2 · ใหม่สำหรับใคร
ทายก่อน น้องปิ๊งเสนอในที่ประชุมว่าให้ติดป้ายสีบนแฟ้มแต่ละหมวด ห้องเงียบไปสามวินาที แล้วพี่เครียดพูดว่า "คิดได้ไง" อีกห้องหนึ่ง ที่อีกกรมหนึ่ง มีคนเสนอแบบเดียวกันทุกคำ ไม่มีใครพูดอะไรเลย ความคิดไหนใหม่กว่า
คิดได้ไง ไม่ได้วัดความคิด มันวัดระยะห่างระหว่างความคิดนั้นกับสิ่งที่คนฟังคาดไว้ ป้ายสีบนแฟ้มเป็นความคิดเดียวกันทั้งสองห้อง ที่กรมแรกไม่มีใครเคยเห็นมันมาก่อน ระยะจึงยาว ที่อีกกรมหนึ่งเขาติดกันมาสิบปีแล้ว ระยะเป็นศูนย์ คำว่าคิดได้ไงไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับป้ายสีมากนัก มันบอกเกี่ยวกับห้องที่ได้ยินมัน
ใหม่สองแบบ
นักวิทยาศาสตร์การรู้คิดชาวอังกฤษ Margaret Boden แยกเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ The Creative Mind ปี 1990 เธอบอกว่าความคิดใหม่มีสองความหมายที่ปนกันอยู่ตลอด
ความหมายแรกเธอเรียกว่า P-creativity ตัว P มาจาก psychological คือใหม่สำหรับคนที่คิด ไม่สำคัญว่าใครในโลกเคยคิดมาก่อนหรือเปล่า เด็กที่ค้นพบเองว่าเลขคี่บวกเลขคี่ได้เลขคู่ทุกครั้ง มี P-creativity เต็มตัว ถึงจะมีคนรู้เรื่องนี้มาหลายพันปีแล้วก็ตาม
ความหมายที่สองคือ H-creativity ตัว H มาจาก historical คือใหม่สำหรับประวัติศาสตร์ทั้งหมด ไม่มีใครเคยคิดมาก่อน
การบอกว่าคิดได้ไงคือเครื่องวัดระยะ เป็นนิยามของเล่มนี้เอง ประกอบจากสองความหมายของ Boden กับนิยามมาตรฐานข้างล่าง ไม่ใช่คำที่นักวิจัยคนใดเขียนไว้
คำว่าคิดได้ไงที่หลุดออกมาในวงข้าว วัดสิ่งที่สาม ซึ่งอยู่ระหว่างสองอย่างนี้ คือใหม่สำหรับคนในห้อง มุกที่ทำให้เพื่อนทั้งโต๊ะหัวเราะลั่นอาจเคยมีคนเล่นที่อื่นแล้ว แต่ในห้องนั้น ไม่มีใครคาดว่ามันจะมา ระยะยาวพอ คำนั้นจึงหลุดออกมา
นักจิตวิทยาได้ตกลงนิยามความคิดสร้างสรรค์กันไว้แบบหนึ่ง ซึ่ง Mark Runco กับ Garrett Jaeger รวบรวมย้อนไปถึงงานปี 1953 แล้วเรียกว่านิยามมาตรฐาน ความคิดสร้างสรรค์ต้องมีสองอย่างพร้อมกัน คือแปลกใหม่ และใช้ได้ผล แปลกอย่างเดียวคือความเพี้ยน ได้ผลอย่างเดียวคือของเดิมที่ทำซ้ำ คำว่าคิดได้ไงที่ดังที่สุดเกิดเมื่อทั้งสองอย่างตกลงมาพร้อมกัน คนฟังไม่คาดว่ามันจะมา และพอมันมาแล้ว ทุกคนเห็นทันทีว่ามันใช่
มังกรที่ทำลูกบอลหล่น
ในปี 132 ที่เมืองลั่วหยาง เมืองหลวงของราชวงศ์ฮั่นตะวันออก นักดาราศาสตร์และวิศวกรชื่อ จางเหิง นำอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเข้าถวายราชสำนัก ตามบันทึก โฮ่วฮั่นซู มันเป็นโถทองแดงขนาดใหญ่ รอบโถมีหัวมังกรแปดตัวหันไปแปดทิศ ปากมังกรแต่ละตัวคาบลูกบอลทองแดงไว้หนึ่งลูก ใต้หัวมังกรแต่ละตัวมีคางคกนั่งอ้าปากรอ เมื่อแผ่นดินไหวที่ไหนสักแห่ง ลูกบอลจากมังกรตัวที่หันไปทางนั้นจะหล่นลงปากคางคก
