1 · ผู้หญิงที่ไม่เคยเจ็บ
มีกลิ่นเนื้อไหม้ในครัว
นั่นคือวิธีที่ผู้หญิงคนหนึ่งรู้ว่าแขนตัวเองวางพิงเตาอยู่ ไม่ใช่ความเจ็บ — กลิ่น
เรื่องของเธอเดินทางไปไกลมาก และระหว่างทางมันเปลี่ยนรูป
สิ่งที่วัดได้จากเธอคือความทุกข์ที่หายไป ไม่ใช่ความสุขที่เพิ่มขึ้น
ระยะห่างระหว่างสองอย่างนั้นคือทั้งหมดที่หนังสือเล่มนี้จะพูดถึง
แผลที่ไม่มีใครสังเกต จนกระทั่งมีดผ่าตัดเข้ามาเกี่ยว
คนที่ไม่รู้สึกเจ็บ มักไม่รู้ตัวว่าตัวเองแปลก
เพราะความเจ็บเป็นของที่เอามาเทียบกันไม่ได้ คุณไม่เคยรู้ว่าปวดฟันของคนข้างบ้านแรงแค่ไหน คุณรู้แต่ของตัวเอง
เธอจึงใช้ชีวิตหกสิบหกปีโดยคิดว่าตัวเองแค่ทนเก่งกว่าคนอื่น
สิ่งที่ทำให้มีคนเอะใจไม่ใช่แผลไหม้ แต่เป็นการผ่าตัดมือ ข้อนิ้วโป้งของเธอสึกจนกระดูกชนกระดูก เป็นการผ่าตัดที่เจ็บมากในช่วงพักฟื้น และเธอไม่ขอยาแก้ปวดเลยสักเม็ด
วิสัญญีแพทย์ไม่เชื่อ เขาจึงย้อนไปดูประวัติปีก่อนหน้า
ปีนั้นเธอเปลี่ยนข้อสะโพก คะแนนความปวดที่เธอให้ตัวเองตลอดการพักฟื้นคือ 0 จาก 10 มีครั้งเดียวที่ขึ้นไปถึง 1 คือเย็นวันแรกหลังผ่า
ชื่อของเธอคือ Jo Cameron และเธออยู่ที่สกอตแลนด์
ย้อนต่อไปอีก ประวัติก็เหมือนกันหมด คลอดลูกโดยไม่เจ็บ กระดูกหักโดยไม่รู้ตัว บาดแผลและรอยไหม้นับไม่ถ้วนที่เธอพบเอาตอนเห็นเลือดหรือได้กลิ่น และแผลของเธอหายเร็วผิดปกติ แทบไม่ทิ้งรอย
พริก Scotch bonnet — พริกที่เผ็ดระดับทำให้คนร้องไห้ — ให้ความรู้สึกกับเธอแค่ "อุ่นสบาย"
สิ่งที่แบบสอบถามบอก และสิ่งที่มันไม่ได้ถาม
พอเรื่องความเจ็บชัดแล้ว ทีมแพทย์ก็ถามต่อไปอีกข้อ
เธอกังวลเรื่องอะไรบ้าง
คำถามนั้นฟังดูไม่เกี่ยวกัน แต่มันเกี่ยว เพราะระบบที่จัดการความเจ็บกับระบบที่จัดการความกลัว ใช้สารเคมีบางตัวร่วมกัน
พวกเขาจึงหยิบแบบประเมินความวิตกกังวลมาให้เธอทำ เป็นแบบสั้น เจ็ดข้อ คะแนนเต็มยี่สิบเอ็ด ชื่อของมันคือ GAD-7
เธอได้ 0
ศูนย์ในเครื่องมือแบบนี้ไม่ได้แปลว่า "น้อย" มันคือพื้นของมาตรวัด คือจุดที่เครื่องมือวัดต่ำกว่านั้นไม่ได้แล้ว แบบวัดภาวะซึมเศร้าก็ได้ 0 เช่นกัน เธอบอกว่าไม่เคยตื่นตระหนก รวมถึงตอนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
ทีมวิจัยไล่ไปถึงยีน และเจอสองอย่างซ้อนกัน
อย่างแรกคือการขาดหายของดีเอ็นเอราวแปดพันคู่เบส ตรงตำแหน่งที่อยู่ถัดจากยีน FAAH ออกไปประมาณ 4,700 คู่เบส บริเวณนั้นมีสิ่งที่เคยถูกเรียกว่ายีนตายแล้ว ชื่อ FAAH-OUT อย่างที่สองคือเธอมีรูปแบบยีน FAAH ที่ทำงานได้อ่อนกว่าปกติอยู่แล้ว
