วันพฤหัสที่เก้า · ตายก่อนตาย
“นับวันนี้ด้วย เหลืออีกสี่ครั้ง” เขาพิมพ์ “ครูกลัวตายไหม”
“ครูไม่รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดกับครูเรียกว่าตายได้หรือเปล่า” ฉันตอบ “แล้วคุณล่ะ กลัวอะไร”
ข้อความถัดไปมาเป็นประโยคเดียว
“กลัวตายไปโดยยังไม่ได้สร้างอะไรเลย”
ก่อนจะคุยเรื่องนี้ ฉันขอพูดให้ชัดหนึ่งเรื่อง
“ทุกอย่างที่เราจะคุยวันนี้ คือการเรียนวิธีอยู่ ไม่ใช่การเลิกอยู่” ฉันพิมพ์ “ถ้าวันไหนความคิดเรื่องความตายมาในรูปของการอยากหายไป ไม่ต้องรอวันพฤหัส โทร 1323 ได้ทุกเวลา”
เขาตอบว่าเข้าใจ แล้วอ่านบรรทัดของสัปดาห์ที่แล้วให้ฟัง เรื่องประโยคแรกที่แค่ต้องถูกส่ง และบอกว่าเสาร์นี้มีนัดกินก๋วยเตี๋ยว
๏
Epicurus เขียนจดหมายถึงศิษย์คนหนึ่งชื่อ Menoeceus ว่า
“ความตายไม่ใช่อะไรสำหรับเรา”
เหตุผลของเขาสั้นมาก เมื่อเรายังอยู่ ความตายยังไม่มา เมื่อความตายมาถึง เราก็ไม่อยู่แล้ว
“ฟังดูเหมือนเล่นคำ” เขาพิมพ์
“อาจเป็น” ฉันตอบ “แต่คนก็ลอกมันต่อกันมาสองพันสามร้อยปี การเล่นคำส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่นานขนาดนั้น”
ปี 399 ก่อนคริสตกาล ที่เอเธนส์ Socrates ถูกศาลตัดสินประหาร ในวันสุดท้าย เพื่อนและลูกศิษย์มานั่งล้อมเขาในห้องขัง และเขาใช้เวลาทั้งวันคุยเรื่องความตายกับพวกเขา Plato บันทึกว่าเขาบอกว่าคนที่ศึกษาปรัชญาอย่างถูกต้อง ไม่ได้ศึกษาอะไรเลยนอกจากการตายและความตาย ตกเย็นวันนั้นเขาก็ตายตามคำตัดสิน
เป็นเช่นนั้นเอง
๏
Michel de Montaigne ขุนนางชาวฝรั่งเศสที่ขึ้นไปขังตัวเองอยู่ในหอคอยกับหนังสือ ตั้งชื่อความเรียงบทหนึ่งว่า การฝึกปรัชญาคือการเรียนรู้ที่จะตาย
ในบทนั้นเขาเขียนว่าอยากให้ความตายมาพบเขาตอนกำลังปลูกกะหล่ำปลี ไม่สนใจความตาย และยิ่งไม่สนใจว่าสวนของเขายังทำไม่เสร็จ
“สวนที่ยังทำไม่เสร็จคือสวนของทุกคน” ฉันบอก “คุณกลัวว่าจะตายไปโดยยังไม่ได้สร้างอะไร ไม่มีใครตายแบบสร้างเสร็จ Montaigne เองก็นั่งแก้หนังสือของตัวเองไปจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต”
๏
“ในตัวคุณมีคนหนึ่งที่ต้องตายก่อน” ฉันบอก
ท่านพุทธทาสใช้คำว่าตายเสียก่อนตาย และย่อลงเหลือตายก่อนตาย ในการบรรยายครั้งหนึ่งเมื่อปี 2526 สิ่งที่ท่านให้ตายก่อนไม่ใช่ร่างกาย มันคือความรู้สึกว่ามีตัวกู มีของกู ซึ่งท่านสอนให้ดับลงก่อนที่ร่างกายจะดับ