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าข้างในโถเป็นกลไกแบบไหน แบบที่สร้างจำลองขึ้นในยุคหลังยังเถียงกันอยู่
ในปี 138 ลูกบอลลูกหนึ่งหล่น คนในเมืองหลวงไม่รู้สึกว่าแผ่นดินไหวเลยสักนิด บันทึกเล่าว่านักปราชญ์ในราชสำนักพากันสงสัยว่าเครื่องนี้ใช้ไม่ได้ อีกหลายวันต่อมา ผู้ส่งสารมาถึงจากแคว้นหลงซีทางตะวันตก พร้อมข่าวว่าที่นั่นเพิ่งเกิดแผ่นดินไหว ตรงทิศที่มังกรตัวนั้นหันไปพอดี
แบบ ค.ด.ง. 01
1. ชื่อความคิด: โถมังกรแปดทิศสำหรับบอกทิศแผ่นดินไหว 2. ผู้คิด: จางเหิง 3. วันเวลาที่คิดได้: ก่อนปี 132 4. ขั้นตอนการคิด: ไม่มีบันทึก 5. พยาน: ราชสำนักฮั่นทั้งราชสำนัก ซึ่งไม่เชื่อ จนกระทั่งม้าเร็วมาถึง 6. ผลการพิจารณา: ไม่ผ่าน: ขั้นตอนไม่ครบ
หมายเหตุเจ้าหน้าที่: พยานเปลี่ยนคำให้การกลางคัน — ป้าทะเบียน
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าคำว่าคิดได้ไงมีสองหน้า และหน้าแรกมักมาก่อน ตอนที่ระยะระหว่างความคิดกับความคาดหวังยาวเกินไป คนฟังไม่ร้องว่าคิดได้ไง เขาร้องว่าเป็นไปไม่ได้ หรือว่าเครื่องเสีย คำชมรอจนกว่าโลกจะส่งหลักฐานมาถึงด้วยม้าเร็ว
ท่ากระโดดหงายหลัง
ในโอลิมปิกที่เม็กซิโกซิตี้ปี 1968 นักกระโดดสูงชาวอเมริกันชื่อ Dick Fosbury วิ่งเข้าหาไม้พาดเป็นเส้นโค้ง แล้วบิดตัว เอาหลังข้ามไม้ หัวนำไปก่อน ขาตามไปทีหลัง ท่านี้ไม่มีใครในการแข่งขันระดับนั้นใช้มาก่อน นักกระโดดคนอื่นข้ามไม้ด้วยท่าที่หันหน้าลงหาไม้ หรือท่ากรรไกร เขาได้เหรียญทองด้วยความสูง 2.24 เมตร เป็นสถิติโอลิมปิกในขณะนั้น
Fosbury พัฒนาท่านี้ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ทีละนิด เพราะท่าที่โค้ชสอนเขาทำไม่ได้ดี เขาไม่ได้นั่งออกแบบมันบนกระดาษ มันค่อย ๆ เปลี่ยนรูปจากท่ากรรไกรที่เขาถนัด ทีละครั้งที่กระโดด และสิ่งที่ช่วยให้มันเป็นไปได้อาจมาจากนอกตัวเขาด้วย แหล่งรองหลายแหล่งชี้ว่าลานกระโดดช่วงนั้นเริ่มเปลี่ยนจากกองทรายหรือขี้เลื่อยมาเป็นเบาะนุ่ม การลงด้วยหลังจึงไม่อันตรายเท่าเดิม
ไม่กี่สิบปีหลังจากนั้น ท่าของเขากลายเป็นท่าที่นักกระโดดสูงระดับโลกใช้กันแทบทุกคน วันนี้ถ้าใครกระโดดแบบนั้นในสนามแข่ง ไม่มีใครร้องว่าคิดได้ไง ความคิดเดิม ระยะหดเหลือศูนย์ เพราะโลกทั้งโลกขยับตามไปจนถึงแล้ว
ชายที่ตัดกระดาษเล่น
เรื่องกลับข้างก็มี ความคิดที่ใหม่สำหรับประวัติศาสตร์จริง ๆ ไม่จำเป็นต้องมาจากคนที่ประวัติศาสตร์รู้จัก
