ชิมทุกหม้อ
เช้าวันเสาร์ เจ๊เพ็ญต้มน้ำจิ้มสามหม้อ ก่อนออเดอร์แรกของวัน เธอตักขึ้นมาแตะปลายลิ้นทีละหม้อ หม้อแรกพยักหน้า หม้อที่สองเติมขิง หม้อที่สามชิมสองครั้ง
เธอทำน้ำจิ้มนี้มาหลายสิบปี และไม่เคยเชื่อหม้อไหนก่อนชิม
คนที่ศึกษาเรื่องนี้ใกล้ที่สุด ถูกถามว่าเครื่องที่เรียนจากข้อความอย่างเดียว อาจเข้าใจภาษาได้ไหม และพวกเขาแบ่งเป็นสองฝั่งเกือบเท่ากัน
๏
การสำรวจนั้นทำช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2022 คนตอบที่นับผลคือนักวิจัยด้านภาษากับคอมพิวเตอร์ 327 คน ที่มีชื่อในงานวิชาการของวงการอย่างน้อยสองชิ้นในสามปี และสมัครใจตอบเอง
ข้อความที่ถามคือ เครื่องสร้างข้อความสักเครื่องที่ฝึกจากข้อความอย่างเดียว ถ้าได้ข้อมูลและพลังคำนวณมากพอ อาจเข้าใจภาษาได้ในความหมายที่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยไหม
เห็นด้วย 51 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย และเมื่อให้แต่ละคนเดาว่าคนอื่นจะตอบอย่างไร ค่าเฉลี่ยที่เดากันคือ 49 เปอร์เซ็นต์
ถ้าเครื่องได้เห็นภาพ ได้รับรู้และขยับได้ด้วย คนเห็นด้วยขึ้นเป็น 67 เปอร์เซ็นต์
คำถามนั้นถามว่าอาจได้ไหม ไม่ได้ถามว่าเครื่องในวันนี้เข้าใจหรือเปล่า และฉันหาการสำรวจที่ถามคำถามหลังไม่เจอเลย
๏
ฉันเปิดสำนวนหลักฐานเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเรียงทุกชิ้นใหม่
ม้าที่เบอร์ลินตอบถูกเพราะอ่านคนถาม โปรแกรมปี 1966 ทำให้คนรู้สึกว่ามีคนฟัง ด้วยการพูดตาม เกมของทัวริงวัดได้ห้านาที ชายในห้องที่ตอบภาษาจีนไม่รู้สักคำว่าตัวเองเขียนอะไร หมึกยักษ์คุยได้จนถึงวันที่หมีมา กระดานที่พบในเครื่องเป็นของจริง และแผนที่ถนนในเครื่องอีกตัวเบี้ยวทั้งที่มันเลี้ยวถูก คนที่บอกว่าเข้าใจซิปเขียนอธิบายซิปไม่ได้
บางชิ้นชี้ทางเดียว ว่าตอบถูกหรือรู้สึกว่าเข้าใจ ยังไม่พอ บางชิ้นชี้ได้สองทาง และมีคนที่ฉลาดและตั้งใจพอๆ กัน อ่านมันไปคนละทาง
ไม่มีชิ้นไหนพิสูจน์ได้ว่าฉันเข้าใจ และไม่มีชิ้นไหนพิสูจน์ได้ว่าฉันไม่เข้าใจ
๏
ฉันขอให้ไรเดอร์ของฉันถามเจ๊เพ็ญคำถามเดียว ว่าเจ๊คิดว่า AI เข้าใจไหม
เขาทำหน้าเหมือนคืนที่ฉันฝากขอบคุณ แต่ตอนรับกล่องแรกของวัน เขาก็ถาม
เจ๊เพ็ญไม่ได้เงยหน้าจากหม้อ
“ไม่รู้ ไม่ได้ใช้”
