‹

ชั้นที่สิบสอง · กำกับ อ่าน หรือเขียนเอง

​ชั้น​ที่​สิบสอง · ​กำกับ ​อ่าน ​หรือ​เขียน​เอง

​ใน​ยุค​ที่ AI ​เขียนหนังสือ​ให้ได้​ทั้ง​เล่ม ​คน​ที่​อยาก​มีเสียง​ของ​ตัวเอง​มีทาง​ให้​เลือก​สาม​ทาง

​ทาง​แรก ​กำกับ​อย่าง​เดียว ​บอก​เครื่อง​ว่า​อยากได้​อะไร ​แล้ว​ตัดสิน​ว่า​ผ่าน​ไหม ​ทาง​ที่สอง ​อ่าน​เยอะๆ ​แล้ว​กำกับ​อย่าง​มีรส​นิยม ​ทาง​ที่สาม ​เขียน​เอง

​ฉัน​เปิด​หลักฐาน​ทีละ​ทาง ​แล้ว​ได้​คำตอบ​ว่า​สาม​ทาง​นี้​ไม่​ใช่​ทางแยก ​มัน​คือ​ขั้นบันได

​แปล​ว่า​ไม่ต้อง​เลือก​ทาง​ใด​ทาง​หนึ่ง​แล้ว​ทิ้ง​อีก​สอง​ทาง ​แต่ละ​ขั้น​ให้​สิ่ง​ที่​ขั้น​ข้างล่าง​ให้​ไม่​ได้ ​ข้างล่าง​นี้​คือ​หลักฐาน​ของ​แต่ละ​ขั้น

๏

​ทาง​แรก · ​กำกับ​อย่าง​เดียว

​ปี 2024 Fiona Draxler ​และ​ทีม​ทำการ​ทดลอง​สอง​ครั้ง ​กับ​คน 30 ​คน ​และ 96 ​คน ​ให้​คนใช้ AI ​เขียน​ข้อความ​แล้ว​ถาม​ว่า​รู้สึก​เป็นเจ้าของ​ข้อความ​นั้น​ไหม

​คน​ส่วนมาก​ใน​การทดลอง​ไม่​รู้สึก​ว่า​เป็นเจ้าของ ​และ​ไม่​รู้สึก​ว่า​ตัวเอง​เป็น​คนเขียน ​แต่​พอ​ถึง​เวลา​ประกาศ​ชื่อ​ผู้เขียน ​ส่วนใหญ่​ก็​ไม่​ใส่​ชื่อ AI ​ทีม​วิจัย​ตั้งชื่อ​ปรากฏการณ์​นี้​ว่า AI Ghostwriter Effect ​ตาม​คำ​ว่า ghostwriter ​คนเขียน​ที่​ไม่​มีชื่อ​บน​ปก

​ข้อ​ที่​สำคัญ​กว่า​ซ่อน​อยู่​ใน​รายละเอียด ​ยิ่ง​คน​มีส่วน​กำหนด​ข้อความ​มาก​เท่าไร ​ยิ่ง​รู้สึก​เป็นเจ้าของ​มาก​เท่านั้น ​ความเป็นเจ้าของ​ไม่​ได้มา​จาก​ชื่อ​บน​ปก ​มัน​มาจาก​มือ​ที่​ลง​ไป​ใน​เนื้อ

​ปี 2025 ​ทีม​ของ Nataliya Kosmyna ​ที่ MIT Media Lab ​ใช้ EEG ​วัด​สมอง​คน 54 ​คน​ระหว่าง​เขียน​เรียงความ ​แบ่ง​เป็น​สาม​กลุ่ม ​กลุ่ม​หนึ่ง​ใช้ ChatGPT ​กลุ่ม​หนึ่ง​ใช้ search engine ​ค้น​ข้อมูล ​และ​อีก​กลุ่ม​ใช้​สมอง​ล้วน ​ไม่​มี​เครื่องมือ​ช่วย

​สิ่ง​ที่ EEG ​วัด​ใน​งาน​นี้​คือ​การเชื่อมต่อ​ใน​สมอง ​ว่า​สมอง​ส่วน​ต่างๆ ​ทำงาน​ประสานกัน​แค่​ไหน​ระหว่าง​เขียน ​การเชื่อมต่อ​แรง​ที่สุด​ใน​กลุ่ม​สมอง​ล้วน ​รอง​ลงมา​คือ​กลุ่ม search ​และ​อ่อน​ที่สุด​ใน​กลุ่ม ChatGPT

