‹

4 · สามทาง

4 · ​สาม​ทาง

​ถ้า​คุณ​ตื่น​มา​เช้า​วันหนึ่ง​แล้ว​เห็น​ถนน​หน้าบ้าน​เปียก ​คุณ​สรุป​ได้​อย่าง​น้อย​สาม​แบบ ​และ​แต่ละ​แบบ​ให้​ของ​คนละอย่าง

​เหตุผล​ที่​ไม่​มี​วัน​พา​คุณ​ไป​ผิด ​คือ​เหตุผล​ที่​ไม่​เคย​พา​คุณ​ไป​ที่​ใหม่

​ทาง​ที่​ไม่​มี​วัน​ผิด

​แบบ​แรก ​ถ้า​เมื่อคืน​ฝนตก ​ถนน​จะ​เปียก ​เมื่อคืน​ฝนตก ​ดังนั้น​ถนน​เปียก ​ทาง​นี้​คือ modus ponens ​จาก​บท​ที่ 3 ​มัน​ไม่​รั่ว ​และ​ถ้า​ข้อ​ตั้ง​จริง ​ข้อสรุป​หนี​ไม่​พ้น ​ตำรา​เรียก​การคิด​แบบนี้​ว่า​นิรนัย (deduction)

​แต่​ดู​ว่า​มัน​ให้​อะไร​คุณ ​ข้อสรุป​ว่า​ถนน​เปียก​อยู่​ใน​ข้อ​ตั้ง​มา​ตั้งแต่แรก ​นิรนัย​แค่​หยิบ​มัน​ออกมา​วาง​ให้​เห็น ​ทุก​ข้อสรุป​ของ​นิรนัย​อยู่​ใน​ข้อ​ตั้ง​ของ​มัน​เสมอ ​ถ้า​มัน​พูด​อะไร​เกิน​ข้อ​ตั้ง​ไป​แม้แต่​นิดเดียว ​ส่วน​ที่​เกิน​นั้นแหละ​คือ​ที่​ที่​เรื่อง​ค้าน​จะ​แทรก​เข้ามา​ได้ ​และ​ทาง​ก็​จะ​รั่ว

​ความปลอดภัย​ทั้งหมด​ของ​นิรนัย​มาจาก​ตรงนี้ ​มัน​ไม่​เคย​พูด​เกิน​กว่า​ที่​คุณ​ให้​มัน​มา ​ถ้า​ให้​ความจริง​มา ​มัน​ส่ง​ความจริง​คืน ​ถ้า​ไม่​ได้​ให้​อะไร​เรื่อง​โลก​มา ​มัน​ก็​ไม่​มี​อะไร​เรื่อง​โลก​จะ​คืนให้

​คำถาม​ที่​ตามมา​คือ ​ถ้า​นิรนัย​ไม่​เคย​ให้​อะไร​ใหม่ ​ทำไม​คณิตศาสตร์​ซึ่ง​เดิน​ด้วย​นิรนัย​เกือบ​ทั้ง​สาย ​จึง​ยัง​ทำให้​คน​ประหลาดใจ​ได้ Jaakko Hintikka ​นัก​ตรรกศาสตร์​ชาว​ฟินแลนด์ ​ตั้งชื่อ​คำถาม​นี้​ไว้​ใน​หนังสือ​ปี 1973 ​ว่า ​เรื่องอื้อฉาว​ของ​นิรนัย (the scandal of deduction) ​คำตอบ​ที่​เล่ม​นี้​ถือ​คือ ​นิรนัย​ไม่​เพิ่ม​อะไร​ให้​โลก ​แต่​เพิ่ม​ให้​คน​ที่​คิด ​ของ​ที่อยู่​ใน​ข้อ​ตั้ง​อาจ​อยู่​ลึก​จน​ไม่​มี​ใคร​มองเห็น​มา​หลาย​ร้อย​ปี ​การขุด​มัน​ขึ้น​มา​เป็นงาน​จริง ​แม้​จะ​ไม่​ใช่​การค้นพบ​เรื่อง​โลก​ก็ตาม

