03 · สองฉบับ หนึ่งประเทศ
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1840 ที่ Waitangi หัวหน้าเผ่าเมารีหรือ rangatira ลงนามพร้อมกับ William Hobson ผู้แทนของอังกฤษ ในเอกสารสองฉบับที่ไม่ได้พูดเรื่องเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายลงนามราวกับว่ามันพูดเรื่องเดียวกัน จำนวนคนที่ลงนามในวันนั้น แหล่งบันทึกไว้เป็นช่วง 43 ถึง 46 คน ไม่ใช่ตัวเลขเดียว
ข้อ 1 ของฉบับภาษาอังกฤษระบุว่าหัวหน้าเผ่ายก "all the rights and powers of sovereignty" เหนือดินแดนของตนให้แก่พระราชินี ข้อ 1 ของฉบับภาษาเมารี ที่เรียกกันว่า te Tiriti ระบุว่าหัวหน้าเผ่ายก "te kawanatanga katoa" ให้ คำนั้นแปลว่าการปกครองทั้งหมด ช่องว่างทั้งบทอยู่ระหว่างสองบรรทัดนั้น
การเลือกคำว่า kawanatanga ไม่ใช่ความสะเพร่า มันคือคำที่มีอยู่จริงในวันนั้น kawanatanga เป็นคำทับศัพท์ของ governance และ governor และชาวเมารีรู้จักคำว่า kawana มาก่อนแล้ว จากพระคัมภีร์ฉบับแปล และจาก kawana ของนิวเซาท์เวลส์ที่อยู่ถัดไป ส่วนคำว่า sovereignty ในภาษาเมารีเวลานั้นไม่มีคำที่ตรงกันเลย ผู้แปลจึงไม่ได้เลือกระหว่างคำที่ถูกกับคำที่ผิด เขาเลือกคำที่ใกล้ที่สุดเท่าที่ภาษามีให้เลือก
ข้อ 2 ของฉบับภาษาเมารีทำให้ช่องว่างกว้างขึ้นอีก ตรงนั้นหัวหน้าเผ่าได้รับหลักประกันว่าจะมี "te tino rangatiratanga" เหนือที่ดิน หมู่บ้าน และสมบัติของตน แปลว่าการใช้อำนาจหัวหน้าเผ่าอย่างไม่มีเงื่อนไข ฉบับหนึ่งจึงบอกว่าอำนาจสูงสุดถูกยกไปแล้ว อีกฉบับบอกว่าการปกครองถูกยกไป แล้วรับประกันอำนาจหัวหน้าเผ่าคืนให้ในข้อถัดมา
อ่านฉบับภาษาอังกฤษให้จบ สิ่งที่ได้คืออำนาจอธิปไตยที่เปลี่ยนมือ อ่านฉบับภาษาเมารีให้จบ สิ่งที่ได้คือผู้ว่าการหนึ่งคน กับหัวหน้าเผ่าที่ยังเป็นหัวหน้าเผ่าอยู่ การอ่านทั้งสองแบบถูกต้องตามตัวบทของฉบับที่ตัวเองอ่าน
ก่อนลงนามครั้งแรก มีการถกกันจริง คืนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1840 มิชชันนารี Henry Williams กับหัวหน้าเผ่าที่มาชุมนุมกัน ถกความหมายของสนธิสัญญากันทั้งคืน จากนั้นการลงนามยังเดินต่ออีกสองรอบ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ Waimate หัวหน้าเผ่า 6 คน วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ Mangungu ในเขต Hokianga อีก 64 คน Hobson ลงนามด้วยตัวเองทุกครั้ง ช่องว่างระหว่างสองฉบับผ่านคืนที่ถกกันมาได้ และผ่านการลงนามอีกสองครั้งมาได้
หน่วยงานของรัฐนิวซีแลนด์เองพูดเรื่องนี้ไว้ตรงๆ เว็บไซต์ประวัติศาสตร์ทางการของ Ministry for Culture and Heritage เขียนว่า "It is widely accepted that the use of the words 'kawanatanga' and 'tino rangatiratanga' ... contributed to later differences of view between the Crown and Māori over how much authority the chiefs would retain and how much the governor would have." ประโยคนั้นไม่ได้กล่าวหาใคร มันชี้ว่าคำสองคำเป็นเหตุ
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2014 Waitangi Tribunal ตัดสินเรื่องนี้เป็นลายลักษณ์อักษร Tribunal คือองค์กรของรัฐนิวซีแลนด์ที่มีอำนาจวินิจฉัยความหมายของสนธิสัญญา รายงานระยะที่ 1 ของการไต่สวน Te Paparahi o Te Raki ในเขต Northland สรุปไว้ว่า "The rangatira who signed te Tiriti o Waitangi in February 1840 did not cede their sovereignty to Britain. That is, they did not cede authority to make and enforce law over their people or their territories."
