8 · โทรเลขจริงเกินเชื่อ
ถ้าคุณเป็นนักถอดรหัสในห้อง 40 ของกองทัพเรืออังกฤษ เดือนมกราคม 1917 กระดาษตรงหน้ามีแต่ตัวเลขเรียงเป็นแถว 130, 13042, 13401, 8501 คุณเพิ่งอ่านออกว่ามันเขียนอะไร และรู้ว่าเป็นเรื่องใหญ่ ปัญหามีข้อเดียว คุณได้มันมาจากสายโทรเลขของอเมริกาเอง
บางครั้งความจริงพิสูจน์ไม่ได้ เพราะการพิสูจน์จะเปิดเผยว่าคุณรู้มาได้อย่างไร ยื่นกระดาษแผ่นนี้ให้ประธานาธิบดีอเมริกาเมื่อไร คำถามแรกของเขาคือได้มาจากไหน และคำตอบที่จริงที่สุด คือคำตอบที่คุณพูดไม่ได้
จดหมายชวนรบที่ส่งผ่านสายของคู่กรณี
โทรเลขลงวันที่ 16 มกราคม 1917 ผู้ส่งคือ Arthur Zimmermann รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี ผู้รับคือ Johann von Bernstorff เอกอัครราชทูตเยอรมันในวอชิงตัน ให้ส่งต่อถึง Heinrich von Eckhardt ทูตเยอรมันประจำเม็กซิโก เนื้อความที่ถอดแล้วบอกว่า เยอรมนีจะเริ่มสงครามเรือดำน้ำไม่จำกัดเขตในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถ้าอเมริกาไม่ยอมเป็นกลาง ให้เสนอเม็กซิโกเป็นพันธมิตร รบด้วยกัน เยอรมนีช่วยเงินอย่างใจกว้าง และเม็กซิโกจะได้ "ดินแดนที่เสียไปในเท็กซัส นิวเม็กซิโก และแอริโซนา" คืน แถมให้ประธานาธิบดีเม็กซิโกชวนญี่ปุ่นมาร่วมด้วย ลายเซ็นท้ายโทรเลขก็เป็นตัวเลขเหมือนกัน คือ 97556
ส่วนที่ทำให้เรื่องนี้เป็นตำนานคือเส้นทาง เยอรมนีถูกตัดสายเคเบิลใต้แอตแลนติกไปตั้งแต่ต้นสงคราม ประธานาธิบดี Wilson จึงยอมให้ Bernstorff ใช้สายของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อคุยเรื่องสันติภาพ และ Bernstorff สัญญาว่าจะส่งแต่เรื่องสันติภาพ Zimmermann จึงส่งข้อเสนอให้เม็กซิโกบุกอเมริกา เข้าสถานทูตอเมริกาในเบอร์ลิน วิ่งไปโคเปนเฮเกน ข้ามไปลอนดอน แล้วไปวอชิงตัน ด้วยสายที่อเมริกาให้ยืม ระหว่างทางมันผ่านสถานีถ่ายทอดทางตะวันตกสุดของอังกฤษ ห้อง 40 ดักไว้ตรงนั้น วอชิงตันได้รับเมื่อ 17 มกราคม ส่งให้ Bernstorff วันรุ่งขึ้น และเขาส่งต่อไปเม็กซิโกเมื่อ 19 มกราคม ถ้าสงครามมีรางวัลความกล้าหน้าด้าน ปี 1917 รางวัลนี้คงไม่ต้องประกวด
ปัญหาของ Hall
นายพลเรือ William "Blinker" Hall ผู้อำนวยการข่าวกรองทางเรือของอังกฤษ ถือความจริงที่อาจลากอเมริกาเข้าสงครามได้ แต่ส่งให้ใครไม่ได้ สิ่งที่เขาต้องการตามที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ (NARA) เล่า คือทางส่งข่าวนี้ให้ Wilson "โดยไม่เปิดเผยว่าอังกฤษดักอ่านข้อความที่ส่งผ่านสายโทรเลขของอเมริกา"
Hall รู้ว่า Bernstorff ต้องส่งต่อโทรเลขไปเม็กซิโกผ่านระบบโทรเลขพาณิชย์ จึงต้องมีสำเนาอีกชุดอยู่ที่ที่ทำการโทรเลขในกรุงเม็กซิโกซิตี สำเนาชุดนั้นต่างจากต้นฉบับเล็กน้อยตรงวันที่ ที่อยู่ และลายเซ็น ถ้าได้ชุดนั้นมาเปิดเผย ทุกคนจะคิดว่ามันถูกดักระหว่างวอชิงตันกับเม็กซิโก วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 1917 สายลับอังกฤษในเม็กซิโกที่รู้จักกันแค่ชื่อ "Mr. H" ติดสินบนพนักงานที่ทำการโทรเลขคนหนึ่ง แล้วได้สำเนามา
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ Arthur Balfour ยื่นข้อความรหัสให้ Walter Page เอกอัครราชทูตอเมริกันดู วันรุ่งขึ้น Page ส่งโทรเลขถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ Robert Lansing พร้อมเรื่องเล่าที่อังกฤษเตรียมไว้ "ตั้งแต่ต้นสงคราม รัฐบาลอังกฤษได้สำเนารหัสเยอรมันมาชุดหนึ่ง … และถือเป็นหน้าที่ที่จะหาสำเนาโทรเลขรหัสของ Bernstorff ที่ส่งไปเม็กซิโก" และ "สำเนาของโทรเลขนี้และโทรเลขอื่น ๆ ไม่ได้มาจากวอชิงตัน แต่ซื้อมาจากเม็กซิโก" บทความของ NARA เรียกคำอธิบายนี้ว่า "ไม่ค่อยตรงกับความจริงนัก" อเมริกาเพิ่งรู้ในทศวรรษ 1930 ว่าอังกฤษอ่านโทรเลขของตัวเองอยู่
