4 · สองเวอร์ชัน
มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับนักเขียนที่เป็น perfectionist คนหนึ่ง เขาทดลองกับตัวเองโดยเขียนงานชิ้นเดียวกันสองฉบับ ฉบับแรกเขียนให้เสร็จในเวลาเท่าที่นักเขียนทั่วไปใช้ ฉบับที่สองแก้ต่อไปเรื่อยๆ จนเขารู้สึกว่ามันสมบูรณ์แบบ แล้วเอาทั้งสองฉบับให้คนอ่าน ผลคือคนอ่านชอบฉบับแรกมากกว่า หรือไม่ก็แยกไม่ออกว่าฉบับไหนเป็นฉบับไหน
การค้นคว้าสำหรับเล่มนี้หาต้นทางของเรื่องนี้ไม่เจอ ไม่มีชื่อนักเขียน ไม่มีปี และไม่มีงานวิจัยที่ทดลองแบบนี้ เล่มนี้จึงไม่เล่าเรื่องนี้ในฐานะข้อเท็จจริง
แต่เรื่องนี้มีญาติอยู่หลายคน และญาติของมันเคยถูกทดลองจริง
ไวโอลินในแว่นช่างเชื่อม
ไวโอลินของ Stradivari ที่ทำขึ้นในอิตาลีเมื่อราวสามร้อยปีก่อน ราคาหลายล้านดอลลาร์ต่อคัน ข้อสันนิษฐานที่อยู่เบื้องหลังราคานั้นคือเสียงของมันดีกว่าไวโอลินใหม่จนนักดนตรีฟังออก
ปี 2010 ที่เมือง Indianapolis ทีมของนักวิจัยเสียง Claudia Fritz ให้นักไวโอลิน 21 คนเล่นไวโอลินหกคันในห้องที่แสงสลัว ทุกคนใส่แว่นช่างเชื่อมที่ดัดแปลงจนมองไม่เห็นว่าถือคันไหนอยู่ สามคันเป็นของเก่า คือ Stradivari สองคันกับ Guarneri del Gesù หนึ่งคัน อีกสามคันเป็นของใหม่ที่ทำขึ้นไม่กี่ปีก่อนหน้า
เมื่อให้เลือกคันที่อยากเอากลับบ้าน 13 จาก 21 คนเลือกคันใหม่ คันที่ถูกชอบมากที่สุดเป็นคันใหม่ ส่วนคันที่ถูกชอบน้อยที่สุดเป็น Stradivari
ปี 2014 ทีมเดิมทำซ้ำกับนักไวโอลินเดี่ยวระดับอาชีพสิบคนในปารีส ใช้ไวโอลินเก่าหกคัน ในนั้นห้าคันเป็น Stradivari เทียบกับไวโอลินใหม่หกคัน หกในสิบคนเลือกคันใหม่เป็นอันดับหนึ่ง และเมื่อให้ทายว่าคันไหนเก่าคันไหนใหม่ ความแม่นของพวกเขาไม่ต่างจากการเดา
ไวน์หกพันแก้ว
ปี 2008 Robin Goldstein และทีมรวบรวมผลการชิมไวน์แบบปิดฉลาก 17 ครั้ง คนชิม 506 คน ไวน์ 523 ชนิด ราคาตั้งแต่ 1.65 ถึง 150 ดอลลาร์ต่อขวด ได้คะแนนรวม 6,175 ครั้ง
สำหรับคนที่ไม่ได้ฝึกชิมไวน์ ความสัมพันธ์ระหว่างราคากับคะแนนเป็นลบเล็กน้อย ไวน์ยิ่งแพงยิ่งได้คะแนนต่ำลงนิดหนึ่ง มีแต่คนที่ผ่านการฝึกมาที่ให้คะแนนไวน์แพงไม่ต่ำกว่าไวน์ถูก
ไวโอลินกับไวน์บอกเรื่องเดียวกัน ความแตกต่างที่ต้นทุนสูงที่สุดในการสร้าง อาจต่ำกว่าเส้นที่ผู้รับส่วนใหญ่แยกได้ เมื่อเลยเส้นนั้นไปแล้ว การลงทุนเพิ่มไม่ได้เปลี่ยนประสบการณ์ของคนรับ มันเปลี่ยนแค่ป้ายราคากับความภูมิใจของคนทำ
คนอ่านจ่ายให้ความพยายามที่มองเห็น
แต่ความพยายามก็ไม่ได้ไร้ผลกับคนรับเสียทีเดียว มันมีผล ถ้าคนรับรู้ว่ามีความพยายามนั้นอยู่
ปี 2004 Justin Kruger และทีมให้คนอ่านกลอนบทเดียวกัน บอกคนครึ่งหนึ่งว่ากวีใช้เวลาเขียน 4 ชั่วโมง บอกอีกครึ่งว่าใช้ 18 ชั่วโมง กลุ่มหลังให้คะแนนกลอนสูงกว่า ทั้งที่เป็นกลอนบทเดียวกันทุกตัวอักษร การทดลองเดียวกันกับภาพวาด (4 เทียบกับ 26 ชั่วโมง) และภาพชุดเกราะ (15 เทียบกับ 110 ชั่วโมง) ให้ผลในทางเดียวกัน เรียกว่า effort heuristic
