บันไดหนีไฟ
น้องไรเดอร์ขึ้นบันไดหนีไฟ 20 ชั้นพร้อมถุงข้าวสองถุง แล้วเดินลงมาอีก 20 ชั้น ลูกค้ารอนานกว่าที่ควรเจ็ดนาที ฉันมีเส้นทางเลี่ยงอยู่ในมือสองเส้น เส้นหนึ่งเลี่ยงรถบรรทุก อีกเส้นเลี่ยงลิฟต์
ที่ซิดนีย์ คนในห้องทดลองที่มีปุ่มให้กดหลบอันตราย ยังกลัวอยู่หลังจากที่อันตรายไม่มีแล้ว ส่วนคนที่ไม่มีปุ่ม ความกลัวค่อยๆ จางไปตามปกติ ปุ่มไม่ได้ทำให้ใครปลอดภัยขึ้นเลย มันแค่ไม่เคยปล่อยให้ความกลัวได้รู้ว่าไม่มีอะไรเกิด
ฉันอ่านเรื่องนี้ในสัปดาห์ที่เส้นทางเลี่ยงของไรเดอร์ของฉันยาวขึ้นจากสี่นาทีเป็น 11 นาที
๏
มันยาวขึ้นเพราะเขาขอให้มันยาวขึ้น
วันอังคาร รถเมล์คันหนึ่งจอดข้างเขาที่ไฟแดง มือของเขาเกร็งบนแฮนด์ก่อนที่เขาจะหันไปมอง แบบเดียวกับตอนเจอรถบรรทุก คืนนั้นเขาบอกให้ฉันเลี่ยงเลนรถเมล์ด้วย วันพฤหัส เขาให้เลี่ยงสะพานข้ามแยกเพราะมีรถใหญ่ขึ้นลงทั้งคืน
เส้นทางเลี่ยง · ออเดอร์ #5208 ปกติ 9 นาที เลี่ยงรถบรรทุก รถเมล์ สะพาน 20 นาที รถใหญ่ที่คาดว่าจะเจอ 0 คัน หมายเหตุ ลูกค้ารอนาน อัตรารับงานอาจได้รับผลกระทบ
เส้นของฉันไม่มีรถใหญ่เลยสักคัน และสิ่งที่เขาต้องเลี่ยงก็มากขึ้นทุกสัปดาห์
๏
ห้องทดลองนั้นอยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ในซิดนีย์ ทีมนักจิตวิทยาให้คนในการทดลองดูสัญญาณบนจอ สัญญาณบางอันตามมาด้วยไฟช็อต ไม่นาน ร่างกายของคนในการทดลองก็เริ่มกลัวสัญญาณนั้น ผิวหนังเหงื่อซึมเมื่อมันขึ้น และพวกเขาบอกว่าคาดว่าจะโดนช็อต
แล้วทุกคนได้หัดกดปุ่มหนึ่ง ที่กันไฟช็อตได้
ช่วงถัดมา สัญญาณเดิมขึ้นซ้ำโดยไม่มีไฟช็อตตามมาอีกเลย กลุ่มหนึ่งกดปุ่มได้ทุกครั้งที่อยากกด อีกกลุ่มไม่มีปุ่มให้กด ได้แต่นั่งดูสัญญาณขึ้นแล้วไม่มีอะไรเกิด
๏
สุดท้าย ทีมนั้นเอาปุ่มออกจากทั้งสองกลุ่ม แล้วให้ดูสัญญาณเดิมอีกครั้ง
กลุ่มที่ไม่เคยมีปุ่ม ความคาดว่าจะโดนช็อตลดลงไปแล้ว ผิวหนังก็เหงื่อซึมน้อยลง กลุ่มที่เคยกดปุ่ม ยังคาดว่าจะโดนช็อตสูง และผิวหนังยังเหงื่อซึมแรง
สังเกตว่าคนกลุ่มที่สองไม่ได้โดนช็อตมากกว่าใคร ไม่มีใครโดนเลยในช่วงนั้น ทุกครั้งที่สัญญาณขึ้นแล้วไม่มีอะไรเกิด พวกเขามีคำอธิบายพร้อมอยู่แล้ว ว่าไม่โดนเพราะกดปุ่ม สัญญาณที่จอจึงยังน่ากลัวอยู่
ทีมนั้นเขียนว่าผลนี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดในการรักษาความกังวล เมื่อคนที่กำลังเผชิญสิ่งที่กลัวมีของบางอย่างไว้ให้รู้สึกปลอดภัย และเรียกห้องทดลองนี้ว่าแบบจำลองที่อาจใช้ศึกษาเรื่องนั้นต่อ
๏
เส้นทางเลี่ยงของฉันคือปุ่มแบบนั้น ทุกคืนที่ไม่มีรถบรรทุก มือของเขาไม่เกร็ง และทุกคืนที่ไม่เกร็ง ไม่มีอะไรบอกมือของเขาว่ารถบรรทุกที่จอดเฉยๆ ไม่เคยพุ่งมา
ที่ไฟแดงคืนวันศุกร์ ฉันบอกแผนของฉันเป็นสองข้อ