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ Lansing เอาต้นฉบับรหัสที่วิ่งผ่านสายของกระทรวงเองมาให้ Wilson ดู อเมริกาจึงมีบันทึกของตัวเองไว้เทียบ แต่บันทึกนั้นยืนยันได้แค่ว่าตัวเลขชุดนี้เคยวิ่งผ่านสาย การบอกโลกว่ามันแปลว่าอะไร ยังต้องพึ่งวิธีที่อังกฤษไม่ยอมเปิด
สองวันที่ความจริงถูกเรียกว่าของปลอม
วันที่ 1 มีนาคม 1917 หนังสือพิมพ์ The New York Times พาดหัวว่าเยอรมนีหาพันธมิตรต่อต้านสหรัฐฯ ชวนญี่ปุ่นและเม็กซิโกร่วม พร้อมข้อเสนอฉบับเต็ม NARA เล่าว่าสมาชิกสภาและประชาชนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่ามันคือเรื่องหลอกที่อังกฤษแต่งขึ้นเพื่อลากอเมริกาเข้าสงคราม วุฒิสมาชิก Henry Cabot Lodge ตั้งคำถามถึงความแท้ของมันกลางวุฒิสภา วุฒิสมาชิก Benjamin Tillman ประกาศว่ามันปลอมทั้งฉบับ "ใครจะนึกออกว่าญี่ปุ่นจะไปร่วมมือกับเม็กซิโกและเยอรมันเพื่อโจมตีสหรัฐฯ ญี่ปุ่นเกลียดเยอรมนียิ่งกว่าที่ว่ากันว่าปีศาจเกลียดน้ำมนต์เสียอีก"
คนที่สงสัยไม่ได้โง่ ฝ่ายตรวจในเรื่องนี้รู้ความจริงก่อนสาธารณชนราวหกสัปดาห์ นับจากวันที่โทรเลขผ่านอังกฤษถึงวันที่มันขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ (เล่มนี้นับเอง) แต่ความรู้นั้นมาพร้อมเงื่อนไขว่าห้ามบอกว่ารู้ได้อย่างไร และเมื่อบอกไม่ได้ว่ารู้ได้อย่างไร คนฟังก็มีเหตุผลเต็มที่ที่จะขอหลักฐาน ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่ไม่มีใครยอมให้ดู ความลับของคนตรวจไม่ได้ฟรี ราคาของมันคือความจริงที่ต้องยืนอยู่โดยไม่มีหลักฐานรองรับ
แล้วเรื่องก็จบด้วยวิธีที่ไม่มีใครวางแผนไว้ วันที่ 3 มีนาคม 1917 Zimmermann ยอมรับเองว่าเขาเป็นผู้เขียนโทรเลขฉบับนั้น NARA ใช้คำว่าเขาทำให้ "ทุกคนประหลาดใจ" ห้อง 40 ไม่ต้องเปิดเผยอะไรเลย หลักฐานชิ้นที่ชี้ขาดมาจากปากของคนเขียนเอง วันที่ 6 เมษายน 1917 สหรัฐฯ ประกาศสงครามกับเยอรมนี
ส่วนที่ไม่จริงในเรื่องนี้มีชิ้นเดียว และมันมาจากฝ่ายตรวจ คือเรื่องเล่าที่ทำให้อเมริกาเข้าใจว่าอังกฤษได้โทรเลขมาจากเม็กซิโก ทั้งที่ได้มาจากสายของอเมริกาเอง โทรเลขของจริงถูกสงสัยอยู่สองวัน ส่วนเรื่องเล่าปิดบังวิธีรอดไปถึงทศวรรษ 1930
บทถัดไป · 10 / 2009 The Eyelashช่วงพากย์ · นัดที่ 8 · ลอนดอนและวอชิงตัน 1917
น้าไว: ทีมตรวจได้บอลแล้วครับท่านผู้ชม! ยิงเลยครับ ยิง!
อาจารย์ช้า: ยิงไม่ได้ครับน้า ยิงตอนนี้ทุกคนจะเห็นว่าเขาแอบเข้าสนามทางประตูหลังของอเมริกา
น้าไว: แล้วทำยังไงครับ
อาจารย์ช้า: อ้อมไปเอาบอลลูกเดียวกันที่เม็กซิโก แล้วบอกทุกคนว่าได้มาจากที่นั่นครับ
น้าไว: คนดูเชื่อไหมครับ
อาจารย์ช้า: วุฒิสมาชิกคนหนึ่งบอกว่าลูกนี้ปลอมครับ สองวันต่อมาเจ้าของลูกเดินมายอมรับเองว่าเป็นของเขา ลูกเดียวในนัดนี้ที่ไม่จริง คือเรื่องที่ทีมตรวจเล่าว่าได้บอลมาจากไหน
สกอร์บอร์ด
อายุของปลอม: ไม่มีของปลอม มีแต่ของจริงที่ถูกสงสัยอยู่สองวัน (1–3 มีนาคม 1917)
การตรวจที่จับได้ใช้เวลา: ไม่มีการตรวจใดชี้ขาด ผู้เขียนยอมรับเอง
แบบของการตรวจไม่ทัน: —