การทดลองซ้ำในปี 2023 ได้ผลแบบผสม ข้อมูลเรื่องความพยายามยังทำให้คนชอบงานและให้คะแนนคุณภาพสูงขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้คนยอมจ่ายเงินมากขึ้น
รวมกับไวโอลินและไวน์ ภาพที่ได้คือ ผู้รับตอบสนองต่อความพยายามที่เขาเห็นหรือถูกบอกให้รู้ ส่วนความพยายามที่ซ่อนอยู่ในการแก้รอบที่สี่สิบ ถ้ามันไม่ข้ามเส้นที่ผู้รับแยกได้ ก็ไม่ได้ไปถึงใคร
เครื่องปั้นดินเผาที่ไม่ใช่เครื่องปั้นดินเผา
ญาติที่ดังที่สุดของเรื่องนักเขียนสองฉบับมาจากหนังสือ Art & Fear ของ David Bayles กับ Ted Orland ปี 1993 ครูสอนเครื่องปั้นดินเผาแบ่งนักเรียนเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกจะได้เกรดตามน้ำหนักงานรวม ห้าสิบปอนด์ได้ A กลุ่มที่สองต้องปั้นชิ้นที่สมบูรณ์แบบหนึ่งชิ้น ปลายเทอม งานที่ดีที่สุดทั้งหมดมาจากกลุ่มที่ปั้นตามน้ำหนัก
ภายหลัง Orland ยืนยันว่าเรื่องนี้มาจากชั้นเรียนถ่ายภาพของช่างภาพ Jerry Uelsmann ที่ University of Florida ผู้เขียนเปลี่ยนภาพถ่ายเป็นเครื่องปั้นดินเผาตอนเขียนหนังสือ มันเป็นเรื่องเล่าจากห้องเรียน ไม่มีกลุ่มควบคุม ไม่มีการสุ่ม และไม่มีการวัดแบบปิดตา
ทิศทางของเรื่องนี้ตรงกับหลักฐานของ Simonton ในบทที่ 2 ที่ว่าปริมาณทำนายจำนวนงานเด่นได้ แต่เรื่องเล่าที่ตรงกับหลักฐาน ก็ยังไม่ใช่หลักฐาน
คำตัดสิน
เรื่องนักเขียนสองฉบับหาต้นทางไม่เจอ แต่แก่นของมันมีการทดลองแบบปิดตาในสามสาขารองรับ คือการขัดเกลาที่เลยเส้นที่ผู้รับแยกได้ ผู้รับจะมองไม่เห็น
สิ่งที่หลักฐานไม่ได้บอกคือฉบับแรกดีกว่าเสมอ การทดลองแบบปิดตาแสดงว่าคนแยกไม่ออก ไม่ได้แสดงว่าคนชอบงานที่ขัดน้อยกว่า และไวโอลินคันใหม่ที่ชนะ Stradivari ก็ไม่ได้เป็นคันที่ขัดเกลาน้อยกว่า มันแค่ไม่ได้แพงเพราะชื่อ ส่วนที่เรื่องเล่ามีอยู่แต่หลักฐานยังไม่มี คือเหตุผลว่าทำไมบางครั้งฉบับแรกดีกว่าจริงๆ และนั่นคือเรื่องของบทถัดไป
สิ่งที่คนรับมองไม่เห็นไม่ได้อยู่ในงาน มันอยู่ในตัวคนทำ
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีการทดลองที่ให้ผู้อ่านซึ่งไม่รู้ที่มาเทียบงานเขียนฉบับที่ใช้เวลาปกติกับฉบับที่ขัดเกลาต่อหลายเท่า แล้วพบว่าผู้อ่านเลือกฉบับหลังได้สม่ำเสมอในงานหลายประเภท
แหล่ง: Fritz และคณะ, Player preferences among new and old violins, PNAS 2012 · Fritz และคณะ, Soloist evaluations of six Old Italian and six new violins, PNAS 2014 — หน้าวารสาร · Goldstein และคณะ, Do More Expensive Wines Taste Better?, Journal of Wine Economics 2008 — ฉบับ PDF · Kruger, Wirtz, Van Boven & Altermatt, The effort heuristic, Journal of Experimental Social Psychology 2004 · Ziano และคณะ, The Effort Heuristic Revisited, Collabra 2023 — หน้าวารสาร · Bayles & Orland, Art & Fear, 1993 · ที่มาของเรื่องเล่าตามคำยืนยันของ Orland — Austin Kleon, 2020
บทถัดไป · 6 / 135 · ทำไมร่างแรกบางครั้งดีที่สุด