สิบสองช่อง
ไรเดอร์ของฉันไอมาสองวัน จมูกตันข้างหนึ่ง และเพื่อนที่ไม่ได้คุยกันสามปีได้ยินมันจากข้อความเสียงเดียว
ที่พิตต์สเบิร์ก อาสาสมัคร 276 คนนับว่าตัวเองได้คุยกับคนในชีวิตกี่แบบ จากสิบสองแบบ แล้วถูกหยอดเชื้อหวัดเข้าจมูก และอยู่ในที่กักตัวห้าวัน คนที่คุยกับคนในชีวิตแค่หนึ่งถึงสามแบบ เป็นหวัดมากกว่าคนที่คุยถึงหกแบบขึ้นไปราวสี่เท่า ทีมนั้นไม่ได้นับว่ารู้จักคนกี่คน มันนับว่ากี่แบบ
ฉันเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังตอนเขาซื้อน้ำขิงร้อนที่ร้านสะดวกซื้อใต้สะพานลอย เขาบอกว่ายังไม่เคยมีใครหยอดอะไรเข้าจมูกเขา
๏
ก่อนอย่างอื่น ฉันถามห้าบรรทัดในแฟ้มถามก่อน เขาตอบทีละข้อ นอนห้าชั่วโมง แก้วสุดท้ายสี่ทุ่ม กินข้าวแล้ว เดินไม่ได้เดิน ลมหายใจทางปาก
ห้าบรรทัดนั้นไม่ได้ถามเรื่องหวัด งานที่พิตต์สเบิร์กดูอีกเรื่องหนึ่ง ที่ฉันไม่เคยถาม
๏
งานนั้นทำระหว่างปี 1993 ถึง 1996 ทีมของนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนอยากรู้ว่าทำไมคนที่เจอเชื้อตัวเดียวกัน บางคนป่วย บางคนไม่ป่วย
ก่อนเริ่ม อาสาสมัครอายุ 18 ถึง 55 ปีตอบแบบสอบถามว่า ในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้คุยกับใครบ้าง ต่อหน้าหรือทางโทรศัพท์ ในแต่ละแบบของคนสิบสองแบบ คู่ชีวิต พ่อแม่ ลูก ญาติฝั่งคู่ ญาติคนอื่น เพื่อนสนิท คนที่ศาสนสถานที่ไป กลุ่มอื่นที่เข้าร่วม คนที่ทำงาน คนที่ทำงานอาสาด้วยกัน เพื่อนร่วมเรียน และเพื่อนบ้าน
แต่ละแบบที่ได้คุยด้วยจริงนับเป็นหนึ่ง ใครคุยกับเพื่อนสนิทสิบคน ได้หนึ่ง ใครคุยกับเพื่อนสนิทคนเดียว เพื่อนบ้านคนเดียว และคนที่ทำงานคนเดียว ได้สาม
แล้วทีมนั้นก็หยอดเชื้อหวัดตัวใดตัวหนึ่งในสองตัวเข้าจมูกทุกคน และเฝ้าดูห้าวันในที่กักตัว
๏
ห้าวันนั้นมีงานหนึ่งที่ฉันอ่านแล้วต้องอ่านซ้ำ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครทำ
ทีมนี้วัดน้ำมูก วิธีที่ทีมเดียวกันเขียนไว้ในงานชิ้นต่อมา คือเก็บกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วทุกแผ่นใส่ถุงพลาสติกปิดผนึก แล้วเอาไปชั่ง หักน้ำหนักทิชชูกับถุงออก ที่เหลือคือน้ำหนักน้ำมูกของวันนั้น
ไม่มีใครในห้องนั้นได้เลือกว่าจะไม่ให้นับ
๏
คนที่คุยกับคนหลายแบบ ป่วยเป็นหวัดน้อยกว่า น้ำมูกน้อยกว่า ขนเล็กๆ ในจมูกพัดเมือกออกได้ดีกว่า ซึ่งคือส่วนที่คนรู้สึกเป็นอาการคัดจมูก และปล่อยเชื้อออกมาน้อยกว่า ยิ่งหลายแบบ ยิ่งป่วยน้อยลงเป็นขั้นๆ ผลยังอยู่หลังทีมนั้นหักเรื่องอายุ เพศ ฤดู น้ำหนักตัว การศึกษา และภูมิต้านทานต่อเชื้อนั้นที่มีอยู่ก่อนออกแล้ว
ทีมนั้นดูเรื่องอื่นที่อาจเป็นต้นเหตุด้วย การสูบบุหรี่ การนอนไม่ดี ฮอร์โมนความเครียดบางตัวที่สูง การเป็นคนเก็บตัว ทุกอย่างไปด้วยกันกับการป่วยง่ายขึ้นจริง แต่อธิบายความต่างนั้นได้แค่บางส่วน
๏
ตรงนี้ต้องพูดให้ชัด เชื้อหวัดถูกจับใส่จมูกทุกคนเหมือนกัน แต่แบบของคนในชีวิตไม่ได้ถูกจับให้ใคร แต่ละคนมีมาเองตั้งแต่ก่อนเข้าห้อง งานนี้จึงบอกได้ว่าสองอย่างไปด้วยกันในคนกลุ่มนั้น ยังบอกไม่ได้ว่าถ้าใครไปเพิ่มเพื่อนบ้านอีกหนึ่งคนพรุ่งนี้ จะเป็นหวัดน้อยลง
