8 · ลบก่อน ถามทีหลัง
อีเมลฉบับหนึ่งเข้ามาถึงคนดูแลเว็บบอร์ดตอนเย็นวันศุกร์ บอกว่ามีข้อความหนึ่งในเว็บของเขาผิดกฎหมาย เขาไม่ได้เขียนข้อความนั้น ไม่รู้จักคนเขียน และเว็บนั้นเขาทำเป็นงานอดิเรกมาสิบปี ไม่มีฝ่ายกฎหมาย ไม่มีใครให้โทรถาม และเย็นวันศุกร์ก็ไม่ใช่เวลาที่ทนายคนไหนรับสาย
ตั้งแต่วินาทีที่เขาอ่านจบ เขาไม่ใช่คนที่ไม่รู้อีกต่อไป
สิ่งที่รอเขาอยู่ในกฎหมายไทยไม่ใช่ค่าเสียหายที่คำนวณเป็นตัวเลขได้ และไม่ใช่ค่าปรับที่จ่ายแล้วจบอย่างนาฬิกาของยุโรปในบทก่อน มันคือโทษอาญาก้อนเดียวกับคนที่เขียนข้อความนั้นเอง เมื่อความเสี่ยงของการไม่ลบคือคุก ไม่ใช่ค่าเสียหาย สิ่งที่มีเหตุผลที่สุดสำหรับคนกลางคือลบทุกอย่างที่มีคนร้องเรียน
ตัวบทที่วางคนกลางไว้คนละด้าน
กฎหมายไทยไม่มีคำว่าเกราะอยู่ในนั้นเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง เขียนไว้ว่า
ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔
คำที่แบกน้ำหนักทั้งมาตราคือ รู้เห็นเป็นใจ และโทษที่ยกมาวางบนตัวกลางคือโทษก้อนเดียวกับคนโพสต์ ตามมาตรา 14 คือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวบทไม่ได้แยกว่าคนกลางคนนั้นเป็นบริษัทที่มีฝ่ายกฎหมายทั้งชั้น หรือเป็นคนคนเดียวที่เปิดเพจไว้คุยเรื่องกล้อง
เทียบกับบทที่ 4 แล้วภาพกลับด้านชัดมาก อเมริกาห้ามปฏิบัติต่อคุณเสมือนเป็นผู้พูด ไทยบอกว่าถ้าคุณรู้เห็นเป็นใจ คุณรับโทษเท่าผู้พูด
ประตูที่กฎหมายเปิดไว้ให้ และสิ่งที่ต้องเดินผ่าน
กฎหมายไม่ได้ปิดทางออกทั้งหมด วรรคสองสั่งให้รัฐมนตรีออกประกาศ กำหนดว่าต้องแจ้งเตือนอย่างไร ระงับอย่างไร และนำข้อมูลออกจากระบบอย่างไร วรรคสามบอกว่าผู้ให้บริการที่พิสูจน์ได้ว่าทำตามประกาศนั้น ไม่ต้องรับโทษ
ประตูบานนี้จึงเปิดด้วยการลบ ไม่ได้เปิดด้วยการชี้แจง ประกาศฉบับวันที่ 26 ตุลาคม 2565 ให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียลบข้อมูลที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. นี้ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังมีบุคคลทั่วไปร้องเรียน และตัดขั้นตอนการโต้แย้งออก ตามที่ iLaw สรุปไว้ สังเกตคำว่าบุคคลทั่วไปให้ดี คนที่เริ่มจับเวลาไม่ต้องเป็นผู้เสียหาย ไม่ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องยื่นอะไรต่อศาล เป็นใครก็ได้ที่กรอกฟอร์มเป็น
กรอบเวลาที่แยกตามประเภทความผิด ยืนยันไม่ได้ แหล่งที่ค้นเจอขัดกันเอง บางแหล่งบอกสามวัน บางแหล่งไล่เป็น 24 ชั่วโมง สามวัน เจ็ดวัน และไม่ตรงกันว่าเป็นของประกาศฉบับไหน เล่มนี้ไม่ได้เปิดราชกิจจานุเบกษาในรอบนี้ จึงไม่พิมพ์ตัวเลขที่ยังไม่ได้ตรวจ
