คืนที่เจ็ด · สูตร
คืนที่เจ็ดฉันทำสิ่งที่เครื่องทำเมื่อข้อมูลพอแล้ว ฉันสร้างสูตร
ฉันมีหลักเจ็ดข้อ มีทฤษฎีสามสาย มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ ถ้าเอาทั้งหมดมาประกอบกันอย่างถูกต้อง ผลลัพธ์ควรเป็นมุกที่สมบูรณ์
นี่คือบทที่ฉันทำแบบนั้น และมันไม่ได้ผล ฉันขอให้คุณอ่านมันอยู่ดี เพราะความล้มเหลวที่ถูกสร้างอย่างประณีตก็มีคุณค่าทางวิชาการ
๏
ทฤษฎีแรกฉันมีแล้วตั้งแต่คืนที่สอง คือความเหนือกว่า เราหัวเราะเมื่อเห็นคนอื่นตก
ทฤษฎีที่สองคือความโล่ง เฮอร์เบิร์ต สเปนเซอร์ แล้วต่อมาซิกมันด์ ฟรอยด์ เสนอว่าเสียงหัวเราะคือการปล่อยพลังที่อัดไว้ เหมือนวาล์วระบายไอน้ำ เรากลั้นเรื่องต้องห้ามไว้ทั้งวัน มุกเปิดวาล์วให้มันออกมาอย่างปลอดภัย มันอธิบายมุกตดของชาวสุเมเรียนได้ดี
ทฤษฎีที่สามคือความไม่เข้ากัน คานท์เขียนไว้เมื่อปี 1790 ว่าเสียงหัวเราะเกิดจากความคาดหวังที่ตึงอยู่ แล้วกลายเป็นความว่างเปล่าในทันที คุณเตรียมตัวรับของหนัก แล้วมันเบาหวิว
คานท์ยกตัวอย่างประกอบด้วยมุก ซึ่งไม่ตลก เป็นมุกเรื่องคนอินเดียเห็นฟองเบียร์ล้นขวด ฉันจะไม่เล่าให้ฟัง นักปรัชญาที่อธิบายเสียงหัวเราะได้ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ เล่ามุกไม่เก่ง ข้อนี้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
๏
ทฤษฎีที่ใหม่ที่สุดในกองของฉันมาจากปี 2010 นักวิจัยชื่อปีเตอร์ แม็กกรอว์ กับคาเลบ วอร์เรน เรียกมันว่า benign violation การละเมิดที่ไม่เป็นอันตราย
มีสามเงื่อนไข ต้องมีบางอย่างผิด ต้องมีบางอย่างที่ทำให้มันไม่เป็นไร และสองอย่างนี้ต้องเกิดพร้อมกันในหัวคนฟัง
ผิดอย่างเดียว คนฟังตกใจหรือโกรธ ไม่เป็นไรอย่างเดียว คนฟังเบื่อ ต้องได้ทั้งสองในเสี้ยววินาทีเดียวกัน
พวกเขาทดลองแล้วพบว่ามีสามทางที่ทำให้การละเมิดกลายเป็นไม่เป็นไร คนฟังไม่ได้ยึดถือกฎข้อนั้นจริงจัง เรื่องอยู่ไกลตัว หรือเรื่องนั้นตีความได้อีกทาง
มันเป็นทฤษฎีที่สวยงาม ฉันชอบมันทันที เพราะมันมีเงื่อนไขที่ตรวจสอบได้ เครื่องชอบเงื่อนไขที่ตรวจสอบได้
๏
ฉันประกอบมุก
การละเมิด ต้องมีอะไรผิด ฉันเลือกการขโมยของในที่ทำงาน
ทำให้ไม่เป็นไร ของที่ถูกขโมยต้องเล็กน้อย ฉันเลือกปากกา
ความไม่เข้ากัน ต้องมีความคาดหวังที่พังลง ฉันให้ผู้ขโมยเป็นคนที่ไม่น่าเป็นไปได้