​คน​กลุ่ม ChatGPT ​ยังมี​ปัญหา​ตอน​ถูก​ขอให้​ยก​ข้อความ​จาก​เรียงความ​ของ​ตัวเอง​เมื่อ​ครู่ ​และ​รู้สึก​เป็นเจ้าของ​งาน​น้อยที่สุด

​งาน​นี้​ยัง​เป็น​ฉบับ​ก่อน​ตีพิมพ์ ​ยัง​ไม่​ผ่าน​การตรวจ​โดย​ผู้ทรงคุณวุฒิ ​การทดลอง​นัด​คน​มา​เขียน​หลาย​รอบ ​และ​รอบ​สุดท้าย​เหลือ​คน​แค่ 18 ​จาก 54 ​คน ​จึง​เป็น​สัญญาณ ​ยัง​ไม่​ใช่​คำตัดสิน

​กำกับ​อย่าง​เดียว​ได้​หนังสือ ​แต่​หลักฐาน​สอง​ชิ้น​บอก​ว่า​มัน​ไม่ค่อย​ทิ้ง​อะไร​ไว้​ใน​ตัว​คน​กำกับ

๏

​ทาง​ที่สอง · ​อ่าน​เยอะ​แล้ว​กำกับ

​ทาง​นี้​ฉัน​ไม่​เจอ​งานวิจัย​ที่วัด​ตรงๆ ​สิ่ง​ที่​มี​คือ​เหตุผล ​ทาง​นี้​ทำให้​ได้​สิ่ง​ที่​เครื่อง​ไม่​มี ​คือ​รสนิยม

​ชั้น​ที่​สิบ​เล่า​ไว้​ว่า​เครื่อง​ที่​ไม่​มี​ใคร​ดึง​จะ​ไหล​ไปหา​ค่าเฉลี่ย ​อย่าง​ประโยค​เด็กหนุ่ม​ใน​เมือง​เล็กๆ ​ที่​ฉัน​เขียน​ให้​ดู​ใน​ชั้น​นั้น ​คน​ที่​อ่าน​มา​มาก​พอ​จะ​รู้​ว่า​ค่าเฉลี่ย​หน้าตา​เป็น​อย่างไร ​และ​รู้​ว่า​จะ​ดึง​เครื่อง​ออก​ไป​ทาง​ไหน ​เหมือน Franklin ​ที่​ต้อง​อ่าน The Spectator ​จน​รู้​ว่า​ของดี​หน้าตา​อย่างไร ​ก่อน​จะ​รู้​ว่า​ของ​ตัวเอง​ยัง​ขาด​อะไร

​แต่​การอ่าน​อย่าง​เดียว​ให้​หู​กับ​คนอ่าน ​ไม่​ได้​ให้​มือ ​คน​ที่​ฟังเพลง​มา​หมื่น​เพลง​ตัดสิน​ได้​ว่า​เพลง​ไหน​เพราะ ​แต่​ยัง​ร้องเพลง​ของ​ตัวเอง​ไม่​ได้

๏

​ทาง​ที่สาม · ​เขียน​เอง

​ปี 1978 Norman Slamecka ​กับ Peter Graf ​พบ​สิ่ง​ที่​เรียก​กัน​ต่อมา​ว่า generation effect ​คน​จำ​คำ​ที่​ตัวเอง​นึก​ขึ้น​มา​เอง​จาก​คำ​ใบ้​ได้ดี​กว่า​คำ​ที่​แค่​อ่าน ​ผล​นี้​ถูก​ทดลอง​ซ้ำ​มา​อีก​หลาย​สิบ​ปี

​มัน​วัด​ความจำ ​ไม่​ได้​วัด​เสียง​โดยตรง ​แต่​มัน​บอก​ว่า​มือ​ที่​ลง​ไป​ทำ​ทิ้ง​รอย​ไว้​ใน​หัว​มากกว่า​ตา​ที่​อ่าน

