3 · ลู่วิ่งที่ไม่มีอยู่จริง
ถูกหวยแล้วก็เท่าเดิม
ประโยคนี้เดินทางมาสี่สิบกว่าปี และมันมีต้นทางจริง ๆ อยู่ชิ้นหนึ่ง
งานที่ทุกคนอ้างถึงมีคนถูกรางวัลยี่สิบสองคน และไม่มีใครถูกวัดก่อนถูกรางวัลสักคนเดียว
ผมอยากพาคุณไปดูตัวเลขของมันทีละตัว เพราะมันน่าสนใจกว่าคำสรุปมาก
สิ่งที่งานปี 1978 ทำจริง ๆ
นักวิจัยสามคนตามหาคนที่เพิ่งถูกรางวัลลอตเตอรีรัฐอิลลินอยส์ ได้มายี่สิบสองคน หาคนธรรมดามาเทียบอีกยี่สิบสอง และหาคนที่เพิ่งพิการจากอุบัติเหตุมาอีกยี่สิบเก้า
ถามทุกคนด้วยคำถามเดียวกัน ให้คะแนนความสุขตัวเองจาก 0 ถึง 5
ผลคือ ผู้ถูกรางวัลได้ 4.00 คนธรรมดาได้ 3.82 คนพิการได้ 2.96
ตัวเลขสองตัวแรกไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และนั่นคือประโยคเดียวจากงานทั้งชิ้นที่รอดมาถึงวันนี้
ทีนี้ลองดูสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครเล่าต่อ
คนพิการได้คะแนนต่ำกว่าคนธรรมดาอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่ทฤษฎีลู่วิ่งบอกว่าทุกคนควรกลับสู่จุดเดิม พวกเขาไม่ได้กลับ
รูรั่วสี่รูที่คุณตรวจเองได้จากตัวงาน
ผมจะไม่บอกว่าคนเข้าใจงานนี้ผิดกันทั่วโลก เพราะผมนับไม่ได้ว่ามีกี่คน
สิ่งที่ผมทำได้คือเปิดตัวงานให้คุณดูว่าข้างในมีอะไร
หนึ่ง — ไม่มีการวัดก่อนเกิดเหตุ งานนี้เก็บข้อมูลครั้งเดียว ณ จุดเวลาเดียว ผู้เขียนเขียนไว้เองในส่วนอภิปรายว่าข้อมูลของพวกเขาไม่ได้ติดตามเส้นทางการปรับตัวตามเวลา นั่นแปลว่างานที่ถูกใช้พิสูจน์ว่า "คนกลับสู่จุดเดิม" ไม่เคยเห็นจุดเดิมของใครเลย
สอง — คนที่ตอบมีไม่ถึงครึ่ง ผู้ถูกรางวัลตอบกลับ 52% คนกลุ่มควบคุมตอบกลับ 41% คนที่ไม่ตอบคือใคร ไม่มีใครรู้
สาม — ช่วงเวลาถูกตัดหัวตัดท้าย มีผู้ถูกรางวัลแค่คนเดียวที่เพิ่งถูกไม่ถึงหนึ่งเดือน และไม่มีใครเลยที่ถูกเกินสิบแปดเดือน ทฤษฎีการปรับตัวทำนายแรงที่สุดตรงสองปลายนั้นพอดี และงานนี้ไม่มีข้อมูลตรงนั้นเลย
สี่ — สองกลุ่มถูกบอกคนละเรื่อง ผู้ถูกรางวัลถูกบอกว่านี่เป็นงานวิจัยเรื่องลอตเตอรี กลุ่มควบคุมถูกบอกว่าเป็นงานวิจัยเรื่องชีวิตประจำวัน
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่างานนี้แย่ ปี 1978 คือปี 1978 แต่มันแปลว่าน้ำหนักที่ประโยคนั้นแบกอยู่ตอนนี้ หนักกว่าที่ขายี่สิบสองขาจะรับไหว
แล้วมีคนไปวัดใหม่ ด้วยเครื่องมือที่ดีกว่ามาก
สวีเดนเก็บข้อมูลผู้เล่นลอตเตอรีไว้ในทะเบียนระดับประเทศ ซึ่งแปลว่าคุณตามคนถูกรางวัลได้จริง ๆ เป็นสิบปี
ทีมวิจัยสามคนใช้ทะเบียนนั้น ส่งแบบสอบถามไปหาคนที่ถูกรางวัลเมื่อ 5 ถึง 22 ปีก่อน ได้คำตอบกลับมา 3,362 คน คิดเป็น 69% และพวกเขาเขียนแผนการวิเคราะห์ล่วงหน้าก่อนจะเห็นข้อมูล
ผลที่ได้แยกเป็นสามท่อน และสามท่อนนี้ไม่เหมือนกันเลย
ความพอใจในชีวิต สูงขึ้น เงินรางวัลหนึ่งแสนดอลลาร์หลังหักภาษี ทำให้คะแนนสูงขึ้น 0.037 SD และ ไม่จางลงเลยตลอดยี่สิบสองปี
ความรู้สึกรายวัน ขยับขึ้น 0.016 SD ซึ่งไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
สุขภาพจิต ขยับขึ้น 0.013 SD ไม่มีนัยสำคัญเช่นกัน
อ่านสามบรรทัดนั้นช้า ๆ อีกรอบ เพราะมันคือคำตอบที่ตรงที่สุดเท่าที่วิทยาศาสตร์มีให้กับคำถามว่าเงินซื้อความสุขได้ไหม
เงินเปลี่ยนวิธีที่คุณตัดสินชีวิตตัวเองอย่างถาวร และแทบไม่เปลี่ยนวิธีที่คุณรู้สึกในวันธรรมดาเลย
ลู่วิ่งพังทั้งสองข้าง ไม่ใช่ข้างเดียว
ถ้าลู่วิ่งความสุขมีจริง คนควรกลับสู่จุดเดิมทั้งขาขึ้นและขาลง
ขาขึ้นไม่กลับ นั่นคือผลจากสวีเดน
แล้วขาลงล่ะ
ข้อนี้ตอบยากกว่า เพราะคุณจะสุ่มให้ใครตกงานหรือเป็นม่ายไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือตามคนจำนวนมากไปนาน ๆ แล้วรอดูว่าใครเจออะไร