นักคณิตศาสตร์สงสัยกันมานานหลายสิบปีว่า จะมีรูปทรงแผ่นเดียวไหม ที่ปูพื้นได้เต็มระนาบไม่รู้จบโดยไม่มีช่องว่าง แต่ลวดลายจะไม่มีวันซ้ำเป็นจังหวะเดิมเลย คำตอบที่ใกล้ที่สุดเคยต้องใช้รูปทรงสองแบบ
ในเดือนพฤศจิกายน 2022 David Smith ช่างพิมพ์ที่เกษียณแล้ว อาศัยอยู่ที่เมืองชายทะเลเล็ก ๆ ชื่อ Bridlington ในยอร์กเชียร์ตะวันออกของอังกฤษ เล่นตัดรูปทรงด้วยกระดาษและโปรแกรมวาดรูปตามงานอดิเรกของเขา แล้วเจอรูปทรงสิบสามด้านที่หน้าตาคล้ายหมวก เขาส่งมันไปให้นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่รู้จัก ในเดือนมีนาคม 2023 Smith เขียนบทความร่วมกับ Joseph Myers, Craig Kaplan และ Chaim Goodman-Strauss พิสูจน์ว่ารูปหมวกนั้นคือคำตอบ อีกสองเดือนต่อมาพวกเขาพบอีกรูปหนึ่งที่ไม่ต้องพลิกกลับด้านเลย
คนที่ร้องว่าคิดได้ไงดังที่สุดในเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อนของเขา แต่เป็นนักคณิตศาสตร์ทั้งสาขา และสิ่งที่ทำให้พวกเขาร้อง ไม่ใช่แค่รูปทรง แต่เป็นระยะระหว่างคนที่พบกับคนที่พวกเขาคาดว่าจะพบ
ใหม่สำหรับคุณเองก็นับ
นักจิตวิทยา James Kaufman กับ Ronald Beghetto แบ่งความคิดสร้างสรรค์ออกเป็นสี่ระดับในปี 2009 ระดับบนสุดคือความคิดที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ ถัดลงมาคือของมืออาชีพ ถัดลงมาคือความคิดสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน อย่างการแก้ปัญหาในครัวหรือมุกในวงเพื่อน และระดับล่างสุดที่พวกเขาเรียกว่า mini-c คือความเข้าใจที่ใหม่และมีความหมายสำหรับตัวคนนั้นเอง ตอนที่เขาเพิ่งเรียนรู้มัน
ข้อที่สำคัญคือพวกเขานับระดับล่างสุดว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์จริง ไม่ใช่ของปลอม ไม่ใช่ของเด็กเล่น ทุกความคิดในระดับบนเคยผ่านระดับล่างมาก่อนในหัวของใครสักคน
นี่ทำให้คำว่าคิดได้ไงมีความหมายตรงไปตรงมาขึ้น มันคือรายงานจากคนฟังว่าระยะนั้นยาวแค่ไหน ในห้องนั้น ณ วันนั้น ไม่ได้เป็นใบรับรองว่าความคิดนั้นใหม่สำหรับโลก และไม่ได้เป็นใบรับรองว่าคนคิดเก่งกว่าใคร มันแค่บอกว่าคนที่ได้ยินไม่ได้ขยับไปถึงตรงนั้นก่อน
บทถัดไป · 4 / 1403 Two Things That Never Metพี่เครียด: ป้าครับ ตกลงป้ายสีของน้องปิ๊งนับว่าใหม่ไหม อีกกรมเขาใช้มาสิบปีแล้วนะ
ป้าทะเบียน: (เปิดระเบียบ) ระเบียบกรมไม่ได้ถามว่าใหม่สำหรับใคร ถามแต่ว่าคิดได้ไง
พี่เครียด: แล้วน้องปิ๊งคิดได้ไง
น้องปิ๊ง: หนูเห็นอีกกรมเขาติดค่ะ
ป้าทะเบียน: (ประทับตรา ผ่าน) ฉบับแรกในรอบสามปี