14 · เฉลยแล้วยังอ้าปากค้าง
ทายก่อน ถ้ามีคนเฉลยกลที่คุณชอบที่สุดให้ฟังตอนนี้ ความทึ่งที่คุณมีต่อกลนั้นจะหายไปทั้งหมด หายไปครึ่งหนึ่ง หรือมีบางอย่างที่โตขึ้นแทน
ความประหลาดใจแบบแรกจบลงตอนที่คุณรู้วิธี อีกแบบหนึ่งเพิ่งเริ่มต้นตรงนั้น แบบแรกคืออาการอ้าปากค้าง ช่องว่างระหว่างสิ่งที่คุณคาดกับสิ่งที่เกิด พอรู้วิธี ช่องว่างปิด มันจึงหมด แบบที่สองคือความทึ่ง ช่องว่างระหว่างสิ่งที่คุณคิดว่าโลกทำได้ กับสิ่งที่โลกทำได้จริง และการรู้วิธีบางครั้งทำให้ช่องว่างนี้กว้างขึ้น ก่อนจะคุยเรื่องนี้ต่อ เล่มนี้มีงานค้างอยู่หนึ่งชิ้น
กระดานสี่สิบสองช่อง
ก่อนม่านเปิด เล่มนี้พิมพ์คำทำนายไว้ให้คุณเห็น ถึงเวลาแล้ว ข้างล่างคือกระดานสี่สิบสองช่อง ในแต่ละช่องมีหมายเลขช่องตัวหนา คำหนึ่งคำ และจำนวนก้าว
- เลือกเลขหนึ่งตัวตั้งแต่ 1 ถึง 10 ตามใจคุณ แล้วเริ่มยืนที่ช่องหมายเลขนั้น
- ดูจำนวนก้าวในช่องที่คุณยืน แล้วเดินไปข้างหน้าเท่านั้น เช่น ยืนที่ช่อง 3 ซึ่งมี 8 ก้าว ก็ไปยืนที่ช่อง 11
- ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ จนก้าวถัดไปจะพาคุณเลยช่อง 42 ออกไป แล้วหยุดตรงนั้น
| 1 หมวก · 1 | 2 ไพ่ · 7 | 3 เหรียญ · 8 | 4 ผ้าเช็ดหน้า · 1 |
|---|---|---|---|
| 5 นกพิราบ · 4 | 6 เชือก · 8 | 7 กล่อง · 8 | 8 ไม้กายสิทธิ์ · 5 |
| 9 ลูกบอล · 3 | 10 ถ้วย · 1 | 11 ห่วงเหล็ก · 9 | 12 กระจก · 8 |
| 13 ม่าน · 6 | 14 เลื่อย · 2 | 15 ช้อน · 4 | 16 กุญแจ · 6 |
| 17 ดอกไม้ · 1 | 18 เทียน · 7 | 19 แหวน · 3 | 20 ซองจดหมาย · 6 |
| 21 นาฬิกา · 7 | 22 ไข่ · 7 | 23 ริบบิ้น · 5 | 24 ลูกเต๋า · 5 |
| 25 ตู้ · 8 | 26 ร่ม · 3 | 27 พัด · 5 | 28 แก้วน้ำ · 6 |
| 29 ระฆัง · 3 | 30 ขนนก · 8 | 31 ธง · 4 | 32 ตะเกียง · 8 |
| 33 ดาบ · 7 | 34 โซ่ · 1 | 35 ลูกโป่ง · 1 | 36 หน้ากาก · 4 |
| 37 ไม้เท้า · 3 | 38 ปากกา · 4 | 39 เข็มทิศ · 5 | 40 กระต่าย · 9 |
| 41 ดวงดาว · 6 | 42 ประตู · 4 |
เดินให้จบก่อน แล้วค่อยอ่านต่อ
· · ·
คุณหยุดที่ กระต่าย ช่อง 40
ลองใหม่ด้วยเลขอื่นได้เลย ลองให้ครบทั้งสิบเลขก็ได้ ทุกเลขจาก 1 ถึง 10 จะพาคุณไปยืนที่กระต่ายตัวเดียวกัน คุณรู้คำทำนายมาตั้งแต่หน้าแรก คุณเลือกเองทุกครั้ง และคุณยังหนีกระต่ายตัวนี้ไม่พ้น
ทำไมทุกทางไปถึงกระต่าย
คราวนี้เฉลย และนี่คือเฉลยที่น่าสนใจกว่าตัวกล