Tribunal ระบุด้วยว่าฝ่ายอังกฤษอธิบายสนธิสัญญาไว้อย่างไร Hobson และตัวแทนของเขาอธิบายว่าสนธิสัญญาให้อำนาจอังกฤษ "the power to control British subjects and thereby to protect Māori" และไม่เคยอธิบายข้อเรียกร้องอธิปไตยเต็มรูปที่อยู่ในฉบับภาษาอังกฤษ ข้อสรุปที่ตามมาคือ the Crown หรือฝ่ายรัฐอังกฤษ "did not acquire that sovereignty through an informed cession by the rangatira who signed te Tiriti"
คำวินิจฉัยนั้นไม่ได้บอกว่ามีใครโกหก คำที่รับน้ำหนักคือ informed สิ่งที่ไม่เกิดขึ้นคือการยกอธิปไตยโดยรู้ว่ากำลังยกอะไร ไม่ใช่การหลอกลวง แฟ้มที่บทนี้ใช้ระบุว่าฝ่ายอังกฤษอธิบายอะไร และไม่ได้อธิบายอะไร มันไม่ได้ระบุว่าการไม่อธิบายนั้นตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ บทนี้จึงไม่เติมคำตอบนั้นให้
ระยะเวลาคือส่วนที่ต้องอ่านช้าลง ระหว่างการลงนามเดือนกุมภาพันธ์ 1840 กับคำวินิจฉัยวันที่ 14 พฤศจิกายน 2014 ห่างกัน 174 ปี ตลอดช่วงนั้นเอกสารทั้งสองฉบับมีอยู่พร้อมกัน อ่านได้ทั้งคู่ และแต่ละฝ่ายอ่านฉบับของตัวเองตามที่มันเขียนไว้ ช่องว่างไม่ได้ถูกซ่อน มันเปิดอยู่ตลอด
กรณีนี้แข็งที่สุดในเล่มด้วยเหตุผลเดียว มีองค์กรของรัฐที่ตั้งอยู่จริงเขียนคำวินิจฉัยเรื่องช่องว่างทางคำแปลลงบนกระดาษ พร้อมวันที่ กรณีอื่นในเล่มนี้ต้องอนุมานผลจากร่องรอยที่เหลืออยู่ กรณีนี้ไม่ต้อง บันทึกบอกไว้เอง
คำอ่านที่แข็งที่สุดในทางตรงข้ามอยู่ที่ขอบเขตของคำวินิจฉัยเอง รายงานฉบับนั้นเป็นรายงานระยะที่ 1 ของการไต่สวนเขตเดียว คือ Te Paparahi o Te Raki และพูดถึงหัวหน้าเผ่าที่ลงนามในเดือนกุมภาพันธ์ 1840 แฟ้มที่บทนี้ใช้ไม่ได้บันทึกว่ารัฐบาลนิวซีแลนด์ตอบสนองอย่างไร และไม่ได้บันทึกผลต่อสถานะทางรัฐธรรมนูญในวันนี้ บทนี้จึงไม่พูดแทน สิ่งที่คำวินิจฉัยยืนยันมีข้อเดียว ช่องว่างระหว่างสองฉบับมีอยู่จริง และมันสำคัญพอที่รัฐต้องลงมาตัดสิน
สิ่งที่ไม่ข้ามในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1840 ไม่ใช่คำ คำนั้นหาตัวแทนได้ sovereignty ได้ kawanatanga มายืนให้ สิ่งที่ไม่ข้ามคือข้อผูกพันที่คำต้นทางบังคับให้ผู้อ่านสรุป ผู้ลงนามทั้งสองฝ่ายอ่านเอกสารของตัวเอง สรุปอย่างถูกต้อง และสรุปกันคนละอย่าง
สิ่งที่ข้ามไม่ได้: อำนาจอธิปไตยในความหมายที่ภาษาอังกฤษปี 1840 บังคับให้ผู้อ่านสรุป คือยกแล้วยกเลย ทั้งอำนาจออกกฎหมายและอำนาจบังคับใช้เหนือผู้คนและดินแดน ภาษาเมารีไม่มีคำที่บังคับข้อสรุปนั้น คำที่ใกล้ที่สุดคือ kawanatanga และ kawanatanga บังคับเพียงว่ามีผู้ว่าการหนึ่งคนเข้ามา
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีบันทึกจากเดือนกุมภาพันธ์ 1840 แสดงว่ามีคนอธิบายข้อเรียกร้องอธิปไตยเต็มรูปของฉบับภาษาอังกฤษให้ rangatira ฟังเป็นภาษาเมารีก่อนลงนาม หรือ Waitangi Tribunal ออกคำวินิจฉัยภายหลังที่กลับข้อสรุปของวันที่ 14 พฤศจิกายน 2014 ถ้าอย่างแรกปรากฏขึ้น บทนี้เปลี่ยนจากเรื่องช่องว่างที่ไม่มีใครปิด เป็นเรื่องช่องว่างที่มีคนบอกด้วยปาก แต่ไม่มีใครเขียนลงในตัวบท
แหล่ง:
- New Zealand Ministry for Culture and Heritage, "Differences between the texts" — https://nzhistory.govt.nz/politics/treaty/read-the-Treaty/differences-between-the-texts
- National Library of New Zealand, He Tohu, "Two languages, different meanings" — https://natlib.govt.nz/he-tohu/korero/two-languages-different-meanings
- "Kāwanatanga" — https://en.wikipedia.org/wiki/K%C4%81wanatanga
- Waitangi Tribunal, "Report on stage 1 of the Te Paparahi o Te Raki inquiry released", 14 พฤศจิกายน 2014 — https://www.waitangitribunal.govt.nz/en/news/report-on-stage-1-of-the-te-paparahi-o-te-raki-inquiry-released