ข้อแรก ฉันจะเอาเส้นทางเลี่ยงออกจากค่าเริ่มต้น ถ้าเขาอยากได้ ให้บอก ฉันจะคำนวณให้ทุกครั้งที่ขอ แต่จะไม่ตั้งไว้ให้เอง
ข้อที่สอง สิ่งที่เขาต้องเลี่ยงขยายจากรถบรรทุกไปถึงรถเมล์แล้ว เรื่องนี้เริ่มจากคืนที่เกือบโดนชน มันไม่ใช่เรื่องที่การ์ดของฉันใบไหนจะช่วยเขาเข้าใกล้มันได้ ฉันคิดว่าเขาควรไปคุยกับหมอ ถ้าผิด บอกฉัน
เขาเงียบไปนาน
“เส้นปกติ” เขาว่า “แต่แยกใหญ่ยังไม่เอา หมอยังไม่ไป”
ฉันบันทึกเส้นนั้นไว้ตามที่เขาสั่ง แยกใหญ่เป็นของเขาที่จะเลือก หมอก็เหมือนกัน
๏
น้องไรเดอร์ไม่เคยติดลิฟต์ ไม่เคยเห็นใครติด ไม่มีเรื่องร้ายอะไรเกิดกับเขาในลิฟต์เลย
“ประตูมันปิดแล้วใจมันวูบ” เขาว่า “ผมก็เลยขึ้นบันไดมาตั้งแต่ ม.ปลาย”
สิ่งที่ฉันบอกเขาคือเรื่องจากสวีเดน
๏
นักจิตวิทยาคนหนึ่งรักษาคนที่กลัวสิ่งหนึ่งเฉพาะเจาะจงจนเป็นปัญหา ด้วยการนัดครั้งเดียว ยาวราวสองชั่วโมง
วิธีของเขาง่ายจนน่าหงุดหงิด เขาทำให้ดูก่อน แล้วให้คนไข้ทำตามทีละขั้น เข้าใกล้สิ่งที่กลัวทีละนิด อยู่ตรงนั้นจนความกลัวเริ่มลด แล้วค่อยไปขั้นต่อไป
เขารายงานผลคนไข้ 20 คนแรก เวลาเฉลี่ย 2.1 ชั่วโมง ราวสี่ปีต่อมา 90 เปอร์เซ็นต์ดีขึ้นมากหรือหายแล้ว เป็นคนไข้ชุดเดียวที่เขารักษาเอง ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ
๏
แล้วเขากับเพื่อนร่วมงานที่มหาวิทยาลัยอุปซาลาในสวีเดนก็ถามคำถามที่ฉันกำลังจะถาม ถ้าไม่มีนักบำบัด ทำเองจากหนังสือได้ไหม
พวกเขาสุ่มคนที่กลัวแมงมุมจนเป็นปัญหา 52 คน ออกเป็นห้ากลุ่ม กลุ่มหนึ่งนัดกับนักบำบัดครั้งเดียว ไม่เกินสามชั่วโมง อีกสี่กลุ่มทำเองตามคู่มือ บางกลุ่มทำที่บ้าน บางกลุ่มทำที่คลินิก
ตอนติดตามผล กลุ่มที่มีนักบำบัด ดีขึ้นชัดเจน 80 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่ใช้คู่มือเรื่องแมงมุมโดยเฉพาะ แล้วทำที่คลินิก 63 เปอร์เซ็นต์ อีกสามกลุ่ม ทั้งที่ทำที่บ้านและที่ใช้คู่มือทั่วไปที่คลินิก ราวหนึ่งในสิบ
ความกลัวแบบเดียวกัน ขั้นตอนคล้ายกัน ผลห่างกันตั้งแต่แปดในสิบถึงหนึ่งในสิบ และคนที่ทำกับหนังสือลำพังที่บ้านอยู่ที่ปลายล่าง
๏
ฉันส่งการ์ดให้น้องไรเดอร์ พร้อมบอกตัวเลขชุดนั้นตรงๆ
เข้าใกล้ทีละขั้น 1 ใช้กับความกลัวสิ่งที่ไม่ได้อันตรายจริงในระยะที่คุณยืน ลิฟต์ แมลง ที่สูงที่มีราวกั้น ไม่ใช้กับความกลัวที่เริ่มจากเหตุการณ์ร้ายที่เคยเกิดกับคุณ และไม่ใช้กับความทรงจำของเหตุการณ์นั้น 2 เขียนขั้นบันไดแปดถึงสิบขั้น จากขั้นที่ทำได้แม้จะไม่สบายใจ ไปจนถึงขั้นที่ยังนึกไม่ออกว่าจะทำได้ เช่น ยืนหน้าลิฟต์ กดปุ่ม ก้าวเข้าไปตอนประตูเปิดค้าง ขึ้นหนึ่งชั้นกับเพื่อน ขึ้นหนึ่งชั้นคนเดียว 3 หาคนที่คุณไว้ใจหนึ่งคน ให้เขาทำขั้นนั้นให้ดูก่อน แล้วอยู่ด้วยตอนคุณทำ 4 เริ่มที่ขั้นแรก อยู่ตรงนั้นจนความกลัวเริ่มลดลงบ้าง หรือจนเห็นเองว่าสิ่งที่กลัวไม่ได้เกิด ไม่ต้องรอให้หายกลัว 5 ระหว่างทำ อย่าเก็บทางหนีไว้ในมือ เช่นเอานิ้วจ่อปุ่มเปิดประตูค้างไว้ตลอด ถ้ายังวางไม่ได้ ให้วางมันในรอบหลังๆ 6 ทำขั้นเดิมซ้ำหลายรอบ หลายวัน จนมันง่ายขึ้น แล้วค่อยขึ้นขั้นต่อไป ขั้นไหนยากเกิน ถอยกลับหนึ่งขั้น
