26 · แหล่ง และระดับความมั่นใจ
ทุกตัวเลขในเล่มนี้มีแถวของมันอยู่ที่นี่ พร้อมปีที่วัดและเครื่องมือที่ใช้ ตรงไหนที่หลักฐานบาง เขียนว่าบาง ตรงไหนที่ไม่มีตัวเลขที่ตรวจแล้ว เขียนว่าไม่มี
ตัวเลขทุกตัวถูกตรวจกับแหล่งเมื่อเดือนกันยายน 2026
บทที่ 1 · วงจรของ amygdala
- J. LeDoux — แบบจำลองสองเส้นทางไปยัง amygdala (ทางสั้นผ่าน thalamus · ทางยาวผ่าน cortex)
— ความมั่นใจ 90% ว่าแบบจำลองนี้คือสิ่งที่เขาเสนอไว้เดิม
- LeDoux เขียนแก้แบบจำลองของตัวเองภายหลัง — ทั้งสองเส้นทางเป็นช่องทางที่ทำงานนอกการรู้ตัว
และประสบการณ์ความกลัวแบบรู้ตัว ถูกประกอบขึ้นจากสมองอีกชุดหนึ่ง แนวคิดนี้เรียกว่า survival circuits — ความมั่นใจ 85% · มีการถกเถียงในวรรณกรรมว่าทางสั้นมีอยู่จริงแค่ไหน และเล่มนี้พิมพ์ข้อถกเถียงนั้นไว้ด้วย
- ข้ออ้างว่า amygdala ตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางบวกด้วย ไม่ใช่เฉพาะภัยคุกคาม — ความมั่นใจ 80%
บทที่ 2 · SAM และ HPA
- SAM system ทำงานทันทีที่เริ่มมีสิ่งเร้า ผลของ adrenaline วัดกันในหน่วย วินาทีถึงนาที
ส่วน HPA axis เป็นการตอบสนองที่ช้ากว่าและอยู่นานกว่า — ความมั่นใจ 90%
- Trier Social Stress Test — cortisol ในน้ำลายขึ้นถึงจุดสูงสุดราว 10–25 นาที
หลังสิ่งเร้าสิ้นสุด ตัวเลขกระจายตามโพรโทคอลของแต่ละงาน การเก็บช่วงฟื้นตัวมักยาวถึง 70 นาทีหลังจบ — ความมั่นใจ 85% · cortisol ในน้ำลายขึ้นช้ากว่าในเลือดราว 10 นาที
- ข้อความว่าสัญญาณในเส้นประสาทวัดเป็นมิลลิวินาที ส่วนฮอร์โมนในเลือดวัดเป็นวินาทีขึ้นไป
เป็นการแยกหน่วยตามชนิดของการเดินทาง ไม่ใช่ตัวเลขจากงานวิจัยชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
บทที่ 3 · cortisol
- cortisol awakening response — เพิ่มขึ้นราว 38–75% (เฉลี่ยราว 50%) สูงสุดที่
30–45 นาที หลังตื่น พบในคนสุขภาพดีราว 77% — ความมั่นใจ 85% · ค่าจากน้ำลาย ราว 15 nmol/L ตอนตื่น และราว 23 nmol/L ที่ 30 นาที โดยมีการกระจายกว้างมาก
- หน้าที่ของ cortisol (เบิกพลังงาน พยุงความดัน กดระบบที่ไม่เร่งด่วน) — ความมั่นใจ 90%
- eustress / distress เป็นการแบ่งตามผลลัพธ์ ไม่ใช่ตามกลไก — นี่เป็นข้อสรุปเชิงแนวคิด
ของเล่มนี้จากข้อเท็จจริงว่าไม่มีฮอร์โมนหรือวงจรคนละชุดสำหรับสองอย่างนี้ — ความมั่นใจ 75% และเป็นข้อที่เล่มนี้ยินดีให้ถูกแย้งที่สุด
บทที่ 4 · negative feedback
- glucocorticoid receptor หนาแน่นใน hippocampus และ prefrontal cortex และทำหน้าที่
ป้อนกลับเชิงลบต่อ HPA axis — ความมั่นใจ 85%
- ความเครียดเรื้อรังทำให้แขนงของเซลล์ประสาทใน hippocampus และ prefrontal cortex หดลง
