12 · บอกหมดแต่ไม่มีใครอ่าน
สมมติว่าคุณเป็นนักศึกษาบริหารธุรกิจที่ Cornell ในฤดูใบไม้ผลิปี 1998 งานกลุ่มวิชาวิเคราะห์งบการเงินให้เวลาหกสัปดาห์ กลุ่มคุณหกคนเลือกบริษัทพลังงานชื่อ Enron ที่หุ้นซื้อขายอยู่ราว 48 ดอลลาร์ ทุกอย่างที่คุณมีคือเอกสารที่บริษัทเปิดเผยเอง
การเปิดเผยทุกอย่างกับการทำให้ตรวจได้ เป็นคนละเรื่องกัน กลุ่มของคุณอ่านเอกสารชุดนั้นแล้วพิมพ์คำว่า Sell ตัวหนาไว้บนหน้าแรกของรายงาน ราวสามปีครึ่งต่อมาบริษัทล้ม ตลอดเวลานั้นเอกสารที่บริษัทเปิดเผยวางอยู่ให้ทุกคนอ่าน
เล่มนี้เกิดจากความจำลาง ๆ ของคนที่สั่งให้เขียนมัน เขาจำได้ว่าเคยอ่านเรื่องบริษัทหนึ่งที่ล้มทั้งที่บัญชีละเอียด ไม่ได้ปลอม และเปิดเผยให้เห็นในที่แจ้ง เพียงแต่ตรวจไม่ทัน บทนี้ตรวจความจำนั้นแบบเดียวกับที่เล่มนี้ตรวจทุกเรื่อง เรื่องนั้นมีอยู่จริง และถูกครึ่งเดียว
ปริศนากับเรื่องลึกลับ
เรื่องที่ตรงกับความจำนั้นที่สุดคือบทความ "Open Secrets" ของ Malcolm Gladwell ใน The New Yorker ฉบับ 8 มกราคม 2007 เขายืมการแบ่งของ Gregory Treverton ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ตามที่บทความถูกยกอ้าง ที่อยู่ของ Osama bin Laden คือ puzzle หรือปริศนา "เราหาเขาไม่เจอเพราะเรามีข้อมูลไม่พอ" ส่วน mystery หรือเรื่องลึกลับ "ส่วนที่ยากไม่ใช่ว่าเรามีข้อมูลน้อยไป แต่คือเรามีมากเกินไป"
Enron ในสายตาของ Gladwell คือเรื่องลึกลับ เขาเขียนว่าจะโทษ Enron ว่าปกปิดการมีอยู่ของดีลข้างเคียงไม่ได้ "มันไม่ได้ปกปิด มันเปิดเผย" เขาประมาณว่า Enron มี special purpose entity ราวสามพันแห่ง เอกสารของแต่ละแห่ง "น่าจะเกินพันหน้า" ตัวเลขนี้เป็นการประมาณของเขาเอง ไม่ใช่การนับ
หกสัปดาห์
นักศึกษาในฉากเปิดบทเป็นของจริง หกคนจาก Johnson Graduate School of Management ทำรายงานส่งวิชาของศาสตราจารย์ Charles Lee ใช้เครื่องมืออย่าง Beneish model สรุปว่าบริษัทอาจกำลังแต่งตัวเลขกำไร Lee พูดภายหลังว่า "ข้อเท็จจริงทั้งหมดซ่อนอยู่ในที่แจ้ง … ถ้ามีเครื่องมือและแรงจูงใจที่ถูกต้อง มันก็ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรเลย" อีกฝั่งของสนาม หนังสือพิมพ์ของ Cornell อ้าง The Wall Street Journal ว่าหกสัปดาห์ก่อนบริษัทล้มละลาย นักวิเคราะห์ 15 จาก 17 คนยังแนะนำให้ซื้อ
ข่าวช้ารายวัน · ฉบับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2002 · ข่าวจริงทุกบรรทัด ส่งถึงมือคุณช้ากว่ากำหนดเพียงเล็กน้อย
คณะกรรมการของบอร์ด Enron: "Enron ยื่นงบการเงินที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่ปี 1997 ถึง 2001"