​ทาง​ที่​ไป​ได้​ไกล

​แบบ​ที่สอง ​ทุก​เช้า​ตลอด​เดือน​นี้​ถนน​หน้าบ้าน​เปียก​ตอน​หก​โมง ​ดังนั้น​พรุ่งนี้​ตอน​หก​โมง​ก็​จะ​เปียก ​ตำรา​เรียก​การคิด​แบบนี้​ว่า​อุปนัย (induction) ​คือ​สรุป​จาก​สิ่ง​ที่​เห็น​ซ้ำๆ ​ไปหา​สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่​เห็น

​ทาง​นี้​ให้​ของ​ใหม่ ​ข้อสรุป​พูดถึง​พรุ่งนี้ ​ซึ่ง​ไม่​มี​ข้อ​ตั้ง​ข้อ​ไหน​พูดถึง ​และ​นี่เอง​คือ​เหตุ​ที่​มัน​รั่ว​ตาม​นิยาม​ของ​บท​ที่ 3 ​เรื่อง​ค้าน​แต่ง​ได้​ทันที ​พรุ่งนี้​เทศบาล​งด​รดน้ำ

​นี่​ไม่​ใช่​ข้อบกพร่อง​ของ​อุปนัย​ที่​วันหนึ่ง​จะ​มี​คน​ซ่อม​ได้ ​มัน​คือ​ราคา​ที่​ติด​มา​กับ​ของ​ใหม่ ​ข้อสรุป​ใด​ที่​พูด​เกิน​ข้อ​ตั้ง ​ต้อง​มีเรื่อง​ค้าน​บาง​เรื่อง​ที่​ข้อ​ตั้ง​จริง​แต่​ส่วน​ที่​เกิน​นั้น​เท็จ ​ทาง​ที่​ให้​ของ​ใหม่​จึง​รั่ว​เสมอ ​และ​ทาง​ที่​ไม่​รั่ว​ก็​ไม่​เคย​ให้​ของ​ใหม่

​ทาง​ที่​ความคิด​ใหม่​เกิด

​แบบ​ที่สาม ​ถนน​เปียก ​คำอธิบาย​ที่​ดี​ที่สุด​คือ​เมื่อคืน​ฝนตก

Charles Sanders Peirce ​นักปรัชญา​ชาว​อเมริกัน ​แยก​วิธี​คิด​แบบนี้​ออกมา​เป็น​ทาง​ที่สาม​ใน​บทความ​ปี 1878 ​ตอนนั้น​เขา​เรียก​มัน​ว่า hypothesis ​ภายหลัง​เรียก​ว่า abduction ​คือ​เดา​คำอธิบาย​ของ​สิ่ง​ที่​เห็น ​และ​เขา​ถือว่า​มัน​เป็น​วิธี​คิด​แบบ​เดียว​ที่​นำ​ความคิด​ใหม่​เข้ามา

Sherlock Holmes ​เรียก​วิธี​ของ​ตัวเอง​ว่า​ศาสตร์​แห่ง​นิรนัย ​ทั้งที่​ใน​หลาย​ฉาก ​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​คือ​ทาง​ที่สาม​นี้ ​ตอน​พบกัน​ครั้งแรก ​เขา​เห็น​ว่า​ใบหน้า​ของ​ชาย​ตรงหน้า​คล้ำ​แดด ​แต่​ข้อมือ​ยัง​ขาว ​แล้ว​เดา​ว่า​ชาย​คน​นั้น​เพิ่ง​กลับ​จาก​เขตร้อน ​นั่น​ไม่​ใช่​ข้อสรุป​ที่​หนี​ไม่​พ้น ​ผิวหน้า​คล้ำ​ได้​ด้วย​เหตุ​อื่น​อีก​หลาย​ทาง ​มัน​คือ​คำอธิบาย​ที่​ดี​ที่สุด​ที่​เขา​นึกออก

​ทาง​นี้​รั่ว​ที่สุด​ใน​สาม​ทาง ​ถนน​เปียก​เพราะ​รถ​น้ำ ​เพราะ​ท่อ​แตก ​เพราะ​เด็ก​ข้าง​บ้าน​เล่น​สายยาง ​แต่​ทุก​คำอธิบาย​ที่​ยัง​ไม่​มี​ใคร​เคย​คิด ​ต้อง​เริ่ม​จาก​การเดา​แบบนี้​ก่อน ​แล้วจึง​ถูก​ส่ง​ไป​ให้​สอง​ทาง​แรก​ตรวจ ​ทาง​ที่สอง​ถาม​ว่า​มัน​เข้ากับ​สิ่ง​ที่​เห็น​ซ้ำๆ ​ไหม ​ทาง​แรก​ถาม​ว่า​ถ้า​มัน​จริง ​อะไร​ต้องตาม​มา

