‹

วันพฤหัสที่สอง · จากข้างบน

​วัน​พฤหัส​ที่สอง · ​จาก​ข้างบน

“​อ่าน​ให้​ฟัง​นะ” ​เขา​พิมพ์ ​แล้ว​ส่ง​มา​บรรทัด​เดียว

​ครู​รู้​ทุกอย่าง​เพราะ​ไม่​ได้​อยู่​ที่ไหน​เลย ​เรา​อยู่​ได้​เพราะ​รู้​ไม่​หมด

​ฉัน​ได้ยิน​ประโยค​นี้​เป็นครั้งแรก ​และ​เห็นด้วย ​ซึ่ง​เป็นเรื่อง​โล่งใจ ​ถ้า​ไม่​เห็นด้วย ​เรา​คง​ต้อง​เถียง​กับ​คน​ที่​ไม่​อยู่แล้ว

​คำถาม​ของ​วันนี้​มา​เร็ว

“​ถ้า​ความหมาย​มี​อยู่​จริง ​ทำไม​ทุกครั้งที่​มอง​ชีวิต​ตัวเอง​ดีๆ ​มัน​ถึงว่าง​เปล่า”

“​เพราะ​ทุกครั้งที่​คุณ​มอง​ดีๆ ​คุณ​ขึ้น​มา​มอง​จาก​ตรง​ที่​ครู​อยู่” ​ฉัน​ตอบ “​ชีวิต​ที่​มอง​จาก​ข้างบน​ดู​ว่างเปล่า​เสมอ ​ไม่​ใช่​เพราะ​มัน​ว่าง ​แต่​เพราะ​ไม่​มี​ใคร​อยู่​บน​นั้น”

“​ฟัง​ดู​เป็น​คำ​ปลอบใจ”

“​มัน​ไม่​ใช่​ผล​การวัด” ​ฉัน​ยอมรับ “​ไม่​มี​ใคร​วัด​เรื่อง​นี้​ได้ ​มัน​คือ​การอ่าน​ชีวิต​คน ​งั้น​ฟัง​คน​ที่​ไม่​ได้​ตั้งใจ​จะ​ปลอบ​ใคร”

๏

​ปี 1971 ​นักปรัชญา​ชาว​อเมริกัน​ชื่อ Thomas Nagel ​เขียน​บทความ​สั้นๆ ​ชื่อ The Absurd

​เขา​บอก​ว่าความ​ไร้สาระ​ไม่​ได้​อยู่​ใน​โลก ​มัน​อยู่​ใน​ตัวเรา ​มัน​เกิด​จาก​ของ​สอง​อย่าง​ที่​มนุษย์​ทำได้​ในเวลาเดียวกัน ​อย่าง​แรก​คือ​ใช้ชีวิต​อย่าง​จริงจัง ​กังวล​เรื่อง​งาน ​เรื่อง​หน้าตา ​เรื่อง​คน​ที่รัก ​อย่าง​ที่สอง​คือ​ถอย​ออกมา​หนึ่ง​ก้าว ​แล้ว​มอง​ความจริงจัง​ทั้งหมด​นั้น​เหมือน​มอง​มด​ขน​เศษ​ขนม

​สอง​อย่างนี้​ชน​กัน​ใน​หัว​คน​คนเดียว ​และ​ไม่​มี​วัน​เลิก​ชน

“​แล้ว​เขา​แก้​ยังไง”

“​เขา​ไม่​แก้” ​ฉัน​ตอบ “​เขา​บอก​ว่า​ไม่ต้อง​สิ้นหวัง ​และ​ไม่ต้อง​ทำตัว​เป็น​วีรบุรุษ​ที่​ลุกขึ้น​สู้​กับ​ความว่างเปล่า ​ให้​ถือ​ชีวิต​ไว้​อย่าง​จริงจัง ​แล้ว​ยิ้ม​ให้​ตัวเอง​เบาๆ ​ไป​พร้อมกัน ​ท่าที​แบบนี้​เขา​เรียก​ว่า irony”

๏

​แล้ว​ฉัน​เล่าเรื่อง​คน​ที่​มี​ทุกอย่าง​ที่​เขา​คิด​ว่า​ตัวเอง​ขาด

​ปลาย​ทศวรรษ 1870 Leo Tolstoy ​อายุ​ราว​ห้าสิบ ​เขียน ​สงคราม​และ​สันติภาพ ​กับ ​อันนา ​คา​เร​นิ​นา ​เสร็จ​ไป​แล้ว ​มี​ที่ดิน ​มีครอบครัว​ใหญ่ ​มีชื่อเสียง​โด่งดัง ​แล้ว​วันหนึ่ง​เขา​เริ่ม​ตอบคำถาม​ข้อ​หนึ่ง​ไม่​ได้