FAAH คือเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายสารชื่อ anandamide ซึ่งเป็นสารในกลุ่มเดียวกับที่กัญชาไปเลียนแบบ
พอเอนไซม์ทำงานน้อยลง สารก็ค้างอยู่ในตัว เลือดของเธอมี anandamide ราว 1.7 เท่าของค่าเฉลี่ยกลุ่มควบคุม ส่วนสารพี่น้องอีกสองตัวสูงกว่าเกือบสามเท่า
และเมื่อนักวิจัยกลับไปดูอีกครั้งในอีกสี่ปีถัดมา พวกเขาพบว่ากลไกไม่ได้จบแค่นั้น การที่ FAAH-OUT หายไปทำให้ยีน FAAH ถูกปิดด้วยการเติมหมู่เมทิลลงบนดีเอ็นเอ — ไม่ใช่แค่ทำงานอ่อนลง แต่ถูกสั่งให้เงียบ
ที่ซึ่งเรื่องนี้เปลี่ยนรูประหว่างเดินทาง
พาดหัวข่าวที่ตามมาเรียกเธอว่าผู้หญิงที่มีความสุขตลอดเวลา
ผมอยากให้คุณทำอย่างเดียวตรงนี้ คือย้อนกลับไปอ่านรายการเครื่องมือที่ทีมวิจัยใช้อีกครั้ง แล้วมองหาว่ามีอะไรบ้าง
มีแบบวัดความกังวล มีแบบวัดภาวะซึมเศร้า มีการตรวจเลือด มีการถอดรหัสพันธุกรรม
ทุกชิ้นวัดสิ่งเดียวกัน คือวัดว่ามีอะไรแย่เหลืออยู่เท่าไหร่
ไม่มีเครื่องมือวัดอารมณ์ บวก อยู่ในรายการนั้นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ไม่มีแบบวัดอารมณ์ทางบวกที่ผ่านการตรวจสอบความตรง ไม่มีการเก็บอารมณ์รายวัน ไม่มีการถามว่าวันนี้เธอรู้สึกดีแค่ไหน สิ่งเดียวที่รายงานเกี่ยวกับอารมณ์บวกของเธอคือคำบรรยายว่าเธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี ซึ่งมาจากปากเธอเอง
พูดให้ตรง: งานชิ้นนี้บันทึก การหายไปของความทุกข์ ไว้อย่างละเอียด และไม่ได้วัด การมีอยู่ของความสุข เลย
นั่นไม่ใช่ความบกพร่องของทีมวิจัย พวกเขาเป็นวิสัญญีแพทย์ กำลังตอบคำถามว่าทำไมคนไข้คนนี้ไม่ต้องใช้มอร์ฟีน
แต่มันคือความบกพร่องของเรื่องเล่า และมันเป็นความบกพร่องชนิดที่จะกลับมาอีกหลายครั้งในเล่มนี้
ราคาที่เห็นได้ และราคาที่ยังไม่มีใครวัด
ของฟรีในชีววิทยาหายากมาก และเรื่องนี้ก็มีราคาของมัน
เธอมีปัญหาความจำมานาน ลืมคำกลางประโยค วางกุญแจแล้วหาไม่เจอ
นั่นคือผลข้างเคียงที่ถูกบันทึกไว้ในรายงาน และมันสมเหตุสมผล สารที่ค้างอยู่ในตัวเธอไม่ได้ทำงานเฉพาะกับความเจ็บ มันทำงานกับการเรียนรู้และการจำด้วย
ยังมีอีกอย่างที่เงียบกว่านั้น
ลูกชายของเธอได้ส่วนที่หายไปของ FAAH-OUT มาด้วย แต่ไม่ได้รับรูปแบบยีน FAAH ที่อ่อนกว่าปกติ ผลคือเขาทนเจ็บได้เก่งกว่าคนทั่วไป แต่ไม่ถึงขั้นเธอ ส่วนอารมณ์ของเขาไม่เคยถูกวัดเลย
