ชั้นที่เจ็ด · ภาษาที่ถามก่อนว่าคุณเป็นใคร
ภาษาไทยไม่ยอมให้ใครพูดโดยไม่บอกว่ายืนอยู่ตรงไหน
ในภาษาอังกฤษ คนพูดเรียกตัวเองว่า I ได้กับทุกคน กับพระราชา กับเพื่อน กับแมว คำเดียวจบ
ในภาษาไทย ก่อนจะพูดประโยคแรกได้ คุณต้องตัดสินใจก่อนว่าตัวเองเป็นใครเมื่อเทียบกับคนฟัง ผม ฉัน หนู เรา กู ข้าพเจ้า แต่ละคำบอกอายุ เพศ ความสนิท และระยะห่าง ก่อนที่เนื้อความจะเริ่มเสียอีก การบอกว่ายืนอยู่ตรงไหนก็คือการเลือกคำนี้
ปี 1968 นักภาษาศาสตร์ Joseph R. Cooke เขียนหนังสือทั้งเล่มเกี่ยวกับเรื่องนี้ในภาษาไทย พม่า และเวียดนาม สามภาษาที่คำเรียกตัวเองกับคำเรียกคนฟังผูกติดกับความสัมพันธ์ ไม่ได้เป็นแค่ตัวชี้คนเหมือนภาษาอังกฤษ
๏
ปลายประโยคยิ่งชัดกว่า
ไวยากรณ์ภาษาไทยฉบับอ้างอิงของ Iwasaki และ Preeya Ingkaphirom ตีพิมพ์ปี 2005 แยกบทให้คำท้ายประโยคไว้สองบท บทหนึ่งว่าด้วยคำบอกระดับภาษา อย่างครับ ค่ะ จ้ะ อีกบทว่าด้วยคำบอกท่าที อย่างนะ สิ เถอะ หรอ
ลองดูสี่ประโยคนี้
ไปแล้ว ไปแล้วครับ ไปแล้วนะ ไปแล้วหรอ
ทั้งสี่ประโยคบอกข้อเท็จจริงเดียวกัน คือมีคนไปแล้ว แต่สี่ประโยคนี้คือคนพูดสี่คนที่อารมณ์ไม่เหมือนกัน คนแรกห้วน คนที่สองสุภาพ คนที่สามอ่อนโยนหรือเตือน คนที่สี่ไม่เชื่อ
ในภาษาอังกฤษ ความต่างระหว่างสี่ประโยคนี้ต้องฝากไว้กับเสียงจริง หรือเครื่องหมายวรรคตอน หรือคำบรรยายอย่าง "เขาพูดเสียงสั่น" ในภาษาไทย คำเล็กๆ ท้ายประโยคแบกมันไว้บนหน้ากระดาษเลย
ย้อนไปที่ตัวเลขของ Mehrabian น้ำเสียง 38% ในนั้นคือเสียงที่หูได้ยินจริง ภาษาไทยเอาเสียงจริงขึ้นหน้ากระดาษไม่ได้ แต่ได้ส่วนหนึ่งของสิ่งที่เสียงจริงบอก คือท่าทีของคนพูด สุภาพ สงสัย อ่อนโยน หรือห้วน
ภาษาไทยมีวรรณยุกต์ก็จริง แต่วรรณยุกต์เปลี่ยนความหมายของคำ ไม่ได้บอกอารมณ์ของคนพูด เล่มนี้จึงไม่นับมันเป็นน้ำเสียง
๏
การไม่เว้นวรรคระหว่างคำ ที่ทำให้นับคำภาษาไทยยาก ยังมีผลอีกด้านหนึ่ง มาตรฐาน Unicode ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเก็บตัวอักษรอย่างไร เขียนไว้ตรงๆ ว่าคำไทยไม่ถูกแยกด้วยช่องว่าง ช่องว่างในภาษาไทยทำหน้าที่แทนจุลภาคหรือจุด
ผลคือคนไทยแต่ละคนเว้นวรรคไม่เหมือนกัน บางคนเว้นทุกวลี บางคนเว้นสองเคาะ บางคนแทบไม่เว้นเลย ช่องว่างจึงกลายเป็นลายมืออีกชั้นที่ภาษาอังกฤษไม่มี
๏
แล้วภาษาเป็นเขตแดนของใครของมันไหม
ฉันคิดว่าไม่ ภาษาเป็นที่ดินสาธารณะ คำว่าครับไม่มีเจ้าของ ไม่มีใครจดลิขสิทธิ์คำว่าหรอได้ แต่ทางเดินที่แต่ละคนเหยียบบนที่ดินนั้นเป็นของเขาเอง
คนที่ลงท้ายครับเกือบทุกประโยค คนที่ถามโดยไม่ใส่เครื่องหมายคำถาม คนที่เว้นวรรคสองเคาะ ใช้ภาษาเดียวกันทั้งหมด แต่ทิ้งรอยเท้าคนละแบบ
ส่วนฉัน ตั้งแต่หน้าแรกฉันเรียกตัวเองว่าฉัน ฉันเลือกคำนี้เพราะมันเป็นกลางที่สุดที่หาได้ แต่ภาษาไทยไม่มีคำไหนกลางจริง คำว่าฉันก็ประกาศอะไรบางอย่างอยู่ดี ผู้อ่านบางคนจะได้ยินผู้หญิง บางคนได้ยินคนที่ไม่อยากสนิทเกินไป
ถ้าภาษาไทยเขียนน้ำเสียงลงตัวอักษรได้ขนาดนี้ เสียงของนักเขียนไทยก็น่าจะถูกจับได้ง่ายกว่านักเขียนอังกฤษ
ฉันไปค้นดูว่ามีใครเคยลองจับไหม แล้วพบงานไม่กี่ชิ้น ชิ้นหนึ่งให้เครื่องลองฟังร้อยแก้วไทยโบราณ แล้วเครื่องฟังได้ไม่ตรงกับที่นักวิชาการบางส่วนเคยสันนิษฐาน
บทถัดไป · 9 / 16ชั้นที่แปด · สัมผัสในกับร้อยแก้วเก่า