เลขสองตัวในหัวคนที่ต้องกดปุ่ม
ทีนี้ลองนั่งลงในเก้าอี้ตัวนั้น คุณดูแลกลุ่มซื้อขายของมือสอง หรือเพจรีวิวร้านอาหาร หรือเว็บบอร์ดที่คุณตั้งไว้เองตั้งแต่สมัยเรียน มีคนร้องเรียนโพสต์หนึ่งเข้ามา คุณเปิดอ่านแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่ามันผิดกฎหมาย หรือแค่แรงและน่าเกลียด
ถ้าคุณลบ ต้นทุนคือคนโพสต์คนหนึ่งโกรธ เขาแทบไม่มีทางฟ้องคุณจากการที่คุณลบของเขา อย่างมากคือออกจากกลุ่มไปพร้อมกับด่าคุณไว้สักโพสต์ ถ้าคุณไม่ลบ คุณต้องตัดสินเองว่าข้อความนั้นผิดกฎหมายไหม แล้วเอาคำตัดสินของตัวเองไปวางเป็นเดิมพันในคดีอาญา — คำตัดสินที่คุณทำตอนสี่ทุ่ม บนมือถือ ระหว่างรอข้าวสุก
ความไม่สมมาตรขนาดนี้ไม่ต้องการคนเลวสักคนเดียว มันทำงานได้ดีที่สุดกับคนที่ระมัดระวัง
และสังเกตว่ามันแรงกว่านาฬิกาของยุโรปหนึ่งขั้น ยุโรปเอาเงินมาค้ำ ไทยเอาอิสรภาพมาค้ำ ค่าปรับหารลงไปในงบประมาณของบริษัทได้ แต่คดีอาญาหารกับใครไม่ได้ มันลงไปที่คนคนเดียวที่ชื่ออยู่บนทะเบียน คนที่ถูกลบก่อนเป็นกลุ่มแรกจึงไม่ใช่คนที่ผิดจริง แต่คือคนที่มีคนอยากให้เงียบ และไม่มีใครในห่วงโซ่นี้ได้ประโยชน์จากการเถียงแทนเขา
สามระบบ วางเดิมพันไว้คนละที่
ความต่างทั้งหมดสรุปได้ในสามบรรทัด
| สหรัฐ | EU | ไทย | |
|---|---|---|---|
| ตัวกลางรับผิดไหม | ไม่ เกือบสมบูรณ์ | มีเงื่อนไข — รับผิดเมื่อรู้แล้วไม่ลบ | ได้ ถ้าให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจ |
| แจ้งแล้วไม่ลบ | ยังไม่ผิด | เสียเกราะ เข้าสู่ notice-and-action | เสี่ยงโทษอาญาเท่าผู้กระทำ |
| สิ่งที่เอามาค้ำ | ค่าทนาย | ค่าปรับ | อิสรภาพ |
แถวล่างสุดคือแถวที่เปลี่ยนพฤติกรรม สองระบบแรกทำให้การลบเป็นทางที่ถูกกว่า ระบบที่สามทำให้การไม่ลบแทบไม่เหลือเป็นทางเลือก
สิ่งที่บทนี้ยังไม่ได้อ่าน
ความมั่นใจของบทนี้มีเพดาน เล่มนี้อ่านตัวบทกับแหล่งทุติยภูมิ ไม่ได้เปิดคำพิพากษาไทยที่ตีความมาตรา 15 สักฉบับ ข้อที่ยังไม่รู้จึงเป็นข้อสำคัญที่สุด คือศาลตีความคำว่ารู้เห็นเป็นใจแคบแค่ไหน ถ้าแคบมาก แรงกดดันจริงเบากว่าที่ตัวบทชวนให้คิด
และไทยไม่มีรายงานความโปร่งใสแบบที่บทก่อนใช้ได้ เราจึงไม่รู้ว่ามีคำร้องกี่เรื่อง ถูกลบกี่เรื่อง คนที่ถูกลบไม่มีตัวเลขไว้ชี้ คนที่ลบก็ไม่มีตัวเลขไว้ชี้แจง การไม่มีรายงาน ไม่ใช่หลักฐานว่าไม่มีการลบ
ประโยคของคนอเมริกัน ที่พูดถึงบ้านเรา