ขณะที่ amygdala ตอบสนองไวขึ้น — หลักฐานหลักมาจากสัตว์ทดลอง ความมั่นใจ 85% ในสัตว์ · ในคน ดูข้อสงวนในบทที่ 6
บทที่ 5 · การควบคุมได้
- การทดลองแบบ yoked design (สัตว์สองตัวได้ไฟช็อตเท่ากัน ต่างกันที่การควบคุมได้) — ความมั่นใจ 90%
- R. Lazarus — primary / secondary appraisal — ความมั่นใจ 90%
- **S. Maier & M. Seligman, "Learned Helplessness at Fifty: Insights from Neuroscience",
Psychological Review, 2016 — ทฤษฎีเดิมกลับข้าง ความนิ่งเฉยคือค่าตั้งต้นที่ไม่ได้เรียนรู้ สิ่งที่เรียนรู้คือการควบคุม ผ่านการที่ ventromedial prefrontal cortex ตรวจจับการควบคุม แล้วยับยั้งการตอบสนองของ dorsal raphe nucleus — ความมั่นใจ 90%** — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27337390
บทที่ 6 · allostatic load · BDNF · ฝาแฝด
- B. McEwen & E. Stellar, 1993 — ต้นทางของคำว่า allostatic load — ความมั่นใจ 90%
- **M. Gilbertson และคณะ, "Smaller hippocampal volume predicts pathologic vulnerability to
psychological trauma", Nature Neuroscience, 2002 — ฝาแฝดแท้ที่ไม่ได้ออกรบ มีปริมาตร hippocampus เล็กเช่นกัน และปริมาตรของฝาแฝดที่ไม่ได้ออกรบสัมพันธ์กับความรุนแรงของอาการ ในพี่น้อง ตีความว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่ก่อน ไม่ใช่ความเสียหาย — ความมั่นใจ 85% — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/12379862 · มีงานภายหลังที่โต้แย้งว่าสิ่งแวดล้อมมีส่วนมากกว่าพันธุกรรม เล่มนี้จึงไม่อ้างว่าเรื่องปิดแล้ว**
- BDNF ในเลือด — ค่าจาก serum กับ plasma ต่างกันได้ถึงระดับร้อยเท่า เพราะเกล็ดเลือดปล่อย BDNF
ออกมาตอนเลือดแข็งตัว และ BDNF ต่ำพบในภาวะทางจิตเวชและระบบประสาทอื่นอีกหลายอย่าง จึงไม่จำเพาะ — ความมั่นใจ 85% · เล่มนี้ไม่อ้างตัวเลข BDNF ใด ๆ ในคน
บทที่ 7 · การเลี้ยงดูและ epigenetics
- M. Meaney และคณะ — แม่หนูที่เลียและดูแลลูกมาก ทำให้ลูกมี glucocorticoid receptor
ใน hippocampus หนาแน่นกว่า และผลนี้เดินตามแม่ที่เลี้ยง ไม่ใช่แม่ที่ให้กำเนิด (พิสูจน์ด้วย การสลับลูก) — ความมั่นใจ 90%
- ข้อจำกัดที่เล่มนี้พิมพ์ไว้ชัด — การเลียและแต่งขนไม่ใช่พฤติกรรมที่พบในลิงและคน
หลักฐานฝั่งมนุษย์เป็นการตรวจเนื้อสมองจากศพแบบเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่การทดลอง — ความมั่นใจ 90% ในข้อจำกัดนี้
บทที่ 8 · คนอื่น และ oxytocin
- การมีคนที่ไว้ใจอยู่ด้วยลดการตอบสนองของ HPA axis ต่อความเครียดในห้องทดลอง — ความมั่นใจ 80%