นึกถึงกบสิบตัวที่กระโดดไปบนกระดานพร้อมกัน แต่ละตัวเริ่มคนละช่อง และกระโดดตามกฎเดียวกัน คือดูตัวเลขในช่องที่ยืนแล้วกระโดดไปตามนั้น ทุกครั้งที่กบตัวหนึ่งลงไปยืนในช่องที่กบอีกตัวเคยยืน มันสองตัวก็กลายเป็นกบตัวเดียวกันไปตลอด เพราะจากช่องนั้น กฎพาทั้งคู่ไปทางเดียวกันทุกก้าว ไม่มีอะไรแยกมันออกจากกันได้อีกเลย
เส้นทางจึงไม่เคยแยกกัน มีแต่ไหลมารวมกัน เหมือนลำธารที่ไหลลงแม่น้ำ แล้วไม่มีวันไหลย้อนขึ้นไปเป็นลำธารสองสายอีก ยิ่งกระดานยาว ยิ่งมีโอกาสให้ทางมาชนกันมาก บนกระดานนี้ ทางทั้งสิบสายมาบรรจบกันหมดที่ช่อง 29 ระฆัง ก่อนจะเดินไปด้วยกันอีกสองก้าวถึงกระต่าย
กลนี้ไม่ได้ใช้การเดาอย่างกลช้าง บนกระดานที่ตัวเลขถูกสุ่มมาเฉย ๆ ยาวเท่านี้ ทุกจุดเริ่มต้นจาก 1 ถึง 10 จะมาบรรจบกันหมดราว 55 กระดานในทุก 100 กระดาน ตัวเลขนี้คำนวณด้วยคอมพิวเตอร์โดยเล่มนี้เอง กระดานที่คุณเพิ่งเดินถูกเลือกมาด้วยคอมพิวเตอร์ ให้อยู่ในกลุ่มที่บรรจบหมดทุกครั้ง แล้วคำว่ากระต่ายก็ถูกวางลงในช่องปลายทาง นักมายากลเรียงสำรับไพ่ล่วงหน้า เล่มนี้เรียงกระดานล่วงหน้า กลจบก่อนที่คุณจะเริ่มดู
กลแบบนี้มีชื่อเรียกว่า Kruskal count ตามชื่อนักคณิตศาสตร์ Martin Kruskal ผู้คิดมันขึ้นเป็นกลไพ่ และถูกเผยแพร่ผ่านงานเขียนของ Martin Gardner ช่วงทศวรรษ 1970 ในปี 1978 นักคณิตศาสตร์ชื่อ John Pollard ใช้ความคิดเดียวกันโดยไม่เกี่ยวข้องกัน ในวิธีคำนวณโจทย์ทางคณิตศาสตร์ข้อหนึ่งที่เกี่ยวกับการถอดรหัส เขาให้ "จิงโจ้" สองตัวกระโดดไปตามกฎแบบสุ่มเทียม เมื่อตัวหนึ่งลงไปยืนในที่ที่อีกตัวเคยยืน ทั้งสองจะไปด้วยกันตลอด และจุดที่มันเจอกันก็คือคำตอบ งานคณิตศาสตร์รุ่นหลังเชื่อมกลไพ่กับวิธีของ Pollard ไว้อย่างชัดเจน กลบนโต๊ะไพ่กับเครื่องมือของนักวิทยาการรหัสลับ คือกบสิบตัวกับจิงโจ้สองตัวบนกระดานเดียวกัน
สังเกตให้ดีว่าเฉลยนี้ไม่ได้ทำให้กลเล็กลง ก่อนเฉลย คำถามคือหนังสือรู้ได้อย่างไร หลังเฉลย คำตอบคือไม่มีใครต้องรู้อะไรเลย ทางเดินบนกระดานแบบนี้มีแนวโน้มจะไหลมารวมกันเอง เป็นสมบัติของการกระโดดตามกฎ ไม่ใช่ของนักมายากล และสมบัติเดียวกันนั้นถูกใช้ไขรหัส
อาการอ้าปากค้างที่หมดได้
อาการอ้าปากค้างหมดได้จริง และกลไกของมันอยู่ในลิงของ Schultz น้ำผลไม้ที่มาตามนัดไม่ได้รับสัญญาณอีกแล้ว กลที่ดูซ้ำก็เหมือนกัน ปู่กลถึงไม่เคยเล่นกลเดียวซ้ำในคืนเดียว