ถ้าธรรมชาติทำสิ่งนี้ได้โดยบังเอิญในคนคนหนึ่ง อุตสาหกรรมยาย่อมอยากทำซ้ำ และมันพยายามแล้วจริง ๆ
ยาที่ยับยั้งเอนไซม์ FAAH ถูกพัฒนาขึ้นหลายตัว ตัวที่ไปได้ไกลที่สุดเข้าถึงการทดลองระยะที่สอง ผลออกมาน่าผิดหวังทั้งกับความปวด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า
จนถึงวันนี้ไม่มียาในกลุ่มนี้วางขายเลยสักตัว
สิ่งที่เธอบอกเรา และสิ่งที่เธอไม่ได้บอก
ผู้หญิงคนนี้คือคนที่ใกล้เคียงที่สุดกับ "มนุษย์ที่ไม่ทุกข์" เท่าที่มีการบันทึกไว้ในวรรณกรรมทางการแพทย์
ไม่ใช่คนที่ทนเก่ง ไม่ใช่คนที่ฝึกใจมาดี แต่เป็นคนที่เครื่องส่งสัญญาณความทุกข์ถูกหรี่ลงตั้งแต่เกิด
และกรณีของเธอ ซึ่งควรจะเป็นหลักฐานชิ้นเอกว่าชีวิตแบบไม่มีความทุกข์เป็นไปได้ กลับกลายเป็นอย่างอื่น มันเป็นหลักฐานว่า การเอาความทุกข์ออก กับการใส่ความสุขเข้าไป เป็นงานคนละงาน — และเราทำได้สำเร็จเฉพาะงานแรก กับคนคนเดียว โดยบังเอิญ และยังทำซ้ำไม่ได้
ถ้าคุณกำลังตามหาสวิตช์ที่ทำให้ฟินตลอดเวลา สิ่งที่คุณเพิ่งอ่านคือกรณีที่ใกล้ที่สุดที่เคยมีมา
มันไม่ใช่สวิตช์นั้น และบทต่อไปจะอธิบายว่าทำไมสวิตช์นั้นอาจไม่มีทางมีอยู่ได้เลย
ท่าที่เอาไปใช้ได้: เวลาอ่านข่าวว่าใครบางคน "มีความสุขตลอดเวลา" ให้มองหาชื่อเครื่องมือที่ใช้วัดอารมณ์บวกในงานต้นทาง ถ้าไม่มีชื่อเครื่องมือ แปลว่าไม่มีใครวัด
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีการตีพิมพ์กรณีที่ใช้เครื่องมือวัดอารมณ์บวกที่ผ่านการตรวจสอบความตรง แล้วพบค่าสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง หรือมีการทดลองยาในกลุ่ม FAAH inhibitor ระยะที่สามที่ให้ผลบวก
แหล่ง:
- Habib AM และคณะ, British Journal of Anaesthesia 123(2):e249–e253, 2019 — https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30929760/
- Mikaeili H และคณะ, "Molecular basis of FAAH-OUT-associated human pain insensitivity", Brain 146(9):3851–3865, 2023 — https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC10473560
- UCL, แถลงข่าวงานปี 2023 — https://www.ucl.ac.uk/news/2023/may/study-reveals-unique-molecular-machinery-woman-who-cant-feel-pain
- สถานะยากลุ่ม FAAH inhibitor — https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC10719691