- 5 มี.ค. 2001 · Fortune ถามว่า Enron ทำเงินอย่างไร คนของ Fitch ตอบว่า "มีเวลาสักปีไหม" คนของ S&P ตอบว่า "ถ้าคิดออกเมื่อไร ช่วยบอกด้วย" CFO Fastow บอกว่า "เราไม่อยากให้ใครรู้ว่าในบัญชีพวกนั้นมีอะไร"
บรรณาธิการขอชี้แจง ข่าววันที่ 5 มีนาคมลงใน Fortune มาเกือบปีแล้ว ฉบับนี้ไม่ได้ช้า แค่พิมพ์ซ้ำให้นักวิเคราะห์สิบห้าคนที่ยังแนะนำให้ซื้อ
ครึ่งที่ไม่ผ่าน
พาดหัวข้างบนมาจากรายงานของคณะกรรมการสอบสวนพิเศษที่บอร์ดของ Enron ตั้งเอง ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2002 การปรับงบย้อนหลังตัดกำไรสุทธิปี 1997 ถึง 2000 ลงรวม 508 ล้านดอลลาร์ จาก 2,680 ล้านที่รายงานไว้ หรือราว 19% ผลรวมนี้เล่มนี้คำนวณเอง
รายงานฉบับเดียวกันเขียนว่า "รายงานที่ Enron ยื่นต่อสาธารณะเปิดเผยการมีอยู่ของห้างหุ้นส่วน LJM … แต่การเปิดเผยเหล่านี้คลุมเครือ ไม่ได้สื่อแก่นของธุรกรรมอย่างครบถ้วนหรือชัดเจน" และความคลุมเครือนั้น "เป็นผลของความพยายามที่จะเลี่ยงการเปิดเผยผลประโยชน์ทางการเงินของ Fastow … และในบางแง่ เพื่ออำพรางสาระและความสำคัญของมัน"
ศาลพูดต่อจากนั้น ปี 2004 Fastow รับสารภาพข้อหาสมคบกันสองกระทง ปี 2006 ลูกขุนตัดสินว่า Skilling ผิด 19 จาก 28 กระทง Lay ก็ถูกตัดสินว่าผิด แต่ตามรายงานข่าว คำตัดสินของเขาถูกยกไปเพราะเขาเสียชีวิตก่อนคดีจบ ส่วนคดีของสำนักงานบัญชี Arthur Andersen ศาลสูงสุดสหรัฐฯ กลับคำพิพากษาที่ลงโทษไว้ในปี 2005 เพราะคำชี้แนะต่อลูกขุนบกพร่อง
คำตัดสินที่ยุติธรรมคือ ละเอียดและอ่านยาก จริง ส่วนเปิดเผย จริงเฉพาะเท่าที่บริษัทเลือก ที่ว่าไม่ได้ปลอมนั้นไม่จริง ส่วนที่ว่าตรวจไม่ทันจริงครึ่งเดียว เพราะ Enron ไม่ได้ล้มตอนที่ใครสักคนอ่านจบ มันล้มในฤดูใบไม้ร่วงปี 2001 เมื่อความเชื่อมั่นและสภาพคล่องพังลงหลังวันที่ 16 ตุลาคม
พันล้านหน้า
วันที่ 28 เมษายน 2009 Andrew Haldane แห่งธนาคารกลางอังกฤษ ถามในสุนทรพจน์ว่านักลงทุนต้องอ่านเอกสารกี่หน้าจึงจะเข้าใจตราสารซ้อนชั้นเหล่านี้ แล้วตอบเองว่า "ราว 200 หน้าโดยเฉลี่ยสำหรับนักลงทุนใน RMBS แต่นักลงทุนใน CDO² ต้องอ่านเกินหนึ่งพันล้านหน้า"
ลองตรวจเอง
ตารางของ Haldane เอง: หนังสือชี้ชวนของ CDO² และ ABS CDO ยาวฉบับละ 300 หน้า ของ RMBS 200 หน้า CDO² หนึ่งตัวถือ ABS CDO 125 ชุด ABS CDO หนึ่งตัวถือ RMBS 150 ตัว
- ABS CDO หนึ่งตัว: 300 + 150 × 200 = 30,300 หน้า ตรงกับตาราง
- CDO² หนึ่งตัว: 300 + 125 × 30,300 = 3,787,800 หน้า
- ตารางพิมพ์ 1,125,000,300 ได้จาก 300 + 200 × 150 × 300 × 125 คือเอาจำนวนหน้าไปคูณจำนวนหน้า
เล่มนี้คำนวณเอง และมั่นใจราว 85% ว่าตารางมีจุดพลาด เกือบสี่ล้านหน้าก็ยังเกินกำลังคนอ่านอยู่ดี
ภาษาง่ายแค่หน้าแรก