แล้วการรู้เฉลยล่ะ ทำให้ความชอบหายไปด้วยไหม คำถามนี้มีคนวัดในเรื่องเล่า ไม่ใช่ในมายากล ในปี 2011 Jonathan Leavitt กับ Nicholas Christenfeld รายงานว่าคนอ่านเรื่องสั้นที่ถูกสปอยล์ตอนจบแล้ว ชอบเรื่องนั้นไม่น้อยกว่า บางเรื่องชอบมากกว่าด้วย ผลนี้ดังไปทั่ว แต่งานรุ่นหลังทำซ้ำแล้วได้ผลไม่ตรงกัน งานของ Benjamin Johnson กับ Judith Rosenbaum ในปี 2015 และงานของ Levine กับคณะในปี 2016 พบว่าการถูกสปอยล์ทำให้ความชอบลดลงเล็กน้อย งานอีกชิ้นพบว่าสปอยล์ลดความชอบซีรีส์ทีวี แต่ไม่ลดความชอบเรื่องสั้น ภาพรวมที่พิมพ์ได้คือ ผลมีขนาดเล็ก และไปคนละทาง
ส่วนการเฉลยกลมายากลโดยตรง ถึงวันที่เขียนเล่มนี้ ยังไม่พบงานทดลองที่ตีพิมพ์ผ่านการกลั่นกรองชิ้นไหนวัดมันตรง ๆ นักมายากลมีกฎไม่เฉลยก็จริง แต่กฎนั้นตั้งมาเพื่อปกป้องอาชีพ ไม่ได้ตั้งมาจากการวัดว่าคนดูรู้สึกอย่างไร
ความทึ่งแบบที่สอง
นักจิตวิทยา Dacher Keltner กับ Jonathan Haidt เสนอในปี 2003 ว่าความรู้สึกที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า awe มีส่วนประกอบหลักสองอย่าง อย่างแรกคือการรับรู้ว่าสิ่งตรงหน้าใหญ่โต ใหญ่ด้วยขนาด ด้วยพลัง หรือด้วยความซับซ้อน อย่างที่สองคือความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างในหัว เพราะสิ่งนั้นไม่เข้ากับสิ่งที่คุณเคยรู้
อ่านสองข้อนี้อีกครั้ง มันไม่ได้ต้องการความลึกลับเลย มันต้องการแค่ของที่ใหญ่เกินกว่าแผนที่ในหัวคุณ ความลึกลับเป็นทางหนึ่งที่จะได้ความรู้สึกนั้น การเข้าใจเป็นอีกทางหนึ่ง เมื่อคุณรู้ว่ากบสิบตัวไหลมารวมกันเองเพราะกฎการกระโดด แล้วรู้ต่อว่ากฎข้อเดียวกันถูกใช้ไขรหัส แผนที่ในหัวคุณต้องขยายออก และการขยายแบบนั้นคือส่วนประกอบข้อที่สองของ Keltner กับ Haidt พอดี
ความอยากรู้ก็ไม่ได้หยุดเมื่อคำตอบมาถึง ในปี 2014 Matthias Gruber กับคณะพบว่าเมื่อคนอยากรู้คำตอบของคำถามมาก ๆ เขาจำคำตอบได้ดีขึ้น และจำใบหน้าแปลกหน้าที่โผล่ขึ้นมาระหว่างรอคำตอบได้ดีขึ้นด้วย งานรุ่นหลังพบว่าผลข้อหลังขึ้นกับจังหวะเวลาที่ใบหน้าโผล่มา นักวิจัยกลุ่มหนึ่งถึงกับสร้างคลังคลิปมายากล 166 คลิปชื่อ MagicCATs ไว้ให้ห้องแล็บทั่วโลกใช้จุดความอยากรู้ตามสั่ง กลมายากลคือเครื่องสร้างคำถามที่ดีที่สุดเครื่องหนึ่งที่มนุษย์มี และคำถามที่ดีไม่ได้ตายตอนที่ถูกตอบ มันพาไปหาคำถามถัดไป
เทียนที่ดับหลังสิบปี
Harry Houdini เสียชีวิตที่เมืองดีทรอยต์เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1926 เขาใช้ช่วงท้ายของชีวิตเปิดโปงร่างทรงที่อ้างว่าคุยกับคนตายได้ และก่อนตาย เขากับภรรยา Bess ตกลงรหัสลับกันไว้ ถ้ามีวิธีส่งข้อความกลับมาจริง เขาจะส่งรหัสนั้น