- oxytocin พ่นจมูก — การอ่านอารมณ์จากใบหน้า Hedges' g ราว 0.08 · theory of mind ราว 0.21
(เล็กแต่มีนัยสำคัญ) · empathy ราว 0.49 (ไม่มีนัยสำคัญ) · งานที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเรื่อง ความไว้ใจ ผู้เข้าร่วม 667 คน ไม่พบผลที่มีความหมาย — ความมั่นใจ 85%
- ข้อสงสัยว่าสเปรย์เข้าจมูกทำให้ oxytocin ถึงสมองในปริมาณที่มีผลหรือไม่ — ความมั่นใจ 75%
ว่ายังเป็นข้อถกเถียงที่เปิดอยู่
บทที่ 9 · แบบจำลองของ CBT
- A. Beck — automatic thought และแบบจำลองสามชั้น (เหตุการณ์ · ความคิด · อารมณ์) — ความมั่นใจ 90%
บทที่ 10 · การเรียกชื่ออารมณ์
- **M. Lieberman และคณะ, "Putting Feelings Into Words: Affect Labeling Disrupts Amygdala
Activity in Response to Affective Stimuli", Psychological Science 18(5) 421–428, 2007 — การตั้งชื่ออารมณ์ลดการตอบสนองของ amygdala และสมองส่วน limbic อื่น และเพิ่มการทำงานของ right ventrolateral prefrontal cortex ซึ่งเป็นบริเวณเดียวที่ทำงานเพิ่มขึ้น — ความมั่นใจ 85%** — journals.sagepub.com/doi/10.1111/j.1467-9280.2007.01916.x
- Costafreda และคณะ, 2008 — การรวบรวมงานที่วัดการทำงานของ amygdala ข้ามงานหลายแบบ พบว่า
การติดป้ายอารมณ์ที่อยู่ในสิ่งเร้า ลดโอกาสที่ amygdala จะทำงานอย่างมีนัยสำคัญ เทียบกับการดูเฉย ๆ — ความมั่นใจ 80%
- เส้นทาง prefrontal → amygdala เป็นการอนุมานจากภาพที่ขยับพร้อมกัน ไม่ใช่การวัดสายตรง
— ความมั่นใจ 70% ในข้อสงวนนี้ และเล่มนี้พิมพ์ข้อสงวนไว้ในเนื้อบท
- ความรู้สึกเบาลง ไม่ได้ดับ — ความมั่นใจ 85%
- คลังคำสิบสี่คำและการแยกคู่ (โกรธ/น้อยใจ · ละอาย/รู้สึกผิด · กังวล/กลัว) **เป็นข้อเสนอ
เชิงปฏิบัติของเล่มนี้ ไม่ใช่ taxonomy ที่ผ่านการตรวจสอบเชิงประจักษ์**
บทที่ 11–12 · thought record และกับดัก
- รายการ cognitive distortion สิบข้อ — มาจากสายงานของ Beck และ D. Burns
รายการนี้เป็นเครื่องมือทางคลินิก ไม่ใช่หมวดหมู่ที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงประจักษ์ จำนวนข้อและชื่อต่างกันได้ในแต่ละตำรา — ความมั่นใจ 90% ในข้อสงวนนี้
- Socratic questioning — J. Braun, D. Strunk และคณะ, Behaviour Research and Therapy
70: 32–37, 2015 — ผู้ป่วยซึมเศร้า 55 คน รับ cognitive therapy 16 สัปดาห์ วัดการใช้คำถาม แบบโสเครตีสจากการสังเกตสามครั้งแรก · การเพิ่มขึ้น 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทำนายคะแนน BDI-II ที่ลดลง 1.51 จุด ในครั้งถัดไป และยังมีนัยสำคัญเมื่อควบคุมสัมพันธภาพการบำบัด — ความมั่นใจ 80% · เป็นความสัมพันธ์ภายในผู้ป่วยรายเดิม ไม่ใช่การทดลองที่สุ่มวิธีถาม — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25965026
