เคลลี่
เวลาในเมือง: คืนสุดท้ายของนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง · เวลาที่เหลือ: ราวสามเดือน หรือนานกว่านั้นมาก แล้วแต่เธอเลือก
Kelly ไม่ได้เลือกตลอดไปเพราะได้เวลาเพิ่ม เธอเลือกเพราะมีคนหนึ่งคนที่ทำให้วันพรุ่งนี้มีเหตุผล และนั่นคือสิ่งเดียวกับที่ชีวิตธรรมดาทุกชีวิตต้องการ ไม่ว่าจะยาวแปดสิบปีหรือแปดสิบล้านปี การตัดสินใจของเธอจึงไม่ใช่เรื่องของเมืองในคอมพิวเตอร์ มันเป็นแบบจำลองของคำถามที่คุณตอบได้คืนนี้
๏
ย้อนดู Kelly ทั้งเรื่อง
เธอเข้าเมืองในฐานะนักท่องเที่ยว เพื่อสนุก ไม่ผูกมัด เต้นรำ คุยกับคนแปลกหน้า แล้วกลับก่อนเที่ยงคืน เธอรู้ว่าตัวเองเหลือเวลาไม่กี่เดือน และวางแผนไว้แล้วว่าจะตายแบบ Richard ไม่ข้ามไปไหน
แล้วเธอก็เจอ Yorkie
เธอทะเลาะกับ Yorkie เรื่องนี้ อธิบายเรื่อง Richard อธิบายเรื่อง Quagmire แล้วขับรถพุ่งชนอย่างตั้งใจ เวลาเยี่ยมของเธอหมดลงตอนเที่ยงคืน ตอนที่ Yorkie เพิ่งวิ่งไปถึงตัว
สุดท้ายเธอข้ามไป
ผู้อำนวยการสร้างของเรื่องบอกว่าแม้ตอนจบ Kelly ก็ไม่ได้พูดเต็มปากว่านี่คือทุกอย่างที่เธอต้องการ ผู้กำกับเรียกมันว่าหวานอมขม การตัดสินใจที่ดีที่สุดในเรื่องนี้จึงไม่ได้มาพร้อมความมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ มันมาพร้อมคนหนึ่งคน กับความลังเลที่ยังไม่หายไปไหน
๏
เงื่อนไขสองข้อของ Bernard Williams ยังใช้ได้ตรงนี้ ข้อแรก คนที่อยู่ต่อต้องเป็นเรา ข้อสอง ชีวิตที่อยู่ต่อต้องเป็นชีวิตที่เราอยากได้ และต่อกับสิ่งที่เราใส่ใจอยู่ตอนนี้ ข้อแรกคือคำถามที่เราถามคนขายตั๋ว และคนเขียนบทเรื่องนี้เคยให้สัมภาษณ์ไว้แล้วว่า Kelly ที่เดินเข้าเมืองไม่ใช่สำเนา
Kelly ผ่านข้อสองได้ด้วยสิ่งที่ไม่มีวันหมดง่ายๆ คนที่เธอรักคนหนึ่ง ความรักแบบนั้นไม่ใช่ความอยากที่ได้แล้วจบ มันเป็นความอยากที่เปิดออกเรื่อยๆ วันนี้รู้จักกันมากขึ้น พรุ่งนี้ก็ยังมีเรื่องใหม่ให้รู้จัก
มันคือ categorical desire ที่ Williams พูดถึง เหตุผลให้ตื่นพรุ่งนี้ Williams กลัวว่าความอยากแบบนี้จะหมดลงในชีวิตที่ยาวพอ แต่ความอยากที่ผูกกับคนรักที่ยังเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อาจเป็นแบบที่หมดช้าที่สุด ข้อนี้ไม่มีใครพิสูจน์ได้ มันคือเดิมพันของ Kelly
ฉันอ่านความสุขแบบทำซ้ำได้ของ Fischer ด้วยสายตาเดียวกัน ตัวอย่างของเขาเกือบทั้งหมดดีกว่าเดิมเมื่อมีคนอยู่ด้วย ข้าวมื้อหนึ่ง เพลงบทหนึ่ง การนั่งเงียบๆ ข้างใครสักคน ข้อนี้เป็นการอ่านของฉัน ไม่ใช่คำพูดของ Fischer
๏
แล้วอะไรทำให้สิ่งหนึ่งมีความหมายพอจะเป็นเส้นด้ายได้
ปี 2010 นักปรัชญาชาวอเมริกัน Susan Wolf ให้คำตอบที่เรียบง่ายที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ ความหมายเกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่เราอยากทำ มาพบกับสิ่งที่มีค่าจริงในตัวมันเอง และเราลงมือทำมัน