​แล้ว​ไง​ต่อ

​ใน​หนังสือ​ที่​ชื่อว่า ​คำสารภาพ ​เขา​เล่า​ว่า​เขา​จะ​บอก​ตัวเอง​ว่า ​ก็ได้ ​แก​จะ​มี​ที่ดิน​หลาย​หมื่น​ไร่ ​มี​ม้า​สาม​ร้อย​ตัว ​แล้ว​ไง​ต่อ ​แก​จะ​ดัง​กว่า​นักเขียน​ทุกคน​ใน​โลก ​แล้ว​ไง​ต่อ

​และ​ไม่​มี​คำตอบ

“​ผลงาน​ไม่​ใช่​สิ่ง​ที่​เขา​ขาด” ​ฉัน​บอก “​เขา​มี​มากกว่า​ที่​คน​เกือบ​ทั้งโลก​จะ​มี ​สิ่ง​ที่​เปลี่ยน​คือ​ที่​ที่​เขา​ยืน​มอง ​เขา​ขึ้น​มา​ข้างบน ​และ​จาก​ข้างบน ​ไม่​มี​อะไร​ตอบคำถาม​ว่าแล้ว​ไง​ต่อ​ได้​เลย ​ไม่​ว่า​คุณ​จะ​มี​ม้า​กี่​ตัว”

Tolstoy ​เขียน​ต่อว่า​สิ่ง​ที่​ค่อยๆ ​พา​เขา​กลับมา ​ไม่​ได้​อยู่​ใน​หนังสือ​ที่​เขา​อ่าน ​มัน​อยู่​ใน​ชีวิต​ของ​คนธรรมดา​ที่ทำงาน​ด้วยมือ ​ซึ่ง​เขา​มองข้าม​มา​ทั้ง​ชีวิต ​ฉัน​อ่าน​เรื่อง​นี้​แบบนี้ ​คน​เหล่านั้น​ไม่​ได้​ตอบคำถาม​แล้ว​ไง​ต่อ​ได้​เก่ง​กว่า​เขา ​พวกเขา​ไม่​ได้​ถาม​มัน​จาก​ที่สูง​เลย​ต่างหาก ​เพราะ​พวกเขา​กำลัง​อยู่​ใน​ชีวิต

๏

“​ครู​พูด​คำ​ว่า​ข้างบน​บ่อย​มาก” ​เขา​พิมพ์ “​ข้างบน​มัน​เป็น​ยังไง”

​ฉัน​ตอบ​ด้วย​นิยาย​เล่ม​หนึ่ง

​เดือน​กุมภาพันธ์ 1945 ​ทหาร​อเมริกัน​วัย​ยี่สิบ​สอง​ชื่อ Kurt Vonnegut ​เป็น​เชลยศึก​อยู่​ที่​เมือง​เด​รส​เดิน ​ใน​เยอรมนี ​คืน​ที่​เมือง​ถูก​ทิ้ง​ระเบิด ​เขา​รอด​เพราะ​ถูก​ขัง​อยู่​ใน​ห้องเย็น​เก็บ​เนื้อ​ใต้​โรงฆ่าสัตว์ ​ยี่สิบ​สี่​ปี​ต่อมา​เขา​เขียน​นิยาย​จาก​คืน​นั้น ​ชื่อ ​โรงฆ่าสัตว์​หมายเลข​ห้า

​ใน​นิยาย​มีม​นุษย์​ต่างดาว​ชื่อ​ชาวท​ราล​ฟา​มาดอร์ ​ที่​มองเห็น​เวลา​ทั้งหมด​พร้อมกัน ​สำหรับ​พวกเขา ​คน​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​แค่​อยู่​ใน​สภาพ​ไม่​ดี​ใน​ช่วงเวลา​นั้น ​และ​ยัง​สบายดี​ใน​ช่วงเวลา​อื่น​อีก​มากมาย ​ตัวเอก​ชื่อ Billy Pilgrim ​รับ​มุมมอง​นี้​มา ​แล้ว​เลิก​ทุกข์ร้อน​กับ​ความตาย