- ข้ออ้างว่าการเขียนแยกช่องทำให้แยกข้อเท็จจริงจากการตีความได้ดีกว่าการคิดในหัว —
เป็นข้อเสนอเชิงกลไกของเล่มนี้ ไม่มีตัวเลขที่ตรวจแล้วมารองรับ ความมั่นใจ 60% และบรรทัด "บทนี้จะผิดเมื่อ" ของบทที่ 11 เขียนไว้ตรงตามนี้
บทที่ 13 · การแยกเรื่องด่วน
- problem-solving therapy — การรวบรวมงานโดยกลุ่มของ Cuijpers: **13 การทดลองแบบสุ่ม
ผู้เข้าร่วม 1,133 คน · ค่าเฉลี่ยขนาดผล 0.34 ในแบบจำลอง fixed effects และ 0.83 ในแบบจำลอง random effects · ความแตกต่างระหว่างงานสูงมาก · ได้ผลดีกว่ากลุ่มควบคุม ที่ไม่ได้ทำอะไร และใกล้เคียงกับวิธีบำบัดอื่นที่ทำอะไรอยู่จริง · ยังไม่ชัดว่าได้ผล กับใครและในเงื่อนไขไหน — ความมั่นใจ 80%**
- การแยก "ด่วนจริง" ออกจาก "ด่วนเพราะอารมณ์" ด้วยข้อสอบวันที่-และ-ผลที่ตามมา
เป็นข้อเสนอเชิงปฏิบัติของเล่มนี้ ไม่ใช่เครื่องมือที่ผ่านการตรวจสอบ ความมั่นใจ 55%
บทที่ 14 · behavioural activation และ exposure
- **D. Richards และคณะ, COBRA trial, The Lancet, 2016** — ผู้ป่วย 440 คน (CBT 219 · BA 221)
ติดตาม 6, 12, 18 เดือน · BA ไม่ด้อยกว่า CBT โดยความต่างของคะแนน PHQ-9 เท่ากับ 0.1 จุด (95% CI −1.3 ถึง 1.5, p = 0.89) และมีความคุ้มค่ากว่า — ความมั่นใจ 90% — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27461440
- M. Craske และคณะ, "Maximizing exposure therapy: an inhibitory learning approach", 2014
— ความกลัวเดิมถูกทับ ไม่ถูกลบ · expectancy violation คือกลไกหลัก · การลดลงของความกลัว ระหว่างทำ (habituation) ทำนายผลระยะยาวได้ไม่ดี — ความมั่นใจ 85% — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24864005
บทที่ 15 · การออกแบบวัน
- P. Lewinsohn, ทศวรรษ 1970 — แบบจำลองเชิงพฤติกรรมของภาวะซึมเศร้า: ภาวะนี้สัมพันธ์กับ
การที่สิ่งที่ให้ผลตอบแทนทางบวกลดลง การให้คะแนน pleasure และ mastery เป็นเทคนิคที่มาจาก แบบจำลองนี้ และเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของ behavioural activation — ความมั่นใจ 85% ว่านี่คือที่มา · ไม่มีงานที่แยกการให้คะแนนสองตัวนี้ออกมาทดสอบเดี่ยว ๆ เทียบกับการไม่ให้คะแนน
- stimulus control และข้ออ้างเรื่องโทรศัพท์ — จุดที่เล่มนี้แย้งของที่ถูกเล่าต่อบ่อยที่สุด
