ก่อนอ่าน
ถ้าคุณเคยร้องตามเพลงได้ทุกท่อนตอนดนตรีขึ้น ทั้งที่ถ้าให้ร้องเปล่าๆ นึกคำแรกยังไม่ออก เคยพูดภาษาที่สองได้คล่องในคืนหนึ่งแล้วติดขัดในเช้าวันถัดมา หรือเคยตื่นมาจำเรื่องที่อีกฝ่ายเล่าได้ครบ แต่จำไม่ได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เล่มนี้เขียนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวคุณตอนนั้น
ความรู้สึกว่ารู้หรือไม่รู้ ว่าเห็นหรือไม่เห็น เป็นรายงาน ไม่ใช่การวัด และรายงานนี้ผิดได้ทั้งสองทาง
ทางแรกคือมันรายงานขาด บทที่ 1 ถึง 6 ว่าด้วยทางนี้ ตั้งแต่ชายที่สาบานได้ว่ามองไม่เห็น แต่เดินผ่านทางที่วางของขวางไว้ได้โดยไม่ชนเลยสักชิ้น ไปจนถึงคนที่อยู่ตรงหน้าทุกวันจนหลุดจากสายตา ทางที่สองคือมันรายงานเกิน มันให้เหตุผลที่ไม่ใช่เหตุจริงด้วยความมั่นใจเต็มที่ และทำให้เรื่องที่ไม่มีใครตรวจรู้สึกเหมือนความรู้ บทที่ 7 และ 8 ว่าด้วยทางนี้ บทที่ 9 ถามว่าเมื่อพยานในหัวเชื่อไม่ได้ทั้งสองทาง คำว่ารู้ด้วยตนเองยังเหลือความหมายอะไร
เล่มนี้ไม่ได้สัญญาว่า คุณมีพลังซ่อนเร้นที่รอวันปลดล็อก สิ่งที่อยู่นอกรายงานมีจริงและวัดได้ แต่มันมีขอบเขต มันหยาบกว่าที่หวัง มันโผล่ออกมาเมื่อเงื่อนไขถูก มันผิดได้ และจะเชื่อมันได้ก็เฉพาะในเรื่องที่โลกเคยตอบมันกลับมาซ้ำๆ
คำว่าคะแนนในเล่มนี้หมายถึงผลที่วัดจากการลงมือทำ ไม่ใช่จากการถามว่ารู้สึกอย่างไร ทุกครั้งที่แหล่งบอกได้ว่าการเดาสุ่มจะถูกบ่อยแค่ไหน เล่มนี้จะวางตัวเลขนั้นไว้ข้างคะแนน เพราะคะแนนที่ไม่มีการเดาสุ่มให้เทียบ ไม่ได้บอกอะไรเลย
ท้ายทุกบทมีสองส่วน เงื่อนไขที่จะพลิกคำตัดสินของบทนั้น และแหล่งที่มาที่เปิดอ่านต่อได้ ตัวเลขในเนื้อความเขียนเป็นภาษาธรรมดา ส่วนรายละเอียดว่าวัดจากใคร กี่คน ปีไหน อยู่ในส่วนแหล่ง
ข้ออ้างที่ตกไประหว่างการค้นคว้า ตัวเอียงคือข้ออ้าง ที่ตามมาคือสิ่งที่พบ
- คนไข้ที่ตาบอดบางส่วนเพราะสมองเสียหาย เดาถูกทุกครั้ง ไม่พบรายงานต้นฉบับที่ให้ตัวเลขร้อยเปอร์เซ็นต์ในการให้เดา ที่ยืนยันได้คือถูกบ่อยกว่าการเดาสุ่มอย่างชัดเจน และการเดินผ่านทางเดินหนึ่งครั้งโดยไม่ชนอะไรเลย (บทที่ 1)
- จำคำศัพท์ใต้น้ำแล้วทดสอบใต้น้ำจะจำได้ดีกว่า ผลนี้มาจากนักประดาน้ำสิบแปดคน และเมื่อมีคนทำการทดลองเดียวกันซ้ำ ก็ไม่พบผลนั้น (บทที่ 3)
- ดื่มแล้วเก่งภาษาขึ้น แอลกอฮอล์ปริมาณน้อยทำให้ผู้ฟังให้คะแนนการออกเสียงดีขึ้นในการทดลองหนึ่ง แต่คนที่ดื่มไม่ได้ให้คะแนนตัวเองสูงขึ้น และไม่มีแก้วไหนเติมคำศัพท์ที่ไม่เคยอยู่ในหัว (บทที่ 4)
- นึกภาพว่าไม่เคยพบคนรัก แล้วจะรักเขามากขึ้น ผลเดิมผ่านเกณฑ์ทางสถิติแบบเฉียดฉิว และการทดลองที่ทำซ้ำไม่พบผลเดียวกัน (บทที่ 6)
- Homo erectus สูญพันธุ์เพราะขี้เกียจ งานวิจัยต้นเรื่องไม่มีคำว่าขี้เกียจสักคำ และไม่ได้ระบุว่าคนทำเครื่องมือเป็นสายพันธุ์ไหน ทั้งสองอย่างเกิดในข่าวประชาสัมพันธ์ (บทที่ 8)
- Homo erectus คือผู้ใช้ไฟมานานที่สุด ร่องรอยการใช้ไฟที่เก่าที่สุดไม่มีกระดูกบอกว่าเป็นของใคร และหลักฐานการก่อไฟเองที่ชัดที่สุดมีอายุราวสี่แสนปี ไม่ได้โยงกับสายพันธุ์นี้ (บทที่ 8)
- ไก่งวงแหงนมองฝนจนจมน้ำตาย ไม่จริง (บทที่ 8)