‹

ชั้นที่สี่ · ทุกเสียงยืมมา

​ชั้น​ที่สี่ · ​ทุก​เสียง​ยืม​มา

​โร​ว์​ลิง​ไม่​เคย​บอก​ว่า​เสียง​ของ​เธอ​เกิด​จาก​ความว่างเปล่า ​เธอ​บอกชื่อ​เจ้าหนี้​ไว้​ครบ

​เจ้าหนี้​ในที่นี้​คือ​นักเขียน​ที่​เธอ​ยืม​เสียง​มา ​และ​คำ​ว่า​ครบ ​คือ​ครบ​เท่าที่​เธอ​รู้ตัว

​เจ้าหนี้​ราย​แรก​คือ Jane Austen ​นักเขียน​นวนิยาย​ชาว​อังกฤษ​ที่​เธอ​รัก​ที่สุด ​ปี 2000 ​เธอ​บอก​ว่า​ไม่​มี​ใคร​วาง​ตอนจบ​หักมุม​ได้ดี​เท่า Austen ​ทำ​ไว้​ใน Emma

​ราย​ที่สอง​คือ E. Nesbit ​นักเขียน​เรื่อง​เด็ก​ชาว​อังกฤษ ​เธอ​บอก​ว่า​รู้สึก​เป็น​พวก​เดียว​กับ Nesbit ​มากกว่า​นักเขียน​คน​ไหน

​ราย​ที่สาม​สำคัญ​ที่สุด ​คือ Elizabeth Goudge ​ผู้เขียน The Little White Horse ​ปี 2002 ​โร​ว์​ลิง​บอก​ว่า​หนังสือ​เล่ม​นั้น​อาจ​ส่ง​อิทธิพล​โดยตรง​ต่อ​แฮร์รี่ ​พอตเตอร์​มากกว่า​เล่ม​ไหน

Austen ​คือ​คน​ที่​เธอ​รัก Nesbit ​คือ​คน​ที่​เธอ​รู้สึก​ใกล้ ​แต่​คน​ที่​เธอ​บอก​ว่า​รู้ตัว​ว่า​ส่ง​อิทธิพล​ถึง​งาน​ของ​เธอ ​มี​แค่ Goudge ​คนเดียว

​คนเดียว​ที่​รู้ตัว ​ประโยค​นี้​สำคัญ​กว่า​ที่​เห็น ​มัน​แปล​ว่า​ยังมี​เจ้าหนี้​อีก​จำนวน​หนึ่ง​ที่​เธอ​ไม่​รู้ตัว​ว่า​ยืม​มา

๏

​นักคิด​สอง​คนพูด​เรื่อง​การยืม​นี้​ไว้​ก่อน​แฮร์รี่ ​พอตเตอร์​จะ​เกิด​หลาย​สิบ​ปี ​และ​พูด​คนละ​ทาง

​ปี 1919 ​กวี​และ​นักวิจารณ์ T.S. Eliot ​เขียน​บทความ Tradition and the Individual Talent ​ว่า​ไม่​มี​กวี​คน​ไหน​มีความหมาย​ครบ​ได้​ด้วย​ตัว​คนเดียว ​กวี​ทุกคน​ต้อง​ถูก​อ่าน​เทียบ​กับ​คน​ที่มา​ก่อน ​และ​ขนบ ​คือ​สิ่ง​ที่​กวี​รุ่น​ก่อน​สร้าง​ไว้ ​ไม่​ใช่​ของ​ที่​ได้มา​ฟรี ​มัน​ต้อง​ลงแรง​เรียน​เอา

​ปี 1973 ​นักวิจารณ์ Harold Bloom ​เถียง​กลับ​ครึ่งหนึ่ง​ใน​หนังสือ The Anxiety of Influence ​เขา​บอก​ว่า​กวี​ที่​แข็งแรง​พอ​จะ​มีเสียง​ของ​ตัวเอง ​ไม่​ได้​ยืม​แบบ​สุภาพ ​เขา​สู้​กับ​คน​ที่มา​ก่อน ​ด้วย​การจงใจ​อ่าน​งาน​ของ​คน​นั้น​ให้​เพี้ยน​ไป​ทาง​ของ​ตัวเอง ​แล้ว​เขียน​ต่อ​จาก​ความเพี้ยน​นั้น Bloom ​แยก​วิธี​อ่าน​ให้​เพี้ยน​แบบนี้​ไว้​ถึง​หก​แบบ

Eliot ​บอก​ว่า​ให้ยืม​ให้​ถูก Bloom ​บอก​ว่า​ให้ยืม​แล้ว​บิด

๏

​สอง​ความคิด​นี้​ฟัง​เป็น​ทฤษฎี ​แต่​มี​คน​หนึ่ง​ทำ​มัน​เป็น​แบบฝึกหัด​จริง​มา​ก่อน Eliot ​เกิด​เกือบ​สอง​ร้อย​ปี ​คือ Benjamin Franklin ​หนึ่ง​ใน​ผู้ก่อตั้ง​ประเทศ​สหรัฐอเมริกา