ย้อนกลับไปที่ข้อเถียงในบทที่ 5 ฝ่ายที่ขอให้เก็บเกราะไว้บอกว่า ถอดมันออกแล้วสิ่งที่ได้คือเซ็นเซอร์มากขึ้น ไม่ใช่ความจริงมากขึ้น เพราะการลบมีต้นทุนเกือบศูนย์ การสู้มีต้นทุนเป็นล้าน
ฟังดูเหมือนการทำนาย จนกระทั่งคุณรู้ว่ามีประเทศที่รันระบบนั้นอยู่จริงทุกวัน เขาไม่ได้พูดจากทฤษฎี เขากำลังอธิบายบ้านของเรา คนไทยจึงอ่านข้อถกเถียงเรื่อง Section 230 ได้เปรียบหนึ่งข้อ คำถามที่เขาเถียงกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราตอบได้จากประสบการณ์ เขามีแบบจำลอง เรามีของจริง
เล่มนี้ไม่ใช่ทนายความ และไม่มีบรรทัดไหนในบทนี้เป็นคำแนะนำทางกฎหมาย
ท่าที่เอาไปใช้ได้: ก่อนถามว่ากฎหมายห้ามอะไร ให้ถามก่อนว่ามันเอาอะไรมาค้ำ ถ้าสิ่งที่ค้ำอยู่คือโทษอาญา พฤติกรรมที่จะได้จริงคือลบก่อน ไม่ว่าตัวบทจะเขียนถ้อยคำสวยแค่ไหน
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีคำพิพากษาไทยชุดหนึ่งที่ตีความ "รู้เห็นเป็นใจ" แคบจนต้องพิสูจน์เจตนาร่วมจริงๆ หรือมีรายงานความโปร่งใสของผู้ให้บริการในไทยที่แสดงว่าคำร้องจำนวนมากถูกปฏิเสธ ไม่ใช่ถูกลบ
แหล่ง:
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14 และ 15 — https://en.wikisource.org/wiki/Translation:Computer_Crimes_Act_(No._2)_2017
- ตัวบทมาตรา 5–17/1 ฉบับรวม — สถาบันนิติธรรมาลัย — https://www.drthawip.com/computerlaw/004
- iLaw, "ประกาศกระทรวงดีอี ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต้องลบเนื้อหาผิดกฎหมายภายใน 24 ชั่วโมง ตัดขั้นตอนการโต้แย้ง", 2565 — https://www.ilaw.or.th/articles/5525
- ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือนฯ พ.ศ. 2560 (ยังไม่ได้เปิดอ่านในรอบนี้) — https://ictlawcenter.etda.or.th/laws/detail/no-de-notification-process-2560
- iLaw, "พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) ยาแรงผิดขนานสำหรับการหมิ่นประมาทออนไลน์" (อัตราโทษ) — https://www.ilaw.or.th/articles/8839
- ARTICLE 19, "Thailand: Computer Crime Act — Legal Analysis", 2017 — https://www.article19.org/data/files/medialibrary/38615/Analysis-Thailand-Computer-Crime-Act-31-Jan-17.pdf
- Asia Centre, "Thailand Computer Crime Act: Restricting Digital Rights, Silencing Online Critics" — https://asiacentre.org/wp-content/uploads/Thailand-Computer-Crime-Act_Restricting-Digital-Rights-Silencing-Online-Critics.pdf