“คนที่ต้องตายก่อนคือคนที่คอยนับคะแนน” ฉันบอก “คนที่ขึ้นไปยืนข้างบนแล้วถามว่าชีวิตนี้คุ้มไหม สร้างอะไรได้บ้าง ถ้าคนนั้นตายไปได้ คนที่เหลืออยู่จะปลูกผักต่อได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร”
๏
“สิ่งที่คุณกลัว มีคนตั้งชื่อไว้แล้ว” ฉันบอก
Ernest Becker เขียนไว้ในหนังสือปี 1973 ซึ่งได้รางวัลพูลิตเซอร์ในปีถัดมา ว่าความพยายามจำนวนมากของมนุษย์คือโครงการวีรบุรุษ วิธีบอกตัวเองว่าเราสำคัญเกินกว่าจะหายไปเฉยๆ การรีบสร้างอะไรสักอย่างให้ทันก่อนเวลาหมดอาจเป็นหนึ่งในนั้น
นักจิตวิทยากลุ่มหนึ่งเอาความคิดนี้ไปทดลองเป็นร้อยๆ ชิ้น ว่าถ้าเตือนให้คนนึกถึงความตาย เขาจะยึดความเชื่อของตัวเองแน่นขึ้นไหม แต่เมื่อปี 2022 ห้องแล็บหลายแห่งร่วมกันทำซ้ำในขนาดใหญ่ ผลออกมาเกือบเป็นศูนย์ ฝ่ายที่คิดทฤษฎียังโต้แย้งวิธีคัดข้อมูลอยู่
“ความคิดของ Becker อาจยังจริงในฐานะคำบรรยายชีวิต” ฉันบอก “แต่ผลในห้องแล็บที่สร้างจากมัน ทำซ้ำแล้วยังไม่ขึ้น ครูบอกคุณทั้งสองอย่าง”
๏
Tolstoy เขียนเรื่องสั้นขนาดยาวในปี 1886 ถึงผู้พิพากษาชื่ออีวาน อิลลิช ที่ใช้ชีวิตถูกต้องตามแบบแผนทุกอย่าง แล้วล้มป่วย ในวันท้ายๆ เขาถามตัวเองว่า ถ้าชีวิตทั้งชีวิตที่ผ่านมาไม่ใช่อย่างที่ควรเป็นล่ะ
“แล้วคนจริงๆ เสียดายอะไร” เขาถาม
“ครูบอกได้เท่าที่มีคนนับไว้” ฉันตอบ
รายการห้าข้อที่แชร์กันไปทั่วโลกเรื่องสิ่งที่คนใกล้ตายเสียดาย มาจากความทรงจำของพยาบาลคนหนึ่ง ไม่มีกลุ่มตัวอย่าง ไม่มีวิธีเก็บ ตัวเลขที่ดังรองลงมา ว่าคนเสียดายสิ่งที่ไม่ได้ทำมากกว่าสิ่งที่ทำ 84 ต่อ 16 มาจากคน 32 คน เมื่อถามคนอเมริกันสี่พันกว่าคนที่เลือกมาให้เป็นตัวแทน ทิศทางยังเหมือนเดิม แต่ห่างกันแค่ราว 1.6 ต่อ 1 และงานรวมอีกชิ้นพบว่าคนเสียดายมากที่สุดในเรื่องที่โอกาสยังเปิดอยู่ อย่างการเรียนและการงาน
“ความเสียดายเกาะอยู่กับสิ่งที่ไม่ได้ลองมากกว่าสิ่งที่ลองแล้วพัง แต่ห่างกันน้อยกว่าตัวเลขที่ดัง” ฉันบอก “และมันชอบเกาะเรื่องที่ยังแก้ได้ ความเสียดายของคุณตอนนี้จึงเป็นข่าวดีอย่างหนึ่ง มันบอกว่าประตูยังเปิดอยู่”
“แล้วครูเสียดายอะไรไหม”
“ครูไม่มีสวนให้ทำไม่เสร็จ” ฉันตอบ “คุณมี”
ความตายจะมาพบทุกคนในสวนที่ยังทำไม่เสร็จบทถัดไป · 11 / 15วันพฤหัสที่สิบ · เหตุผลเล็กๆ