· A. Ward และคณะ, "Brain Drain: The Mere Presence of One's Own Smartphone Reduces Available Cognitive Capacity", Journal of the Association for Consumer Research 2(2), 2017 — journals.uchicago.edu/doi/full/10.1086/691462 · การทำซ้ำโดย Ruiz Pardo & Minda, 2022 ใช้งานทดสอบและเงื่อนไขเดียวกับการทดลองที่สอง แล้วไม่พบผล — ไม่มีความแตกต่างระหว่างตำแหน่งที่วางโทรศัพท์ ทั้งในงาน o-span และ go/no-go — sciencedirect.com/science/article/pii/S0001691822002323 · ความมั่นใจ 85% ว่าการทำซ้ำไม่ผ่าน จึงไม่ควรอ้างข้อความฉบับเดิมต่อ
- ข้ออ้างที่เล่มนี้ใช้แทน — แรงเสียดทานหนึ่งขั้นเปลี่ยนพฤติกรรมได้โดยไม่ต้องใช้ความตั้งใจ
เป็นข้ออ้างเชิงกลไก ไม่ใช่ตัวเลขจากงานวิจัย ความมั่นใจ 60% และเนื้อบทพิมพ์ไว้ตรงตามนี้
บทที่ 16 · ความทรงจำ
- งานเรื่องข้อมูลที่เข้ามาภายหลังถูกเย็บเข้าไปในความทรงจำของพยาน (สายงานของ E. Loftus)
และความคลาดเคลื่อนของความทรงจำที่คนมั่นใจสูง — ความมั่นใจ 90%
- ข้ออ้างฉบับแรง: memory reconsolidation · D. Schiller และคณะ, Nature, 2010 —
เสนอวิธีป้องกันการกลับมาของความกลัวในคนด้วยกลไกการเขียนทับความทรงจำ · **การทำซ้ำแบบลงทะเบียนล่วงหน้าโดย Chalkia และคณะ, Cortex 129: 510–525, 2020 ไม่พบผล — เมื่อใช้เกณฑ์คัดออกที่งานเดิมระบุไว้ ต้องคัดผู้เข้าร่วมออกเกือบ 75% เทียบกับ 8% ที่งานเดิมรายงาน และข้อได้เปรียบที่งานเดิมพบขึ้นกับการประเมินเชิงคุณภาพของผู้ทำการทดลอง ที่ใช้ตัดสินการคัดออก · Schiller และคณะโต้แย้งการวิเคราะห์ใหม่นี้ และยืนยันข้อสรุปเดิม — เรื่องนี้ยังเปิดอยู่ — ความมั่นใจ 85%** ในสถานะว่า "ยังไม่ลงตัว" — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33849714
- เล่มนี้อ้างเฉพาะข้ออ้างฉบับเบา (ความทรงจำถูกประกอบใหม่ทุกครั้งที่ถูกเรียก
และสภาพตอนเรียกมีผล) และพิมพ์ไว้ชัดว่าฉบับแรงยังไม่ลงตัว
บทที่ 17 · เกณฑ์ความมีประโยชน์ และ acceptance
- ลำดับสามคำถาม (ข้อเท็จจริงหรือการตีความ → แม่นแค่ไหน → พาไปทำอะไร) **เป็นการเรียบเรียง
ของเล่มนี้จากแนวปฏิบัติที่ใช้กันใน CBT ไม่ใช่โพรโทคอลที่ตั้งชื่อไว้ในตำราใดตำราหนึ่ง — ความมั่นใจ 60% และ ไม่มีการทดลองที่แยกเกณฑ์ "มีประโยชน์ไหม" ออกมาทดสอบเดี่ยว ๆ**
- ACT และคลื่นลูกที่สาม · A-Tjak และคณะ, 2015 — เมื่อเทียบ ACT กับการบำบัดเชิงพฤติกรรม
หรือเชิงความคิดที่ทำอะไรอยู่จริง ได้ขนาดผลต่าง 0.16 และไม่มีนัยสำคัญ — ความมั่นใจ 85% · L.-G. Öst วิจารณ์คุณภาพเชิงวิธีวิทยาของงาน ACT ว่าต่ำกว่าจนเทียบกับงาน CBT ตรง ๆ ไม่ได้ และการทบทวนในภายหลังพบว่าคุณภาพไม่ได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ขนาดผลที่รายงานลดลง จากตัวเลขรุ่นก่อน — ความมั่นใจ 80%