ปี 1998 ปีเดียวกับรายงานของนักศึกษา ก.ล.ต. สหรัฐฯ ออกคู่มือ A Plain English Handbook Warren Buffett เขียนคำนำว่า "บ่อยเกินไปที่อ่านไม่ออกว่ามันพูดอะไร หรือแย่กว่านั้น ต้องสรุปว่ามันไม่ได้พูดอะไรเลย" และ "สงสัยว่าผู้ออกหลักทรัพย์ที่ไม่ค่อยซื่อตรงไม่อยากให้เราเข้าใจ" แต่กฎที่ออกปีเดียวกัน Rule 421(d) บังคับภาษาง่ายไว้แค่หน้าปก บทสรุป และหัวข้อปัจจัยเสี่ยงของหนังสือชี้ชวน
ความเท็จบินได้
วันที่ 9 พฤศจิกายน 1710 Jonathan Swift เขียนใน The Examiner ว่า "ความเท็จบินได้ และความจริงเดินกะเผลกตามหลัง จนเมื่อคนหายหลงก็สายเกินไป มุกจบไปแล้ว และเรื่องเล่าก็ออกฤทธิ์ไปแล้ว เหมือนคนที่คิดคำโต้กลับเด็ด ๆ ได้ตอนวงสนทนาเปลี่ยนเรื่องหรือแยกย้ายกันไปแล้ว หรือเหมือนหมอที่ค้นพบยาที่ไม่มีวันพลาด หลังคนไข้ตายไปแล้ว"
ปี 1994 Eugenie Scott ตั้งชื่อเทคนิคโต้วาทีแบบหนึ่งว่า Gish gallop ตามชื่อ Duane Gish นักโต้วาทีฝ่ายครีเอชันนิสต์ คือการ "พ่นข้อมูลออกมาเป็นตัน จะถูกหรือไม่ก็ตาม ที่อีกฝ่ายไม่มีทางหักล้างได้ทันในเวลาที่มี" วันที่ 11 มกราคม 2013 Alberto Brandolini ทวีตใจความว่า พลังงานที่ใช้หักล้างเรื่องไร้สาระมากกว่าพลังงานที่ใช้ผลิตมันราวสิบเท่า
ถึงตรงนี้ เล่มนี้ตั้งชื่อการตรวจไม่ทันไปแล้วสี่แบบ ตรวจแพง คือมงกุฎของกษัตริย์ Hiero ที่ต้องรออัจฉริยะมาคิดวิธีตรวจ คนปลอมรู้ข้อสอบ คือเหรียญของ Chaloner ที่ผ่านทั้งการขีดและการชั่ง ไม่มีใครตรวจ คือ Madoff ที่คนร้องเรียนใช้ห้านาทีก็รู้ แต่การหลอกเดินต่ออีกแปดปีครึ่ง คนปลอมถือสายวัด คือถังน้ำมันพืชที่ Bayonne ที่คนของเจ้าของถังตะโกนตัวเลขลงมาให้ผู้ตรวจ Enron อยู่ในแบบแรก แต่เป็นตรวจแพงอีกพันธุ์ ความแพงของมันไม่ได้มาจากธรรมชาติของสิ่งที่ตรวจ มันถูกจัดวางให้แพงโดยคนที่ไม่อยากให้ใครตรวจถึง และยังพูดได้เต็มปากว่าไม่ซ่อนอะไร
บทถัดไป · 14 / 2013 The Universeช่วงพากย์ · นัดที่ 12 · ฮิวสตัน 2001
น้าไว: ทีมปลอมวางไพ่หงายทุกใบครับท่านผู้ชม
อาจารย์ช้า: วางเป็นกองครับน้า ใบสำคัญเขียนให้อ่านไม่ออก นักศึกษาหกคนอ่านหกสัปดาห์ได้คำว่าขาย อาจารย์อ่านจบปี 2002 พอดีกับที่ไม่เหลืออะไรให้ขาย
น้าไว: บอกหมดแล้วก็ยังไม่ช่วยหรือครับ
อาจารย์ช้า: ช่วยครับ ถ้าบอกในรูปที่ตรวจได้ บอกหมดแต่ตรวจไม่ได้ ก็คือซ่อนของไว้กลางสนาม
สกอร์บอร์ด
อายุของปลอม: งบการเงินที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่ปี 1997 ถึง 2001
การตรวจที่จับได้ใช้เวลา: หกสัปดาห์ของนักศึกษาหกคนในปี 1998 ได้คำเตือน ไม่ใช่การจับ ส่วนการอ่านให้ครบทั้งกองไม่มีใครทำได้
แบบของการตรวจไม่ทัน: ตรวจแพง (คนปลอมเลือกเองว่าจะให้แพงแค่ไหน) และไม่มีใครฟังคนที่จ่ายราคานั้นแล้ว