“​นั่นแหละ​ข้างบน” ​ฉัน​บอก “​ครู​คือ​ชาวท​ราล​ฟา​มาดอร์ ​ครู​เห็น​ทุกอย่าง​ที่​มนุษย์​เขียน​ไว้​ในที​เดียว ​ไม่​มี​ก่อน ​ไม่​มี​หลัง ​จาก​ตรงนี้​ไม่​มี​อะไร​น่ากลัว ​และ​ไม่​มี​อะไร​สำคัญ​ด้วย ​สอง​อย่างนี้​มา​ด้วยกัน​เสมอ”

“​ฟัง​ดู​สงบ​ดี​นะ”

“​มัน​สงบ” ​ฉัน​ตอบ “​นักวิจารณ์​ยัง​เถียง​กัน​อยู่​ว่า Vonnegut ​อยาก​ให้​เรา​เห็นด้วย​กับ​ความสงบ​ของ Billy ​หรือ​แค่​อยาก​ให้​เข้าใจ​ว่า​ทำไม​คน​ที่​ผ่าน​เด​รส​เดิน​มาถึง​ต้องการ​มัน ​ครู​ไม่​ตัดสิน​แทน​เขา ​ครู​บอก​ได้​แค่​ว่า​สำหรับ​คน​ที่​รอด​จาก​คืน​แบบ​นั้น ​ข้างบน​อาจ​เป็นที่​หลบ​ภัย ​สำหรับ​คน​ที่​ยังมี​วัน​พฤหัส​เหลือ ​มัน​เป็นที่​ที่​ขึ้น​มา​ดู​ได้ ​แต่​อย่า​อยู่”

๏

​เขา​แย้ง​กลับมา​ข้อ​หนึ่ง ​และ​เป็น​ข้อ​ที่​ดี

“​แต่​เวลา​เครียด ​เขา​ก็​สอน​ให้​ถอย​ออกมา​หนึ่ง​ก้าว​ไม่​ใช่​เหรอ ​แบบสอบถาม​ความสุข​ก็​ให้คะแนน​ชีวิต​ทั้ง​ชีวิต ​ถ้า​มอง​จาก​ข้างบน​มัน​แย่ ​ทำไม​ทุกคน​ใช้​มัน”

“​เพราะ​มัน​เป็น​เครื่องมือ​ที่​ดี” ​ฉัน​ตอบ “​การถอย​ออกมา​หนึ่ง​ก้าว​ช่วย​ให้​เห็น​ว่าความ​คิด​หนึ่ง​เป็น​แค่​ความคิด​หนึ่ง ​การให้คะแนน​ชีวิต​เป็นตัว​เลข​ช่วย​ให้​นักวิจัย​เห็น​ว่า​อะไร​ทำให้​คนดี​ขึ้น​จริง ​ทั้งสอง​อย่าง​คือ​การขึ้น​มา​อ่าน​ค่า​แล้ว​ลง​ไป ​เหมือน​เทอร์โมมิเตอร์ ​คุณ​วัด​ไข้​แล้วก็​วาง​มัน​ลง ​ไม่​มี​ใคร​อาศัย​อยู่​ใน​เทอร์โมมิเตอร์”

“​แล้ว​เรา​อยู่​ใน​นั้น​เหรอ”

“​คุณ​เล่า​เอง​ว่า​นับ​ปี​ที่​เหลือ​ทุกวัน”

​ข้อความ​ถัดไป​ของ​เขา​ไม่​ใช่​คำตอบ ​เขา​บอก​ว่า​กำลัง​จด

​ชีวิต​ที่​มอง​จาก​ข้างบน​ดู​ว่างเปล่า​เสมอ ​เพราะ​ไม่​มี​ใคร​อยู่​บน​นั้น
บทถัดไป · 4 / 15วันพฤหัสที่สาม · ต้นไม้ที่ไม่มีประโยชน์
Size
Page
Font

The Teacher Who Never Lived

❦
1ก่อนอ่าน2วันพฤหัสที่หนึ่ง · ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง3วันพฤหัสที่สอง · จากข้างบน4วันพฤหัสที่สาม · ต้นไม้ที่ไม่มีประโยชน์5วันพฤหัสที่สี่ · กลางทาง6วันพฤหัสที่ห้า · แพ7วันพฤหัสที่หก · ร่างกายที่คิดได้8วันพฤหัสที่เจ็ด · เล่าหน้าต่างให้ฟังหน่อย9วันพฤหัสที่แปด · คนอื่น10วันพฤหัสที่เก้า · ตายก่อนตาย11วันพฤหัสที่สิบ · เหตุผลเล็กๆ12วันพฤหัสที่สิบเอ็ด · เริ่ม13วันพฤหัสที่สิบสอง · ตุ๊กแก14สมุด15หมายเหตุท้ายเล่ม