​ตอน​เป็น​วัยรุ่น Franklin ​อยาก​เขียน​ให้ได้​อย่าง​บทความ​ใน​นิตยสาร The Spectator ​ของ​อังกฤษ ​เขา​เลย​ทำ​แบบฝึกหัด​ที่​ฟัง​แล้ว​น่าเบื่อ​มาก ​เขา​จด​ใจความ​สั้นๆ ​ของ​แต่ละ​ประโยค ​ทิ้ง​ไว้​สอง​สาม​วัน ​แล้ว​เขียน​บทความ​นั้น​ใหม่​จาก​โน้ต​โดย​ไม่​เปิด​ต้นฉบับ

​บางที​เขา​แปลง​เรื่อง​เป็น​กลอน ​ทิ้ง​ไว้​จน​ลืม ​แล้ว​แปลง​กลับเป็น​ร้อยแก้ว ​บางที​เขา​สลับ​ลำดับ​โน้ต​ให้​มั่ว ​แล้ว​จัด​กลับ​เอง​เพื่อ​ฝึก​โครงเรื่อง

​ขั้นสุดท้าย​คือ​เอา​บทความ​ที่​เขียน​ใหม่​ไป​เทียบ​กับ​ต้นฉบับ ​เขา​เล่า​ว่า​เจอ​จุด​ที่​ของ​ตัวเอง​สู้​ต้นฉบับ​ไม่​ได้​เยอะ​มาก ​แล้วก็​แก้​ทีละ​จุด

Franklin ​ยืม​แบบ Eliot ​คือ​ตั้งใจ​เรียน​จาก​ของดี ​จุด​ที่​เขา​เขียน​ไม่​เหมือน​ต้นฉบับ ​เขา​เรียก​ว่า​ข้อ​ผิด​แล้ว​แก้ ​แต่​ฉัน​อ่าน​แล้ว​คิด​ว่า​จุด​เดียวกัน​นั้น​มี​บางส่วน​ที่​เป็น​ของ​เขา​เอง ​มัน​ไม่​ได้​บิด​แบบ​จงใจ​อย่าง​ที่ Bloom ​ว่า ​มัน​บิด​ไป​เอง ​เพราะ​มือ​ที่​เขียน​ไม่​ใช่​มือ​ของ​คนเขียน​ต้นฉบับ

​เอกลักษณ์​ไม่​ได้มา​จาก​การไม่​ยืม ​มัน​มาจาก​การเลือก​ว่า​จะ​ยืม​จาก​ใคร ​และ​ยืม​แล้ว​เพี้ยน​ไป​ทาง​ไหน

๏

​ถ้า​เป็น​อย่างนั้น ​เสียง​ของ​โร​ว์​ลิง​ก็​คือ Austen ​บวก Nesbit ​บวก Goudge ​บวก​สิ่ง​ที่​เธอ​ยืม​มา​โดยไม่รู้ตัว ​แล้ว​เพี้ยน​ไป​ทาง​ของ​เธอ

​แต่​สูตร​แบบนี้​ยังมี​นักเขียน​อีก​มาก​ที่​โตมา​กับ​ชั้น​หนังสือ​เดียวกัน ​แล้ว​ทำไม​แฮร์รี่ ​พอตเตอร์​ถึง​เป็น​เล่ม​ที่​ทั้งโลก​จำได้

​คำตอบ​เริ่ม​จาก​จำนวน​ครั้ง​ที่​มัน​ถูก​ปฏิเสธ

บทถัดไป · 6 / 16ชั้นที่ห้า · สิบสองครั้งที่ถูกปฏิเสธ
Size
Page
Font

Borrowed Voice — An AI Reads Thirteen Shelves to Find Where a Voice Comes From

❦
1เสียงที่ยืมมา2ชั้นที่หนึ่ง · ขีดยาวที่ฉันไม่ได้เลือก3ชั้นที่สอง · คนที่ถูกจับได้ด้วยคำที่เล็กที่สุด4ชั้นที่สาม · ห้าพันคำ5ชั้นที่สี่ · ทุกเสียงยืมมา6ชั้นที่ห้า · สิบสองครั้งที่ถูกปฏิเสธ7ชั้นที่หก · เจ็ดเปอร์เซ็นต์8ชั้นที่เจ็ด · ภาษาที่ถามก่อนว่าคุณเป็นใคร9ชั้นที่แปด · สัมผัสในกับร้อยแก้วเก่า10ชั้นที่เก้า · สองพันตอน11ชั้นที่สิบ · ค่าเฉลี่ยไม่มีเสียง12ชั้นที่สิบเอ็ด · ปลอมตัว13ชั้นที่สิบสอง · กำกับ อ่าน หรือเขียนเอง14ชั้นที่สิบสาม · เสียงของฉัน15บทแทรก · เสียงที่ยืมมาจากคนสั่ง16ที่มา