เยอรมนีทำแบบนั้นมาหลายสิบปี ติดตามคนกว่าสองหมื่นสี่พันคน ถามคำถามชุดเดิมทุกปี
นักวิจัยกลุ่มหนึ่งเอาข้อมูลสิบห้าปีนั้นมาไล่ดู สิ่งที่พวกเขาพบคือคนที่เป็นม่ายและคนที่หย่า ฟื้นตัวได้ไม่ครบ คนที่ตกงานก็ไม่กลับไปที่ระดับเดิม แม้หลังจากได้งานใหม่แล้ว
กรณีที่หนักที่สุดคือความพิการ ในกลุ่มตัวอย่างเกือบสี่หมื่นคน มี 679 คนที่กลายเป็นผู้พิการระหว่างการศึกษา ติดตามเฉลี่ยราวเจ็ดปีก่อนและเจ็ดปีหลัง คะแนนตกลงระหว่าง 0.40 ถึง 1.27 SD และแทบไม่มีการปรับตัวตามมา
ผมต้องบอกไว้ตรงนี้ด้วยว่าข้อสุดท้ายยังเถียงกันอยู่ — มีนักวิจัยอีกคนใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน แล้วพบหลักฐานว่ามีการปรับตัวเกิดขึ้น เมื่อสองคนใช้ข้อมูลเดียวกันแล้วได้คนละคำตอบ สิ่งที่ต่างกันคือวิธีวิเคราะห์ และเรื่องนี้ยังไม่จบ
แต่ทิศทางรวมชัดพอจะพูดได้
สิ่งที่มาแทนลู่วิ่ง
ถ้าลู่วิ่งไม่ใช่ภาพที่ถูก แล้วอะไรคือภาพที่ถูก
คนที่ตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดคือคนที่ใช้เวลาทั้งอาชีพอยู่กับมัน และคำตอบของพวกเขาไม่ใช่การล้มทฤษฎีเดิมทิ้ง
มันคือการแก้ห้าจุด
จุดตั้งต้นของคนไม่ได้อยู่ที่ศูนย์ แต่อยู่ในแดนบวก · คนแต่ละคนมีจุดตั้งต้นไม่เท่ากัน · คนหนึ่งคนมีจุดตั้งต้นหลายตัว เพราะอารมณ์บวก อารมณ์ลบ และความพอใจในชีวิต ขยับแยกจากกัน · จุดตั้งต้น เปลี่ยนได้ · และคนแต่ละคนปรับตัวไม่เท่ากัน บางคนไม่ปรับเลย
ข้อเสนอห้าข้อนี้อยู่ในบทความปี 2006 และเอาทั้งห้าข้อรวมกัน สิ่งที่ได้ไม่ใช่ลู่วิ่ง
มันคือพื้นที่ที่ฝืดมาก แต่ไม่ได้ลื่นกลับ คุณขยับมันได้ยาก แต่เมื่อขยับไปแล้ว มันไม่ดึงคุณกลับที่เดิมอัตโนมัติ
นั่นคือข่าวดีกว่าลู่วิ่ง และเป็นข่าวร้ายกว่าด้วยพร้อมกัน — เพราะมันแปลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ อยู่กับคุณจริง ๆ ทั้งด้านที่ดีและด้านที่ไม่ดี
ท่าที่เอาไปใช้ได้: ก่อนเชื่อสถิติที่บอกว่า "คนกลับสู่จุดเดิมเสมอ" ให้ถามข้อเดียวคือ งานนั้นวัดคนกลุ่มเดิมก่อนเกิดเหตุหรือเปล่า ถ้าไม่ มันไม่ได้วัดการกลับ มันวัดแค่ภาพนิ่งหนึ่งภาพ
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีการทำซ้ำงานทะเบียนลอตเตอรีในประเทศอื่นแล้วพบว่าผลจางลงตามเวลา หรือมีข้อมูลติดตามที่ยาวกว่ายี่สิบสองปีแล้วเห็นการปรับตัวเกิดขึ้นในช่วงหลัง
แหล่ง:
- Brickman P, Coates D, Janoff-Bulman R, Journal of Personality and Social Psychology 36(8):917–927, 1978 — https://gwern.net/doc/psychology/1978-brickman.pdf
- Lindqvist E, Östling R, Cesarini D, "Long-Run Effects of Lottery Wealth on Psychological Well-Being", Review of Economic Studies 87(6):2703–2726, 2020 — https://academic.oup.com/restud/article/87/6/2703/5734654
- Lucas RE และคณะ, Psychological Science 15(1):8–13, 2004 (การว่างงาน) — https://journals.sagepub.com/doi/10.1111/j.0963-7214.2004.01501002.x
- Lucas RE, "Long-term disability is associated with lasting changes in subjective well-being", JPSP 92(4):717–730, 2007 — https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/17469954/
- Powdthavee N, European Journal of Health Economics 11(5):471–485, 2009 (ผลที่ขัดกัน) — https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/19789899/
- Diener E, Lucas RE, Scollon CN, "Beyond the hedonic treadmill", American Psychologist 61(4):305–314, 2006 — https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16719675/