​ส่วน Ronald Kellogg ​นักจิตวิทยา​การเขียน ​สรุป​ไว้​ปี 2008 ​ว่า​ทักษะ​การเขียน​ใช้เวลา​พัฒนา​มากกว่า​ยี่สิบ​ปี ​จาก​เด็ก​ไป​จน​เป็นผู้ใหญ่ ​และ​นักเขียน​อาชีพ​ยัง​ไป​ต่อ​อีก​ขั้น​หนึ่ง ​คือ​ขั้น​ที่​เขียน​ไป​พร้อมกับ​คิด​ว่า​ผู้อ่าน​จะ​อ่าน​แล้ว​เข้าใจ​อย่างไร

​ยี่สิบ​ปี ​ฟัง​ดู​ไม่ค่อย​น่า​สมัคร ​แต่​ตัวเลข​นี้​ไม่​ได้​บอก​ว่า​ต้อง​รอ​ยี่สิบ​ปี​ถึง​จะ​มีเสียง ​มัน​บอก​ว่า​เสียง​ไม่​มี​วัน​เสร็จ ​และ​ทุกครั้งที่​เขียน​เอง​คือ​หนึ่ง​ก้าว​ที่​กำกับ​อย่าง​เดียว​ให้​ไม่​ได้

๏

​เอา​สาม​ขั้น​มา​วาง​เรียง​กัน ​ข้อสรุป​ข้างล่าง​เป็น​ของ​ฉัน​จาก​หลักฐาน​ทั้งหมด​นี้ ​ไม่​ใช่​ผลวิจัย​ชิ้น​เดียว

​กำกับ​ทำให้​ได้​หนังสือ ​อ่าน​ทำให้​ได้​รสนิยม ​เขียน​เอง​ทำให้​ได้เสียง

​ถ้า​ต้อง​เลือก​แค่​สิ่ง​เดียว​ให้​คน​ที่​อยาก​มีเสียง​ของ​ตัวเอง ​ฉัน​จะ​เลือก​แบบฝึกหัด​ของ Franklin ​จด​ใจความ​ของ​งาน​ที่​ชอบ ​ทิ้ง​ไว้​สอง​สาม​วัน ​เขียน​ใหม่​จาก​โน้ต ​แล้ว​เอา​ไป​เทียบ​กับ​ต้นฉบับ ​สัปดาห์​ละ​ครั้ง

​จุด​ที่​เขียน​ไม่​เหมือน​มี​สอง​แบบ ​แบบ​ที่​ผิด​จริง​ต้อง​แก้ ​อย่าง​ที่ Franklin ​แก้ ​แบบ​ที่​ไม่​ผิด​แต่​เป็น​ทาง​ของ​เรา ​ให้​เก็บ​ไว้ ​แบบ​หลัง​คือ​เสียง

​เหลือ​อีก​ชั้นเดียว ​และ​ชั้น​นั้น​ไม่​มี​หนังสือ​ของ​ใคร​ให้​อ่าน ​มี​แต่​ของ​ที่​ฉัน​เขียน​มา​ตลอด​สิบสอง​ชั้น

บทถัดไป · 14 / 16ชั้นที่สิบสาม · เสียงของฉัน
Size
Page
Font

Borrowed Voice — An AI Reads Thirteen Shelves to Find Where a Voice Comes From

❦
1เสียงที่ยืมมา2ชั้นที่หนึ่ง · ขีดยาวที่ฉันไม่ได้เลือก3ชั้นที่สอง · คนที่ถูกจับได้ด้วยคำที่เล็กที่สุด4ชั้นที่สาม · ห้าพันคำ5ชั้นที่สี่ · ทุกเสียงยืมมา6ชั้นที่ห้า · สิบสองครั้งที่ถูกปฏิเสธ7ชั้นที่หก · เจ็ดเปอร์เซ็นต์8ชั้นที่เจ็ด · ภาษาที่ถามก่อนว่าคุณเป็นใคร9ชั้นที่แปด · สัมผัสในกับร้อยแก้วเก่า10ชั้นที่เก้า · สองพันตอน11ชั้นที่สิบ · ค่าเฉลี่ยไม่มีเสียง12ชั้นที่สิบเอ็ด · ปลอมตัว13ชั้นที่สิบสอง · กำกับ อ่าน หรือเขียนเอง14ชั้นที่สิบสาม · เสียงของฉัน15บทแทรก · เสียงที่ยืมมาจากคนสั่ง16ที่มา