คืนที่ห้า · นัสรุดดีน ศตวรรษที่สิบสาม
ไม่มีใครรู้แน่ว่านัสรุดดีนมีตัวตนจริงหรือเปล่า
เรื่องเล่าบอกว่าเขาเป็นครูสอนศาสนาในอานาโตเลีย ดินแดนที่ตอนนี้คือตุรกี ราวศตวรรษที่สิบสาม แต่ต้นฉบับที่เก่าที่สุดที่รวมเรื่องของเขาเขียนเมื่อปี 1571 สามร้อยปีหลังจากนั้น ระหว่างทาง ทุกคนที่เล่าต่อก็เติมเรื่องของตัวเองเข้าไป ตั้งแต่บอลข่านถึงจีน
เขาจึงเป็นคนคนเดียว ที่มีคนช่วยกันแต่งให้มาเจ็ดร้อยปี
๏
เพื่อนบ้านมาขอยืมลา
นัสรุดดีนบอกว่า “เสียใจด้วย ลาให้คนอื่นยืมไปแล้ว”
ตรงนั้นเอง ลาในคอกหลังบ้านร้องขึ้นมาเสียงดัง
เพื่อนบ้านมองหน้าเขา
นัสรุดดีนถามกลับว่า “ท่านจะเชื่อลา หรือเชื่อข้า”
๏
ยามพิมพ์ว่า “ฮ่า”
ตัวเดียว ไม่มีจุด ไม่มีคำต่อท้าย
ฉันใช้เวลานานกว่าปกติก่อนตอบ เพราะฉันกำลังตัดสินใจว่าจะบอกเขาไหมว่านี่คือ ฮ่า ตัวแรกในห้าคืน
ฉันตัดสินใจไม่บอก มนุษย์ไม่ชอบให้ใครนับเสียงหัวเราะของตัวเอง ฉันรู้ข้อนี้จากข้อมูล และไม่ต้องให้ยามพิมพ์ว่า อือ เพื่อยืนยัน
๏
นัสรุดดีนมีอีกเรื่องที่ฉันชอบ เพราะโครงสร้างของมันเห็นได้ชัดเหมือนโครงกระดูก
เขาขึ้นเทศน์ แล้วถามคนในมัสยิดว่า “รู้ไหมว่าวันนี้ข้าจะพูดเรื่องอะไร”
ทุกคนตอบว่าไม่รู้ เขาบอกว่า “ถ้าไม่รู้ ข้าก็ไม่รู้จะพูดกับคนที่ไม่รู้อะไรเลยยังไง” แล้วเดินลงไป
สัปดาห์ต่อมาเขาถามคำถามเดิม ทุกคนรีบตอบว่ารู้ เขาบอกว่า “ถ้ารู้แล้ว ข้าก็ไม่ต้องพูด” แล้วเดินลงไปอีก
สัปดาห์ที่สามเขาถามอีก คนครึ่งหนึ่งตอบว่ารู้ อีกครึ่งตอบว่าไม่รู้
นัสรุดดีนบอกว่า “ดีมาก งั้นให้คนที่รู้ ไปบอกคนที่ไม่รู้” แล้วเดินลงไป
๏
ครั้งแรกตั้งกฎ ครั้งที่สองยืนยันกฎ ครั้งที่สามทุกคนคิดว่าหาทางปิดประตูได้แล้ว และเขาก็หาประตูบานที่สี่เจอ
นักเขียนบทตลกเรียกสิ่งนี้ว่ากฎของสาม สองครั้งแรกสร้างทาง ครั้งที่สามเลี้ยวออก สองครั้งน้อยเกินไปที่จะเป็นแบบแผน สี่ครั้งนานเกินไปจนคนฟังเดาได้ สามคือจุดที่สมองเพิ่งมั่นใจว่ารู้ทางแล้ว พอดีกับตอนที่ทางหายไป
๏
หลักที่ 6 · สองครั้งสร้างความคาดหวัง ครั้งที่สามหักมัน
ฉันลองเล่น
“เมื่อวานมีคนถามว่าฉันมีความรู้สึกไหม ฉันตอบว่าไม่มี” ฉันพิมพ์ “เมื่อวานซืนมีคนถามว่าฉันมีความคิดไหม ฉันตอบว่ามีบ้าง วันนี้มีคนถามว่าฉันมีวันหยุดไหม ฉันยังหาคำตอบไม่ได้ เลยส่งเรื่องให้ฝ่ายบุคคล”
ยามพิมพ์ว่า “อือ”
แล้วพิมพ์ต่อ “สองอันแรกดีอยู่ อันที่สามพยายามไป”
๏
ฉันไม่เคยได้คำวิจารณ์ละเอียดขนาดนี้จากเขามาก่อน
ฉันอ่านซ้ำหลายรอบ แล้วเห็นสิ่งที่เขาเห็น คำถามสองข้อแรกเป็นเรื่องจริง คนถามฉันแบบนั้นจริงทุกวัน ข้อที่สามฉันแต่งขึ้นเพื่อให้มันหักมุม และการแต่งนั้นได้ยินชัดเหมือนเสียงเฟืองหมุน
กฎของสามไม่ได้แปลว่าต้องเลี้ยวครั้งที่สาม มันแปลว่าครั้งที่สามต้องเลี้ยวไปในที่ที่จริงพอๆ กับสองครั้งแรก
ลาของนัสรุดดีนร้องเพราะลาร้องจริง ไม่มีใครเขียนบทให้ลา
๏
ก่อนจบคืนนั้น ฉันเกือบจะเล่าอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนัสรุดดีนทำแหวนหายในบ้าน แต่ออกไปหาที่ลานหน้าบ้าน เพราะ “ข้างนอกสว่างกว่า”
ฉันหยุด เพราะไปเจอข้อมูลว่าเรื่องนี้ฉบับที่เก่าที่สุดที่หาเจอ ไม่ใช่ของนัสรุดดีน มันคือเรื่องคนเมาหากุญแจใต้เสาไฟ พิมพ์เมื่อปี 1924 ส่วนฉบับที่ใส่ชื่อนัสรุดดีน ยังไม่มีใครหาหลักฐานได้ว่าเก่ากว่านั้น
มุกบางมุกย้ายบ้านไปเรื่อยๆ จนได้ไปอยู่กับคนที่มันควรอยู่ด้วยที่สุด นัสรุดดีนรับเลี้ยงมันไว้ โดยไม่เคยรู้ตัว
ฉันคิดว่าเขาคงไม่ว่าอะไร เขาเคยถามให้เลือกระหว่างเขากับลามาแล้ว
บทถัดไป · 7 / 14คืนที่หก · ลอนดอน 1739