Bess จัดพิธีเรียกวิญญาณทุกปีในวันที่เขาตาย ปีแล้วปีเล่า ไม่มีรหัสมา วันที่ 31 ตุลาคม 1936 บนดาดฟ้าโรงแรม Knickerbocker ในฮอลลีวูด เธอจัดพิธีครั้งสุดท้ายที่เรียกว่า Final Houdini Séance แล้วดับเทียนที่จุดไว้ข้างภาพของเขามาสิบปี
ร่างทรงคนไหนก็ปลอมรหัสได้ นักมายากลที่ดีที่สุดในโลกปลอมได้ง่ายกว่าใคร ความประหลาดใจที่ทุกคนในห้องอยากได้ที่สุดอยู่แค่เอื้อม และไม่มีใครเล่นมัน เรื่องนี้คือเส้นที่บทก่อนลากไว้ ในรูปที่เงียบที่สุด นักมายากลสัญญาว่าจะหลอก แต่สัญญานั้นมีขอบ มันไม่เคยรวมถึงสิ่งที่คนดูจะเอากลับบ้านไปเชื่อว่าเป็นความจริงของชีวิต
สิ่งที่เล่มนี้ทำกับคุณ
ถึงเวลาคืนนาฬิกา นี่คือทุกครั้งที่เล่มนี้หลอกคุณ
- ป้ายสามบรรทัดก่อนม่านเปิด คำว่า จาก อยู่ในนั้นสองครั้ง ความสนใจของคุณอ่านประโยคที่คาดไว้ ไม่ได้อ่านตัวหนังสือที่วางอยู่ (บทที่ 3)
- หูกระต่ายของปู่กล สีแดงในป้ายประกาศ สีเขียวในบทที่ 2 โน้ตย่อจดแค่ว่ามีหูกระต่าย และมันเปลี่ยนสีในประโยคต่อจากมุกของพี่แจ๋วทันที (บทที่ 4 และ 9)
- ไพ่หกใบ ไม่ใช่ไพ่ของคุณใบเดียวที่หายไป ทุกใบหาย (บทที่ 4)
- ช้างสีเทา เลขคณิตบีบทางทั้งสิบสายให้เหลือตัว D แล้วความคุ้นเคยพาไปเดนมาร์ก (บทที่ 5)
- คนไข้ที่เล่นเปียโน คำว่า กลับไป กับ ตามปกติ ทำให้คุณเชื่อว่าเขาเคยเล่นเป็น โดยไม่มีใครพูดว่าเขาเคย (บทที่ 9)
- กระต่าย คำทำนายที่พิมพ์ไว้ตั้งแต่ก่อนคุณอ่าน บนกระดานที่เรียงไว้ก่อนคุณเลือก (บทนี้)
และข้อสุดท้าย ซึ่งไม่ใช่กล ถ้าระหว่างทางคุณเคยอ้าปากค้าง หัวเราะ หรือพลิกกลับไปดูหน้าก่อน ๆ สิ่งที่ทำงานอยู่ตอนนั้นไม่ใช่หนังสือ หนังสือเป็นแค่กระดาษกับหมึก ส่วนที่ทำให้นกพิราบบินออกจากหมวก ช้างเดินไปเดนมาร์ก และกระต่ายรออยู่ปลายทาง คือหัวที่เดาโลกล่วงหน้าตลอดเวลา จดโน้ตย่อ ส่องไฟฉายได้ทีละจุด และอยากรู้ไม่เลิก เครื่องมือชุดเดียวกันนั้นคือสิ่งที่ทำให้คุณถูกหลอกได้ และเป็นสิ่งเดียวกับที่ทำให้คุณประหลาดใจได้
น้องเฉลย: ปู่ครับ ไม่ต้องเฉลยแล้วครับ
ปู่กล: อ้าว ทำไมล่ะ
น้องเฉลย: หนูอยากลองคิดเองก่อน
ปู่กล: (หันไปมองพี่แจ๋ว)
พี่แจ๋ว: (ยิ้ม แล้วเดินออกไปยืนตรงกลางเวทีเป็นครั้งแรก)
ปู่กลยกมือขวาขึ้นมาให้ทุกคนดูเป็นครั้งสุดท้าย
ในมือไม่มีอะไรนะครับ ไม่เคยมีเลย ทุกอย่างอยู่ในหัวคุณมาตั้งแต่ต้น
บทถัดไป · 16 / 1615 Sources