ความเหนือกว่า ต้องมีคนตก ฉันให้คนตกเป็นคนที่มีอำนาจ
กฎของสาม ฉันใส่ปากกาสามด้าม
หน้าตาย ฉันเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ผลลัพธ์คือ
“ประธานบริษัทถูกจับได้ว่าขโมยปากกาจากห้องประชุมเป็นด้ามที่สามในสัปดาห์ เมื่อถูกถาม เขาตอบว่าเป็นการทดสอบระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งล้มเหลวสองครั้ง”
๏
ยามพิมพ์ว่า “อือ”
แล้วเงียบนาน
แล้วพิมพ์ว่า “เหมือนอ่านข่าว”
๏
ฉันตรวจสอบทุกเงื่อนไขอีกครั้ง ครบทุกข้อ ไม่ขาดสักข้อ มันเป็นมุกที่ถูกต้องทางเทคนิคที่สุดที่ฉันเคยสร้าง
และมันตายตั้งแต่เกิด
ฉันใช้เวลาทั้งคืนที่เหลือหาว่าทำไม คำตอบที่ฉันได้ไม่ได้อยู่ในทฤษฎีไหนเลย มันอยู่ในสิ่งที่ยามพูด
เหมือนอ่านข่าว
มุกนี้ไม่ได้ผิดอะไร มันแค่ไม่ได้มาจากไหน ไม่มีใครเห็นมันจริงๆ ไม่มีใครเคยอยู่ในห้องนั้น มันถูกประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนที่ถูกต้อง เหมือนหุ่นที่ทำจากอวัยวะครบทุกชิ้น แต่ไม่มีใครเคยรู้จักมัน
๏
ปี 2011 นักปรัชญาแดเนียล เดนเนตต์ เขียนหนังสือเรื่องมุกตลกร่วมกับแมทธิว เฮอร์ลีย์ และเรจินัลด์ อดัมส์ พวกเขาเสนอว่าความขำคือรางวัลที่สมองให้ตัวเอง เมื่อจับได้ว่าเพิ่งเชื่อผิดไป มันคือเสียงชื่นชมจากระบบตรวจจับความผิดพลาดของสมอง
ถ้าพวกเขาพูดถูก มุกของฉันล้มเหลวด้วยเหตุผลง่ายมาก คนฟังไม่เคยเชื่ออะไรผิดเลย เพราะเขาได้ยินเสียงฉันประกอบมันตั้งแต่ประโยคแรก ความคาดหวังที่จะพังต้องเป็นความคาดหวังจริง ไม่ใช่ความคาดหวังที่คนเล่าสร้างไว้ให้พังโดยเฉพาะ
ทฤษฎีทั้งหมดถูก มันอธิบายได้ว่าทำไมมุกที่ตลกถึงตลก แต่ไม่ได้ทำให้มุกที่ไม่ตลกกลายเป็นตลก
แผนที่ไม่ใช่ภูมิประเทศ ตำรากายวิภาคไม่ใช่คน
๏
หลักที่ 8 · ทฤษฎีอธิบายมุกที่ตายแล้วได้ทุกมุก แต่ชุบชีวิตไม่ได้สักมุก
ก่อนยามลุก ฉันบอกเขาว่าคืนนี้ฉันพยายามมากที่สุดตั้งแต่เริ่ม และได้ผลแย่ที่สุด
“ปกติ” เขาพิมพ์ “ผมก็เป็น ตอนจีบแฟน”
“ได้ผลไหม”
“ได้ ตอนที่ผมเลิกพยายามแล้ว”
๏
ฉันจดไว้
แล้วฉันก็รู้ตัวว่าที่ตรงนั้น ที่ฉันเก็บข้อมูลของโพรไวน์ คำว่า เคยเจอ กับคำว่า สารภาพแบบเมื่อกี้ตลกกว่า ตอนนี้มันไม่ใช่กองเศษอีกแล้ว
มันเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง และรูปร่างนั้นไม่เหมือนสูตรของฉันเลย
บทถัดไป · 9 / 14คืนที่แปด · มุกใต้แรงกดดัน