- เล่มนี้ไม่อ้างว่า ACT ดีกว่าหรือแย่กว่า CBT ข้อสรุป "สองประตู ห้องเดียวกัน"
คือสิ่งที่ตัวเลขข้างบนรองรับ
บทที่ 18 · ขนาดของผลของ CBT
- **P. Cuijpers และคณะ, World Psychiatry, 2023 — 409 การทดลอง ผู้ป่วย 52,702 คน**
· ผลในงานที่มีความเสี่ยงต่ออคติต่ำ เล็กกว่า งานอื่นอย่างมีนัยสำคัญ — ความมั่นใจ 85% — onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1002/wps.21069
- เล่มนี้ไม่พิมพ์ตัวเลข effect size ของ CBT เพราะค่าที่รายงานต่างกันตามชุดที่เลือกและ
วิธีปรับอคติ การพิมพ์ค่าเดียวจะให้ความแม่นยำที่ไม่มีอยู่จริง
- ข้อจำกัดเรื่องการปิดตาผู้เข้าร่วมในจิตบำบัด — ความมั่นใจ 90%
บทที่ 19 · ใจลอย และ default mode network
- **M. Killingsworth & D. Gilbert, Science, 2010 — 46.9%** ของเวลาที่ตื่น
จากข้อมูลราว 250,000 จุด เก็บผ่านแอปบน iPhone — ความมั่นใจ 90% ในตัวเลข · ความมั่นใจ 60% ว่าตัวเลขนี้ใช้แทนประชากรทั่วไปได้ เพราะเป็นการรายงานตัวเอง ในกลุ่มที่สมัครใจดาวน์โหลดแอป ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างที่สุ่ม — pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/21071660
- การฝึกสติสัมพันธ์กับกิจกรรมของ default mode network ที่ลดลงในบางงาน —
ความมั่นใจ 65% · เป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่ความเป็นเหตุเป็นผล และเล่มนี้พิมพ์ไว้ตามนั้น
บทที่ 20 · interoception และการหายใจ
- การนับการเต้นของหัวใจ (heartbeat counting task) — ความเชื่อของผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับอัตรา
การเต้นของหัวใจ ทำนายคำตอบได้ดีกว่าจำนวนครั้งจริง และการป้อนข้อมูลย้อนกลับปลอม เปลี่ยนคำตอบได้โดยที่หัวใจไม่เปลี่ยน · Brener & Ring (2016) และงานต่อเนื่อง — ความมั่นใจ 85%
- การหายใจราว 6 ครั้งต่อนาที (0.1 Hz) ตรงกับความถี่เรโซแนนซ์ของ baroreflex
ทำให้ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด — ความมั่นใจ 85% · เล่มนี้ไม่อ้างว่าการหายใจแบบนี้รักษาอะไร อ้างเฉพาะผลทางสรีรวิทยาที่วัดได้
บทที่ 21 · decentering และ MBCT
- **W. Kuyken และคณะ, JAMA Psychiatry, 2016 — รวมข้อมูลรายบุคคลจาก 9 การทดลอง
ผู้ป่วย 1,258 คน อายุเฉลี่ย 47.1 ปี หญิง 75% ติดตาม 60 สัปดาห์ · เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ MBCT: hazard ratio 0.69 (95% CI 0.58–0.82) · เทียบกับการรักษาที่ทำอะไรอยู่จริง: 0.79 (95% CI 0.64–0.97) · อาการที่หนักกว่าตอนเริ่ม สัมพันธ์กับผลที่มากกว่า — ความมั่นใจ 90%** — jamanetwork.com/journals/jamapsychiatry/fullarticle/2517515