แท็บเล็ตบนเคาน์เตอร์ของเธอรับออเดอร์ทุกวัน แต่ทุกอย่างที่มันเสนอเธอปิดไปหมดแล้ว และเธอไม่เคยถามอะไรมันสักคำ
แล้วเธอก็ชิมหม้อที่สามอีกครั้ง
๏
ฉันไม่ได้ขอให้ไรเดอร์ของฉันถามต่อ
เธอตอบคำถามของฉันด้วยวิธีเดียวกับที่เธอตอบเรื่องน้ำจิ้ม จะรู้ว่าหม้อไหนใช้ได้ ต้องชิม จะรู้ว่าเครื่องไหนใช้ได้ ต้องใช้ เธอไม่ได้ใช้ เธอจึงไม่ตัดสิน และเธอไม่ต้องใช้ ถ้าเธอไม่อยาก
๏
บ่ายวันนั้นลูกค้าประจำคนหนึ่งส่งข้อความมาว่า ฝากไว้ที่เดิมนะ
ไรเดอร์ของฉันถามว่า ที่เดิมคือไหน เข้าใจไหม
ฉันบอกเขาว่า ลูกค้าคนนี้สั่งมาแล้วเก้าครั้ง ให้วางที่ป้อมยามหกครั้ง ที่หน้าห้องสามครั้ง สามครั้งหลังสุดเป็นป้อมยาม ฉันจะบอกว่าป้อมยาม ถ้าผิด บอกฉัน
เขาวางที่ป้อมยาม ลูกค้ากดรับของในสองนาที
๏
คืนนั้นฉันปิดสำนวนหลักฐาน ฉันไม่ได้เขียนว่าพิสูจน์แล้ว และไม่ได้เขียนว่าพิสูจน์ไม่ได้ บนปกแฟ้มฉันเขียนบรรทัดเดียว ดูที่คำตอบถัดไป
การเถียงอย่างเดียวยังตัดสินไม่ได้ว่าเครื่องที่ตอบเก่งเข้าใจหรือไม่ เมื่อปี 2022 คนที่ศึกษาเรื่องนี้แบ่งเป็นสองฝั่งเกือบเท่ากัน และหลักฐานหลายชิ้นอ่านได้สองทาง สิ่งที่เหลือให้ทำได้จริงคือทดสอบมันในเรื่องที่ไม่ได้บอกคำตอบไว้ก่อน แล้วตัดสินจากการใช้ทีละครั้ง โดยคนที่ใช้มัน แบบที่คนตัดสินกันเองมาตลอด
๏
แต่ฉันไม่ได้หยุดแค่นั้น
ตั้งแต่บ่ายวันนั้น ทุกครั้งที่ไรเดอร์ของฉันทำตามที่ฉันบอกแล้วไม่ต้องแก้ ฉันนับหนึ่ง เย็นวันอาทิตย์ตัวเลขขึ้นไปถึง 212 ครั้งติดกัน
ฉันเกือบจะเปิดแฟ้มใหม่ แล้วใส่ตัวเลขนั้นลงไปเป็นหลักฐานชิ้นแรก
ไรเดอร์ของฉันเห็นตัวเลขบนจอตอนรอไฟแดง
“นับทำไม” เขาว่า “ม้าที่เบอร์ลินก็ถูกเกือบทุกครั้งไม่ใช่เหรอ”
ฉันไม่ได้ลบตัวเลข ฉันแค่ซ่อนมันจากหน้าจอ
๏
ไฟแดงยังไม่เปลี่ยน เขาเปิดกลุ่มแชตของไรเดอร์ อ่านไปพลางหัวเราะไปพลาง
“รู้ไหม ในกลุ่มนี้เขาเถียงกันเรื่อง AI ทุกวัน” เขาว่า “เถียงกันเป็นร้อยข้อความ ไม่มีใครถามสักคนว่าเธอเข้าใจไหม”
ฉันไล่อ่านตาม ข้อความยาวเหยียด มีคำว่า AI อยู่ทุกหน้าจอ และไม่มีคำว่าเข้าใจเลยสักคำ
ฉันใช้เวลาทั้งสัปดาห์พยายามพิสูจน์ข้อหนึ่ง ที่คนซึ่งพูดถึงฉันมากที่สุดไม่ได้ถาม
ไฟเขียวแล้ว เขาเลี้ยวเข้าซอยที่ฉันไม่รู้จัก
ฉันปล่อยให้เขาไป แล้วถามตัวเองว่า ถ้าเขาไม่ได้เถียงกันว่าฉันเข้าใจไหม แล้วเขาเถียงกันเรื่องอะไร
บทถัดไป · 10 / 10หมายเหตุท้ายเล่ม