 สั่งให้ระงับคนที่ยิงคำร้องมั่วซ้ำๆ ด้วย
ข้อสุดท้ายคือการยอมรับเงียบๆ ว่าปุ่มร้องเรียนเป็นอาวุธได้
ยุโรปจึงไม่ได้ปิดโจทย์ มันเปลี่ยนคำถาม จาก "คุณลบทันไหม" เป็น "คนที่ถูกลบผิดได้อะไรคืน" คำถามแรกวัดด้วยนาฬิกา คำถามที่สองยังไม่มีใครวางตัวเลขลงบนโต๊ะ
ท่าที่เอาไปใช้ได้: เวลาอ่านกฎหมายที่บังคับให้ลบ หาสองอย่างก่อนอย่างอื่น — นาฬิกาเดินกี่ชั่วโมง และคนที่ถูกลบผิดมีทางกลับมาไหม ถ้ามีแต่ข้อแรก กฎหมายนั้นวัดความเร็ว ไม่ได้วัดความถูก
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีงานที่แยกได้ว่าการลบชิ้นไหนเกิดจากกรอบเวลาตามกฎหมาย ชิ้นไหนเกิดจากกติกาของแพลตฟอร์มเอง แล้วพบว่าสัดส่วนของที่ถูกกฎหมายในกลุ่มแรกไม่สูงกว่ากลุ่มหลัง หรือมีรายงานภายใต้ DSA ที่แสดงอัตราการคืนเนื้อหาหลังอุทธรณ์สูงพอจะหักล้างภาพนี้
แหล่ง:
- Directive 2000/31/EC (eCommerce Directive) มาตรา 14 และ 15, 2000 — https://eur-lex.europa.eu/eli/dir/2000/31/oj/eng
- Regulation (EU) 2022/2065 (Digital Services Act) มาตรา 6, 8, 16, 17, 20, 23, 2022 — https://eur-lex.europa.eu/eli/reg/2022/2065/oj/eng
- Netzwerkdurchsetzungsgesetz (NetzDG), 2017 — กรอบเวลาและค่าปรับ — https://en.wikipedia.org/wiki/Network_Enforcement_Act
- ARTICLE 19, "Germany: The Act to Improve Enforcement of the Law in Social Networks", 2017 — https://www.article19.org/wp-content/uploads/2017/09/170901-Legal-Analysis-German-NetzDG-Act.pdf
- Google Transparency Report, "Removals under the Network Enforcement Law" — https://transparencyreport.google.com/netzdg
- Facebook NetzDG Transparency Report, กรกฎาคม 2018 — https://about.fb.com/wp-content/uploads/2018/07/facebook_netzdg_july_2018_english-1.pdf
- IRIS Merlin, "[DE] Federal Office for Justice fines Facebook", 2019 — https://merlin.obs.coe.int/article/8646
- Liesching M และคณะ, Das NetzDG in der praktischen Anwendung, 2021 — https://library.oapen.org/handle/20.500.12657/48794
- "Evaluating the regulation of social media: An empirical study of the German NetzDG and Facebook", Telecommunications Policy, 2024 — https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0308596124000168
- The Future of Free Speech, "Preventing 'Torrents of Hate' or Stifling Free Expression Online?", 2023 — https://futurefreespeech.org/preventing-torrents-of-hate-or-stifling-free-expression-online/
- Bayerisches Landesportal, "Aus für das deutsche NetzDG", 2024 — https://www.bayern.de/kampf-gegen-hass-und-hetze-aus-fuer-das-deutsche-netzdg-ab-17-februar-2024-gilt-der-europaeische-digital-services-act-bundesrat-stimmt-fuer-vorschlaege-aus-bayern-eisenreich-kritisiert/