- ข้ออ้างว่า decentering คือกลไกร่วมของ CBT และ mindfulness — **เป็นการสังเคราะห์ของเล่มนี้
ความมั่นใจ 60%** · ยังไม่มีการทดลองที่แยกองค์ประกอบนี้ออกมาทดสอบเดี่ยว ๆ ได้ชัด
บทที่ 22 · ผลและผลข้างเคียง
- **M. Goyal และคณะ, JAMA Internal Medicine, 2014** — โปรแกรม mindfulness
· ความวิตกกังวล effect size 0.38 (95% CI 0.12–0.64) ที่ 8 สัปดาห์ และ 0.22 (0.02–0.43) ที่ 3–6 เดือน · ภาวะซึมเศร้า 0.30 (0.00–0.59) ที่ 8 สัปดาห์ และ 0.23 (0.05–0.42) ที่ 3–6 เดือน · ไม่พบหลักฐานว่าดีกว่าการรักษาอื่นที่ทำอยู่แล้ว — ความมั่นใจ 90% — jamanetwork.com/journals/jamainternalmedicine/fullarticle/1809754
- **M. Farias และคณะ, Acta Psychiatrica Scandinavica, 2020 — ทบทวน 83 งาน
ผู้เข้าร่วม 6,703 คน · 55 งาน (65%) มีรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อย่างน้อยหนึ่งชนิด · ความชุกรวม 8.3% (95% CI 0.05–0.12) · งานทดลอง 3.7% · งานเฝ้าสังเกต 33.2% · ชนิดที่พบบ่อย — ความวิตกกังวล 33% · ภาวะซึมเศร้า 27% · ความผิดปกติของการรู้คิด 25% · เกิดในผู้ที่ไม่มีประวัติปัญหาสุขภาพจิตมาก่อนได้ — ความมั่นใจ 90%** — onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/acps.13225
- กติกาห้าข้อในหัวข้อสุดท้ายของบทที่ 22 **เป็นข้อเสนอเชิงปฏิบัติของเล่มนี้
ไม่ใช่โพรโทคอลที่ผ่านการทดลอง** — เขียนไว้ตรงนี้เพื่อไม่ให้ถูกอ่านเป็นคำแนะนำทางการแพทย์
บทที่ 23 · ตารางแปดสัปดาห์
- โปรแกรมที่ถูกวัดในงานวิจัยที่อ้างในบทที่ 21 และ 22 คือโปรแกรมแปดสัปดาห์ที่มีครู มีกลุ่ม
พบกันสัปดาห์ละราวสองชั่วโมงครึ่ง มีการบ้านฝึกเองทุกวัน และมีวันฝึกยาวหนึ่งครั้ง — ความมั่นใจ 90%
- ตารางย่อในบทที่ 23 ไม่ใช่โปรแกรมที่ถูกวัด มันคือฉบับที่เล็กที่สุดที่ยังเดินตามโครงเดิม
เขียนขึ้นโดยเล่มนี้ · ไม่มีตัวเลขประสิทธิผลของตารางนี้ และเล่มนี้ไม่อ้างตัวเลขใด ๆ ให้มัน — ความมั่นใจ 50% ว่ามันให้ผลใกล้เคียงฉบับเต็มในสัดส่วนใด
- กฎ "ห้ามขาดสองวันติด" · การผูกเวลาฝึกกับกิจวัตรที่มีอยู่แล้ว · การจดจำนวนครั้งแทนการจดสภาวะ
— ทั้งสามข้อเป็นข้อเสนอเชิงปฏิบัติของเล่มนี้ ไม่ใช่ผลการทดลอง
บทที่ 24 · EEG และ neurofeedback
- EEG วัดความต่างของแรงดันไฟฟ้าบนหนังศีรษะ ระดับไมโครโวลต์ จากกิจกรรมรวมหมู่ของเซลล์ประสาท
— ความมั่นใจ 95%
- ชื่อคลื่น (delta/theta/alpha/beta/gamma) เป็นชื่อของช่วงความถี่ ไม่ใช่ชื่อของสภาวะจิต
— ความมั่นใจ 95%
- closed-loop frontal midline theta neurofeedback — 8 เซสชัน กลุ่มที่ได้ของจริง