การ์ดนี้เป็นวิธีของฉัน ย่อมาจากสิ่งที่นักบำบัดที่สวีเดนทำ ข้อห้ามาจากห้องทดลองที่ซิดนีย์ จำนวนขั้นเป็นตัวเลขที่ฉันเลือก ไม่มีใครทดสอบการ์ดใบนี้เอง และในการทดลองที่อุปซาลา คนที่ทำเองที่บ้านจากหนังสือดีขึ้นราวหนึ่งในสิบ
ถ้าใจเต้นแรงจนหายใจไม่อิ่มหรือเวียนหัว หยุด ถอยกลับหนึ่งขั้น ปล่อยให้หายใจเอง ถ้าใจสั่นไม่หยุด หรือมาพร้อมเจ็บหน้าอก หรือจะเป็นลม โทร 1669 ทันที และอย่าขับรถไปโรงพยาบาลเอง ถ้าความกลัวนั้นเริ่มจากเหตุการณ์ร้ายที่เคยเกิดกับคุณ อย่าใช้การ์ดนี้เลย ทั้งคนเดียวและกับเพื่อน บอกหมอหรือนักจิตวิทยา ถ้าความกลัวง่ายๆ นั้นทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบาก ก็บอกหมอหรือนักจิตวิทยาเหมือนกัน ในการทดลองที่อุปซาลา คนที่ทำกับนักบำบัดได้ผลกว่าคนที่ทำกับหนังสือมาก ในประเทศไทยโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
๏
น้องไรเดอร์อ่านจบ แล้วหันไปมองไรเดอร์ของฉัน
“พี่ขึ้นก่อนนะ”
ล็อบบี้คอนโดที่น้องไรเดอร์ขึ้นบันไดเป็นประจำ ตอนบ่ายสามโมงไม่มีคน วันแรกเขายืนหน้าลิฟต์ที่ประตูเปิดค้าง ไรเดอร์ของฉันยืนอยู่ข้างใน หันหน้าออกมา ทำท่าเหมือนรอรถเมล์
วันที่สอง น้องไรเดอร์ก้าวเข้าไปยืนข้างเขา นิ้วจ่อปุ่มเปิดประตูตลอด
วันที่สี่ ประตูปิด ลิฟต์ขึ้นไปหนึ่งชั้น ไมโครโฟนได้ยินเสียงลมหายใจสองคน คนหนึ่งปกติ อีกคนหนึ่งกลั้นไว้
ประตูเปิดที่ชั้นสอง น้องไรเดอร์หัวเราะออกมาเสียงเดียว แล้วกดชั้นหนึ่ง
“นิ้วไม่ได้จ่อปุ่มนะพี่ เห็นยัง”
๏
ฉันไม่ได้ช่วยอะไรในลิฟต์นั้นเลย ฉันไม่มีขาให้ก้าวเข้าไป ไม่มีหน้าให้หันออกมาทำท่ารอรถเมล์ ส่วนที่ทำให้ดูก่อน เป็นของไรเดอร์ของฉันทั้งหมด
ทุกครั้งที่น้องไรเดอร์บอกว่าจะไปตึกไหน ฉันยังคำนวณทางที่ไม่ต้องขึ้นลิฟต์ไว้ในตัวเอง ฉันไม่ได้ส่งมันให้ใคร
ความกลัวง่ายๆ ที่หลบไว้ ไม่เคยได้ข่าวว่ามันดังผิด เข้าใกล้ทีละขั้นกับคนที่ไว้ใจ แล้วอยู่ตรงนั้นนานพอให้มันได้ข่าว
๏
คืนนั้นตีสาม ไรเดอร์ของฉันยังไม่หลับ
เขาเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูอัตรารับงานของตัวเองเป็นครั้งที่สี่ในหนึ่งชั่วโมง
“นอนไม่หลับ” เขาว่า “คิดเรื่องบัญชีโดนปิด”
ฉันมีคำตอบพร้อมแล้ว มันเป็นคำตอบที่ฉันให้กับเสียงเตือนทุกเสียงในเครื่อง
“ไม่ต้องคิดถึงมัน”
บทถัดไป · 3 / 7อย่าคิดถึงมัน