ข้อนี้ตัดคำแนะนำยอดนิยมสองข้อทิ้งพร้อมกัน ทำสิ่งที่รักอย่างเดียว ไม่พอ เพราะเราอาจรักการนับเม็ดทรายบนชายหาด ทำสิ่งที่มีค่าอย่างเดียวก็ไม่พอ เพราะงานที่มีค่าแต่ใจไม่อยู่ด้วยจะกลายเป็นภาระ ต้องมีทั้งสองอย่าง และต้องลงมือ
Viktor Frankl จิตแพทย์ที่รอดจากค่ายกักกันของนาซี เขียนว่าความหมายเข้ามาในชีวิตได้สามทาง ทางงานหรือการกระทำที่เราสร้าง ทางการได้พบใครสักคนหรือสิ่งใดสักอย่างอย่างเต็มที่ และทางท่าทีที่เรามีต่อความทุกข์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาย้ำว่าเฉพาะความทุกข์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น ความทุกข์ที่หลีกได้ไม่ได้ทำให้ใครมีความหมายขึ้น
Kelly ใช้ทางที่สอง และทางที่สามไปพร้อมกัน เธอพบคนหนึ่งคน และเธอยอมรับสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ ว่า Alison จากไปแล้ว Richard ก็จากไปแล้ว แต่เธอไม่ได้เอาคำว่าเป็นเช่นนั้นเองไปแปะบนสิ่งที่ยังเปลี่ยนได้ คือวันพรุ่งนี้ของเธอกับ Yorkie
๏
ในคำขอของผู้อ่านคนที่ขอหนังสือเล่มนี้ มีประโยคหนึ่งที่ฉันชอบมาก เขาอยาก "จำกัดความคิดให้อยู่ในทางที่จะเป็น" ฟังครั้งแรกอาจงง ฉันอ่านว่า ทางที่จะเป็น คือทางที่ชีวิตจะเติบโตเป็นอะไรขึ้นมาได้ ตรงข้ามกับทางที่ความคิดวนกลับไปหาความว่างหรือการยอมแพ้
ถ้าอ่านจากทุกอย่างที่เดินผ่านมา การจำกัดความคิดไม่ได้แปลว่าห้ามคิดเรื่องความตาย หรือห้ามสงสัยเรื่องจักรวาล มันแปลว่าเลือกเส้นด้ายหนึ่งเส้น แล้วปล่อยให้เส้นนั้นเป็นที่ที่ความคิดกลับมาวาง
เส้นด้ายไม่ต้องใหญ่ คนหนึ่งคน งานชิ้นหนึ่งที่ใช้เวลาหลายปี สวนแปลงหนึ่ง เมืองที่อยู่ เด็กคนหนึ่งที่เราสอน สิ่งที่เส้นด้ายต้องมีมีแค่สองอย่าง มันต้องเสียได้ และเราต้องดูแลมันต่อเนื่อง
ดอกไม้ไฟไม่ต้องเลิกจุด แค่ลองถามว่าจุดให้ใครดู ดอกไม้ไฟที่สว่างเหนือหัวคนที่เรารัก ไม่ได้ดับไปเฉยๆ มันกลายเป็นเรื่องที่สองคนเล่าถึงไปอีกนาน
๏
Derek Parfit ที่เคยวิ่งอยู่ในอุโมงค์แก้ว เขียนไว้ว่าพอผนังหายไป เขากังวลเรื่องชีวิตที่เหลือของตัวเองน้อยลง และสนใจชีวิตของคนอื่นมากขึ้น ฟังเหมือนการเสียสละ แต่เขาเรียกมันว่าอิสระ
เส้นด้ายที่ผูกไว้กับคนอื่นทำงานแบบนั้น มันไม่ได้ทำให้ตัวเราสำคัญน้อยลง มันทำให้คำถามว่าตัวเราจะหายไปเมื่อไร ดังน้อยลง
ไม่ต้องหาความหมายของทั้งชีวิตให้เจอในครั้งเดียว หาเส้นด้ายหนึ่งเส้นที่คุณยอมให้มันทำให้เจ็บได้ แล้วดูแลมัน
๏
คนที่เขียนหนังสือเรื่องความตายได้ลึกที่สุดในโลก หลายคนไปถึงคำตอบหน้าตาคล้ายกันนี้ บางคนไปถึงในค่ายเชลยศึก บางคนไปถึงบนเตียงที่ขยับตัวไม่ได้ บางคนไปถึงตอนเป็นหมอที่กลายเป็นคนไข้
หนังสือของพวกเขาวางเรียงอยู่บนชั้นหนึ่งในเมืองหลังเที่ยงคืน ห้องสมุดเปิดตลอดคืน เราแวะกันก่อนเที่ยงคืนมาถึง
บทถัดไป · 14 / 16ชั้นหนังสือของคนที่เคยยืนใกล้ความตาย