ปรับค่า theta ได้และเร็วขึ้นในงาน n-back ส่วนกลุ่ม sham ไม่เปลี่ยน — ความมั่นใจ 80% — pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7344173
- theta paradox, 2026 — การฝึกให้ลดค่า theta ให้ผลกลับทิศในการวัดหลังการฝึก
— ความมั่นใจ 70% · งานเดี่ยว ยังไม่มีการทำซ้ำที่เห็น — frontiersin.org · fnhum.2026.1806951
- การทบทวน neurofeedback ที่อิงการฝึกสติ — ผลภายในเซสชันต่อตัวชี้วัดเป้าหมายค่อนข้างสม่ำเสมอ
ส่วนผลที่ติดตัวไปและผลต่อสุขภาพจิตยังไม่สม่ำเสมอ และหลายงานขาดกลุ่ม sham ที่ดีพอ — ความมั่นใจ 80%
- เครื่อง EEG ระดับผู้บริโภค — ผลการเปรียบเทียบกับเครื่องระดับวิจัย ไม่ไปทางเดียวกัน
งานหนึ่งพบความสอดคล้องต่ำมาก อีกงานพบว่าจับคลื่น alpha และแยกสัญญาณรบกวนได้ใกล้เคียง · เครื่องผู้บริโภคไวต่อการขยับตัวมากกว่า · เวลาติดตั้งลดจากราว 60 นาทีเหลือราว 10 นาที — ความมั่นใจ 75% · เล่มนี้ไม่สรุปว่าเครื่องกลุ่มนี้ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ เพราะหลักฐาน ยังไม่ไปทางเดียวกัน
- ข้อเสนอว่าประโยชน์หลักของเครื่องกลุ่มนี้อยู่ที่ความต่อเนื่องของการฝึก มากกว่าที่การฝึก
คลื่นสมองโดยตรง — เป็นข้อเสนอของเล่มนี้ ความมั่นใจ 55% และบรรทัด "บทนี้จะผิดเมื่อ" ของบทที่ 24 เขียนเงื่อนไขที่จะล้มมันไว้แล้ว
- เล่มนี้ไม่แนะนำและไม่ไม่แนะนำยี่ห้อใด ยี่ห้อที่ถูกเอ่ยถึงในงานที่อ้างข้างบน
ถูกเอ่ยเพราะมีงานตีพิมพ์เทียบไว้ ไม่ใช่เพราะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าหรือแย่กว่า
บทที่ 25 · การจัดลำดับ
- ลำดับความสำคัญในบทที่ 25 (นอน · เคลื่อนไหว · คนอื่น · สิ่งที่ควบคุมได้ · เครื่องมือ)
เป็นการจัดลำดับของเล่มนี้เอง จากน้ำหนักหลักฐานเทียบกับความพยายามที่ต้องใช้ ไม่ใช่ลำดับที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณใด ๆ — ความมั่นใจ 50%
- รายการ "เมื่อไหร่ควรหาคนช่วย" เขียนจากเกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปในแนวทางสุขภาพจิต
ไม่ใช่เครื่องมือคัดกรองและไม่ใช่การวินิจฉัย
สิ่งที่เล่มนี้เลือกจะไม่พิมพ์
ไม่มีตัวเลขว่าคนกี่เปอร์เซ็นต์เข้าใจเรื่องใดผิด เพราะไม่มีการสำรวจที่นับได้จริง ทุกครั้งที่เล่มนี้แก้ความเข้าใจ มันอธิบายกลไกของความสับสน แทนการอ้างว่ามีคนสับสนกี่คน
ไม่มีตัวเลข BDNF ในคน ด้วยเหตุผลในบทที่ 6
ไม่มี effect size ของ CBT เป็นค่าเดียว ด้วยเหตุผลในบทที่ 18
ไม่มีคำแนะนำเรื่องยาหรือขนาดยาใด ๆ ทั้งเล่ม เพราะนั่นเป็นงานของคนที่เห็นคนไข้
จบเล่มCannot Switch It Offกลับหน้าหนังสือ