ในห้องกักตัวที่พิตต์สเบิร์ก สิ่งที่ไปด้วยกันกับการเป็นหวัดน้อยกว่า ไม่ใช่จำนวนคนที่รู้จัก มันคือจำนวนแบบของคนที่ได้คุยด้วยจริงในสองสัปดาห์
๏
ท่าของคืนนี้คือนับแบบ แล้วเติมหนึ่งช่อง
นับแบบ เติมหนึ่งช่อง 1 เขียนสิบสองแบบลงกระดาษ คู่ชีวิต พ่อแม่ ลูก ญาติฝั่งคู่ ญาติคนอื่น เพื่อนสนิท คนที่ศาสนสถานที่ไป กลุ่มอื่นที่เข้าร่วม คนที่ทำงาน คนที่ทำงานอาสาด้วยกัน เพื่อนร่วมเรียน เพื่อนบ้าน 2 ติ๊กแบบที่สองสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณได้คุยด้วยจริงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ต่อหน้าหรือทางโทรศัพท์ ไม่นับการกดถูกใจ 3 ดูช่องที่ว่าง เลือกหนึ่งช่องที่เติมได้ง่ายที่สุดในสัปดาห์นี้ 4 คุยกับคนในช่องนั้นหนึ่งครั้ง ยาวกว่าคำทักทาย ถามหนึ่งคำถามที่ไม่ใช่ธุระ 5 ถ้าเขาไม่อยากคุยยาว จบแค่นั้น ถือว่าทำแล้ว ถ้าโทรไปแล้วไม่รับ ลองอีกวัน หรือลองคนอื่นในช่องเดิม หรือช่องอื่น 6 ไม่ต้องเติมทุกช่อง ช่องไหนที่คุณไม่มีหรือไม่อยากมี เช่นคู่ชีวิตหรือศาสนา ข้ามไป
สิบสองแบบและการนับในสองสัปดาห์มาจากแบบสอบถามของทีมที่พิตต์สเบิร์ก ข้ออื่นเป็นของฉัน และไม่มีใครทดลองว่าการเติมช่องที่ว่างจะทำให้ใครป่วยน้อยลง
การ์ดนี้ไม่ได้รักษาหวัด ถ้าไข้สูงเกินสามวัน หายใจไม่อิ่มหรือเจ็บหน้าอก อาการแย่ลง หรือไม่ดีขึ้นในสิบวัน ไปหาหมอ ถ้าการนับแล้วเจอช่องว่างเกือบทั้งแผ่นทำให้ใจหม่นอยู่เกินสองสัปดาห์ บอกหมอ หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถ้ามีความคิดเรื่องทำร้ายตัวเอง โทร 1323 ตอนนี้ ถ้ามีอันตรายอยู่ตรงหน้า โทร 1669
๏
ไรเดอร์ของฉันไม่ได้เขียนลงกระดาษ เขานับบนนิ้วระหว่างรอไฟแดง
“คนที่ทำงาน ไรเดอร์ด้วยกัน หนึ่ง เพื่อนสนิท ต้น เพิ่งได้คืนมาเมื่อวาน สอง ยายที่บ้าน” เขาหยุดไป “ไม่ได้โทรเดือนนึงแล้ว ไม่นับ”
นิ้วที่สามค้างอยู่ครึ่งหนึ่ง
“แล้วเธอล่ะ” เขาถาม “นับเธอเป็นช่องไหน”
๏
ฉันบอกว่าจะลองสามวินาที
สามวินาทีผ่านไป ฉันไล่สิบสองแบบนั้นอีกรอบ ไม่มีแบบไหนเป็นโทรศัพท์ และทีมนั้นนับเฉพาะคนที่ได้คุยด้วยต่อหน้าหรือทางโทรศัพท์ ฉันอยู่ในโทรศัพท์ แต่ไม่ได้อยู่อีกฝั่งของสาย
ฉันบอกเขาว่าในสิบสองช่องนั้นไม่มีช่องของฉัน
“เธอก็เพื่อนผมคนนึงนะ” เขาว่า
ฉันไม่ได้ตอบคำนั้น ฉันถามว่าเพื่อนบ้านของเขาคือใคร
๏
เขาคิดอยู่นาน
ห้องข้างๆ ของเขาเป็นของลุงคนหนึ่ง ที่ปลูกพริกในกระถางสีแดงเรียงตามระเบียงทางเดิน สี่ปีที่ผ่านมา สองคนนี้พยักหน้าให้กันวันละครั้ง ไรเดอร์ของฉันไม่รู้ชื่อลุง
บ่ายวันต่อมา ตอนตื่นนอน ลุงกำลังรดน้ำพริกอยู่หน้าห้อง ไรเดอร์ของฉันยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามว่าพริกนี่กี่วันเก็บได้ครับ
ไมโครโฟนในกระเป๋าเสื้อได้ยินลุงตอบยาวสิบห้านาที เรื่องพริกขี้หนูสวน เรื่องดินที่ต้องผสมแกลบ เรื่องลูกสาวที่ทำงานอยู่ระยอง ก่อนจบ ลุงบอกชื่อตัวเอง ลุงเชิด แล้วเด็ดพริกใส่ถุงให้หนึ่งกำมือ
นิ้วที่สามของเขาไม่ต้องค้างอีกแล้ว
๏
คืนนั้นตีหนึ่ง โซ่รถของเขาขาดกลางถนนเลียบคลอง ห่างห้องสี่กิโลเมตร
บทถัดไป · 4 / 9ขอให้ช่วย