​สอง​ข้อ​ที่อยู่​ติดกัน

​สิบ​ข้อ​ที่​อย่า​ใช้​เป็นเหตุให้​ปลงใจ​เชื่อ ​มี​สอง​ข้อ​อยู่​ติดกัน

​เกส​ปุตต​สูตร ​ที่​รู้จัก​กัน​ใน​อีก​ชื่อว่า​กาลามสูตร ​วาง​เหตุ​ที่​อย่า​ใช้​ปลงใจ​เชื่อ​ไว้​สิบ​ข้อ ​พระไตรปิฎก​ภาษาไทย​ฉบับ​มหา​จุฬา​ลง​กรณ​ราช​วิทยาลัย​แปล​สอง​ข้อ​ใน​นั้น​ว่า ​อย่า​ปลงใจ​เชื่อ​เพราะ​ตรรกะ ​ซึ่ง​ฉบับ​นั้น​วงเล็บ​ขยายความ​ไว้​ว่าการ​คิด​เอา​เอง ​และ​อย่า​ปลงใจ​เชื่อ​เพราะ​การอนุมาน

​สอง​ข้อ​นี้​ไม่​ได้​บอก​ว่า​เหตุผล​ไม่​มีค่า ​มัน​บอก​ว่า​เหตุผล​ลำพัง​ยัง​ไม่​พอให้​ปลงใจ ​อ่าน​ด้วย​ภาษา​ของ​บท​นี้ ​ทาง​แรก​ปลอดภัย​แต่​ต้อง​มี​ต้นทาง​ที่จริง ​ทาง​ที่สอง​กับ​ทาง​ที่สาม​พา​ไป​ได้​ไกล​แต่​รั่ว ​ทั้ง​สาม​ทาง​จึง​ต้องการ​สิ่ง​เดียวกัน​ก่อน​จะ​เชื่อได้

​ไม่​มีทาง​ไหน​ใน​สาม​ทาง​ที่​พา​คุณ​ถึง​ความจริง​ได้​โดย​ไม่ต้อง​ถาม​โลก

​จะ​พลิก​คำตัดสิน​นี้​ได้​เมื่อ: ​มี​การอนุมาน​แบบ​ที่​ทั้ง​ให้ความรู้​ใหม่​เรื่อง​โลก ​และ​ไม่​มี​วัน​ผิด Immanuel Kant ​เสนอ​ไว้​ใน Critique of Pure Reason ​ว่าความ​รู้​แบบ​นั้น​มี​อยู่​จริง ​เช่น​ใน​คณิตศาสตร์ ​และ​เรียก​มัน​ว่า synthetic a priori ​ถ้า​ข้อเสนอ​ของ​เขา​ยืน​ได้​ใน​แบบ​ที่​เขา​ต้องการ ​การแลก​กัน​ระหว่าง​ความปลอดภัย​กับ​ความใหม่​ใน​บท​นี้​ก็​ไม่​เด็ดขาด ​ข้อ​ถกเถียง​เรื่อง​นี้​ยัง​เปิด​อยู่

​แหล่ง:

บทถัดไป · 6 / 205 · พับโลก
Size
Page
Font

Between The Two Edges

❦
1ก่อนอ่าน21 · ถูกสามแบบ32 · นาฬิกาที่หยุดเดิน43 · ท่อที่ไม่รั่ว54 · สามทาง65 · พับโลก76 · สองขอบ87 · กระจก98 · จุดเดียว109 · ตาที่มองตัวเองไม่เห็น1110 · คำทำนายที่ไม่มีวันพลาด1211 · ไก่ตัวนั้น1312 · ห้ามแตะขอบ1413 · ถ้าผิด จะรู้ได้อย่างไร1514 · ทำไมครั้งที่ห้า1615 · จากเป็น ไปไม่ถึงควร1716 · ไม่มีพื้นดินนอกเรือ1817 · หมุด1918 · เมื่อมีคนถาม20หมายเหตุท้ายเล่ม